posttoday

ชิโกคุ ครั้งแรก (2)

27 มกราคม 2562

หมายเหตุบรรณาธิการ : พัฒนวีร์ เป็นนามปากกาของนักเขียนคู่ที่คลุกคลีกับญี่ปุ่นมานาน หนึ่งในนั้นเคยศึกษาที่ญี่ปุ่น จบมาก็ทำงานกับญี่ปุ่น สุดท้ายได้มาเปิดบริษัท เจแพลน ฮอลิเดย์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวแดนซากุระ

หมายเหตุบรรณาธิการ : พัฒนวีร์ เป็นนามปากกาของนักเขียนคู่ที่คลุกคลีกับญี่ปุ่นมานาน หนึ่งในนั้นเคยศึกษาที่ญี่ปุ่น จบมาก็ทำงานกับญี่ปุ่น สุดท้ายได้มาเปิดบริษัท เจแพลน ฮอลิเดย์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวแดนซากุระ


จากวรรณกรรมบันทึกทางประวัติศาสตร์เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น “Kojiki” ซึ่งกล่าวถึงการกำเนิดเทพ กำเนิดโลกมนุษย์ และบันทึกเรื่องราวในสมัยจักพรรดิองค์แรกของญี่ปุ่นจนถึงจักรพรรดิลำดับที่ 33 ก่อนจะมาเป็นแผ่นดินญี่ปุ่นนั้น บันทึกได้กล่าวไว้ว่า แผ่นดินญี่ปุ่นเกิดขึ้นโดยเทพสององค์ คือ เทพอิสะนะกิ และเทพอิสะนะมิ ที่ได้รับมอบหมายจากทวยเทพบนสวรรค์ส่งมายังเบื้องล่างเพื่อสร้างดินแดน ได้รับหอกศักดิ์สิทธิ์เพื่อใช้กวนจุ่มลงในพื้นดินสร้างเป็นเกาะต่างๆ โดย Iyonofutana หรือชิโกคุ เป็นเกาะที่ถูกสร้างเป็นลำดับที่ 2 ใน 8 เกาะใหญ่ที่เรียกรวมกันเป็นประเทศญี่ปุ่น เกาะแห่งนี้มีรูปร่างเดียวแต่มี 4 หน้า แต่ละหน้ามีชื่อเรียก คือ ฝั่งเมือง Suniki เรียกว่า Iyrihiko หรือจังหวัดคะกะวะ ฝั่งเมือง Awa เรียกว่า Ogezuhime หรือจังหวัดโทคุชิมะ ฝั่งเมือง Tosa เรียกว่า Takeyoriwake หรือจังหวัดโคจิ และฝั่งเมือง Iyo เรียกว่า Ehime หรือจังหวัดเอฮิเมะ ทั้ง 4 ด้านนี้คือ 4 จังหวัด ปัจจุบันของภูมิภาคชิโกคุนั่นเอง

เอฮิเมะ หมายถึง เจ้าหญิงที่สวยงาม เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของภูมิภาคชิโกคุ ตอนเหนือติดกับทะเลในเซโตะและใกล้กับจังหวัดฮิโรชิมะ ด้านตะวันตกใกล้กับจังหวัดโออิตะของภูมิภาคคิวชู สามารถ
เดินทางข้ามมาโดยเฟอร์รี่ได้ เอฮิเมะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนตะวันออก (Toyo) ส่วนกลาง (Chuyo) และส่วนตอนใต้ (Nanyo) แต่ละพื้นที่ก็จะมีลักษณะเด่น สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจแตกต่างกันไป เช่น ส่วนตะวันออก เป็นพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรม มีสะพานแขวนชื่อดัง “Shimanami Kaido” ซึ่งเชื่อมเกาะทั้ง 6 เกาะ ที่ตั้งอยู่ในทะเลเซโตะ ระหว่างจังหวัดเอฮิเมะและจังหวัดฮิโรชิมา เหมาะแก่การปั่นจักรยานเที่ยวชมวิวเป็นอย่างมาก ส่วนตอนใต้ อุดมไปด้วยธรรมชาติ มีเมือง Uchiko เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถเดินเล่นชมเมืองเก่าสมัยศตวรรษที่ 19 และส่วนกลาง ที่มีเมืองมัตสึยามะ เป็นเมืองหลวงหลักของจังหวัดเอฮิเมะ

ชิโกคุ ครั้งแรก (2)

มัตสึยามะ เป็นศูนย์กลางการปกครอง การค้า มั่งคั่งไปด้วยสถานที่ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ จึงมีสถานที่ท่องเที่ยวเกี่ยวกับด้านวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อยู่หลายแห่ง มีที่เที่ยวหลักๆ อย่าง ปราสาทมัตสึยามะ และโดโกะออนเซน มัตสึยามะยิ่งเป็นที่รู้จักมากขึ้นจากวรรณกรรมชื่อดังเรื่อง Botchan ผลงานการประพันธ์ของ Natsume Soseki นักเขียนคนสำคัญของญี่ปุ่นสมัยเมจิ ผลงานของเขายังมีชื่อเสียงและได้รับความนิยมมากจนถึงทุกวันนี้ และถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นรูปของเขาปรากฏอยู่ในธนบัตร 1,000 เยน ในปีที่ตีพิมพ์ ค.ศ. 1984-2004 เรื่อง Botchan เป็นหนึ่งในผลงานที่โด่งดังถึงขนาดมีทั้งหนังสือการ์ตูน ภาพยนตร์ แอนิเมชั่น ซีรี่ส์ และหนังสือแปลเป็นภาษาอื่นๆ โดยเฉพาะซีรี่ส์ที่ได้ คาซุนาริ นิโนะมิยะ นักแสดงมากฝีมือและนักร้องสมาชิกวง Arashi รับบทเป็นตัวละครหลัก บ๊ทจังเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชายหนุ่มเมืองกรุงที่เพิ่งเรียนจบจากโตเกียว ได้รับมอบหมายให้มาฝึกสอนวิชาคณิตศาสตร์ที่โรงเรียนมัธยมต้นในมัตสึยามะ จึงทำให้หลายสถานที่ในมัตสึยามะเป็นที่รู้จักมากขึ้น

ชิโกคุ ครั้งแรก (2)

จากโรงแรม ANA Matsuyama สามารถเดินไปยังปราสาทมัตสึยามะได้เลย แต่เนื่องจากเราเป็นแขกรับเชิญของภูมิภาค เจ้าภาพจึงจัดรถบัสอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง รถออกวิ่งไปได้ไม่เท่าไร ยังไม่ทันได้นั่งเรียกสติ ก็มาถึงที่จอดรถใกล้ตัวปราสาทแล้ว จากตรงนี้เดินนิดหน่อยก็จะถึงทางเข้าอาคาร บริเวณหน้าทางเข้ามีแผ่นภาพตัวละครในเรื่องบ๊ทจังเรียงรายอยู่ด้วย พอเข้ามาในตัวอาคาร จะมีจุดจำหน่ายตั๋วขึ้นปราสาท เนื่องจากปราสาทตั้งตระหง่านอยู่บนเขาคัตสึยามะ มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 132 เมตร ได้รับฉายาว่า “Castle in the sky” การเดินทางขึ้นไปจึงต้องขึ้นเคเบิลคาร์หรือกระเช้าห้อยขา เพื่อขึ้นไปยังเนินเขา แล้วต้องเดินเท้าเข้าไปยังตัวปราสาท

ชิโกคุ ครั้งแรก (2)

ปราสาทในญี่ปุ่นหลายร้อยแห่ง เกิดขึ้นจากการขยายอำนาจการปกครอง เป็นทั้งศูนย์กลางปกครองและเป็นที่พำนักของไดเมียวเจ้าผู้ครองแคว้น และหลายแห่งสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นป้อมปราการสำหรับการทำสงคราม หลายที่พังทลายลงเพราะผลกระทบจากศึกสงครามการแย่งชิงอำนาจ ภัยธรรมชาติ และสงครามโลก ปราสาทที่หลงเหลืออยู่ในปัจจุบันส่วนมากโครงสร้างของปราสาทถูกสร้างขึ้นใหม่แทนของเดิม แต่สำหรับปราสาทมัตสึยามะ เป็น 1 ใน 12 ปราสาทที่ยังมีโครงสร้างเป็นของเก่าดั้งเดิม ถึงแม้จะถูกลอบวางเพลิงจากสงคราม ฟ้าผ่า รวมถึงระเบิดจากสงครามโลก ตลอดเวลาที่ผ่านมาก็มีการสร้างต่อเติมและซ่อมแซมในรูปแบบเดิม จนเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 2006 ปราสาทมัตสึยามะ สร้างขึ้นโดยโยชิอะคิ คะโตะ 1 ใน 7 ทหารพลหอกของกองทัพฮิเดะโยะชิ โตะโยะโตะมิ ผู้เป็น 1 ใน 3 ขุนศึกคนสำคัญในยุคสงครามกลางเมือง “Sengoku” โยชิอะคิ คะโตะได้รับการอวยยศให้ย้ายมาปกครองที่เมืองมาซากิ ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับเมืองมัตสึยามะ ต่อมาโยชิอะคิ คะโตะได้เข้าร่วมสงครามเซคิกะฮะระ ในกองทัพของอิเอะยะสุ โตกุกาวะ ขุนศึกผู้ชาญฉลาด คะโตะได้รับรางวัลเป็นเงินจำนวนมาก จึงตัดสินใจสร้างปราสาทแห่งนี้ขึ้นในปี ค.ศ. 1603

ชิโกคุ ครั้งแรก (2)

หลังจากนั่งกระเช้าห้อยขาขึ้นมาแล้ว ก็เดินขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงประตูทางเข้า ก่อนถึงตัวปราสาท ต้องผ่านลานกว้างและสวนหย่อม มีต้นซากุระเป็นทางยาวนำทางไปถึงจุดขายตั๋ว ปราสาทมัตสึยามะจึงเป็นที่นิยมในช่วงฤดูซากุระผลิบานด้วยเช่นกัน ผ่านประตูหลายชั้นจนเข้ามาถึงตัวปราสาทหลักด้านใน การเข้าชมในห้องโถงหลักจะต้องเปลี่ยนรองเท้าสำหรับเดินในบ้านก่อน บันไดทางขึ้นและลงแต่ละชั้นมีขนาดความกว้างเท่ากับขนาดของตัวคนพอดิบพอดี ระยะห่างของบันไดก็ชัน (แอบคิดในใจว่าสมัยอดีตตอนมีข้าศึกบุกรุกปราสาทคงเหนื่อยแย่ ไหนจะต้องวิ่งขึ้นเนินฝ่าลูกธนู มาถึงแล้วยังต้องปีนขึ้นปราสาทกันอีก) ภายในห้องโถงจะจัดแสดงเสื้อเกราะและอาวุธ ตัวอาคารหลักมีหอคอยหลัก และหอคอยเล็กเพื่อสังเกตการณ์ข้าศึก ควรขึ้นไปถึงชั้นบนสุดของหอคอยหลัก เพื่อชมวิวเมืองมัตสึยามะแบบ 360 องศา ถ้าอากาศดีก็จะเห็นไกลไปถึงทะเลเซโตะกันเลยทีเดียว

ขากลับระหว่างเดินผ่านลานกว้าง มีเด็กน้อยมาทัศนศึกษา กำลังนั่งเป็นกลุ่มเพื่อรอคิวถ่ายรูปกับตัวปราสาท คณะพวกเราเป็นชาวต่างชาติกันทั้งหมด เห็นความน่ารักน่าเอ็นดูของเด็กน้อยชาวญี่ปุ่นก็อดเอากล้องขึ้นมาเก็บภาพความประทับใจไม่ได้ ก่อนจะถ่ายรูปน้องๆ ก็ต้องขออนุญาตคุณครูก่อนและห้ามนำรูปนั้นไปเผยแพร่สู่สาธารณะ ถ้าใครมาเที่ยวญี่ปุ่นก็ต้องระมัดระวังเรื่องการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลไว้ด้วยนะคะ เห็นชายหญิงงานดีหน่อย สุ่มสี่สุ่มห้าหยิบกล้องขึ้นมาถ่าย เอาไว้ไปเมาท์มอยกับเพื่อน ถ้าเจ้าตัวเขาซีเรียสเรื่องนี้ขึ้นมา จากเที่ยวอย่างสนุก อาจถูกเชิญไปพบคุณตำรวจในโรงพักแทน

ข่าวล่าสุด

“SONKLIN Weeks” เสิร์ฟเมนูซิกเนเจอร์ค็อกเทลจาก “ซ่อนกลิ่น”