Mensooree Okinawa (3)

  • วันที่ 07 ต.ค. 2561 เวลา 12:18 น.

Mensooree Okinawa (3)

สัปดาห์นี้เรายังอยู่กันที่โอกินาว่า วันนี้จะพาทุกท่านไปเยี่ยมชมแลนด์มาร์คอันดับหนึ่งของเกาะโอกินาว่า ตั้งอยู่บริเวณ Ocean Expo Park ซึ่งเคยเป็นสถานที่จัดงาน Expo 75 นิทรรศการด้านความก้าวหน้านานาชาติ ที่จัดขึ้นในปี 1976 เพื่อรำลึกถึงการส่งมอบโอกินาว่าคืนให้กับประเทศญี่ปุ่นในปี 1972 หลังจากที่กองทัพเรือสหรัฐอเมริกาเข้ามาควบคุมดูแลหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีผู้เข้าร่วมงานจาก 37 ประเทศ โดยภายในงานมีการแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านสมุทรศาสตร์ สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล และวัฒนธรรมของหมู่เกาะต่างๆ ในแถบมหาสมุทรแปซิฟิก ภายใต้คำขวัญการจัดงานว่า The sea we would like to see และหลังจากจบงาน Expo แล้ว ก็ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือนที่นี่สักเท่าไร ทางการโอกินาว่าจึงตัดสินใจสร้างพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งใหม่ เพื่อหวังจะช่วยฟื้นฟูพื้นที่พร้อมกับเฉลิมฉลองการครบรอบ 30 ปีของการคืนอธิปไตยโอกินาว่ากลับสู่ประเทศญี่ปุ่นด้วย พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 พ.ย.ปี 2002 ประกอบไปด้วยโซนต่างๆ มากมาย การจะเที่ยวให้ครบทุกแห่งต้องใช้เวลาเกือบทั้งวัน แต่เรามีเวลาไม่มาก เลยเลือกเก็บเฉพาะตัวไฮไลต์เด่นๆ

หากหยิบยกสถานที่เที่ยวในโอกินาว่าขึ้นมา หนึ่งในไฮไลต์ที่นักท่องเที่ยวต้องไปเยือนคือ Okinawa Churaumi Aquarium หรือพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชูระอุมิ ที่ตั้งอยู่ในบริเวณสถานที่จัดงานเอ็กซ์โปเดิม ขออธิบายความหมายของชื่อสถานที่แห่งนี้กันสักหน่อย คำว่า ชูระ Chura เป็นภาษาถิ่นของโอกินาว่าหมายถึง ความใสสะอาด บวกกับ อุมิ Umi ในภาษาญี่ปุ่น แปลว่า ทะเล รวมกันเป็น ทะเลที่ใสสะอาด อย่างที่เราเห็นมาตลอดทางนั่นเอง สิ่งที่ทำให้ Churaumi Aquarium ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ก็มาจากภาพที่คุ้นตาคือบริเวณ Kuroshio Sea หรือตู้ปลาขนาดใหญ่ ความจุ 7,500 ลูกบาศก์เมตร ความลึก 10 เมตร ครองตำแหน่งตู้ปลาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น และเคยเป็นอันดับหนึ่งของโลกมาระยะหนึ่ง ก่อนจะหล่นมาอยู่ลำดับ 3 ในปัจจุบัน เพราะโดน Georgia Aquarium และ Dubai Mall Aqaurium แซงหน้าไปไกลหลายขุม พระเอกของที่นี่คือ ฉลามวาฬและกระเบนราหู ที่แหวกว่ายอวดสายตาแก่นักท่องเที่ยว เป็นโชคดีของเราที่ไปเที่ยวตอนจังหวะเวลาให้อาหารฉลามวาฬกันพอดี จึงได้เก็บภาพหายากมาฝากทุกท่าน ซึ่งก็เป็นครั้งแรกของผมที่เห็นฉลามวาฬกินอาหารเหมือนกัน เดินเล่นด้านในชมโลกใต้น้ำกันจนเต็มอิ่ม ก็ได้เวลาไปชมโชว์ปลาโลมาที่ OKI-CHAN Theater ซึ่งอยู่ติดริมทะเล เรารีบไปจับจองหาที่นั่งมุมมองดีๆ ถึงเวลาก็มีเหล่าโลมาแสนรู้ออกมาโชว์ความฉลาดและน่ารัก อย่างกระโดดลอดห่วง ว่ายน้ำส่งของ โชว์ลีลาประกอบเพลง เรียกเสียงตบมือจากเหล่านักท่องเที่ยวได้ตลอดการแสดง เจ้าหน้าที่ที่มาดูแลพวกเราให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า OKI-CHAN Theater มาจากโลมาตัวหนึ่งชื่อ OKI-Chan ที่เปิดการแสดงตั้งแต่รอบแรกของการโชว์ และยังคงแสดงอยู่จนถึงปัจจุบัน

พอชมการแสดงจบก็ได้เวลาอาหารพอดี อาหารมื้อนี้ขอลิ้มรสเมนูพื้นเมืองที่มีชื่อว่า Chanpuru ที่มาคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ซึ่งเมนู Chanpuru พวกนี้มีความหมายว่า ผสมรวมกัน ในภาษาอินโดนีเซีย อย่างที่เล่าให้ฟังในตอนที่แล้ว โอกินาว่าเป็นสถานีการค้ากลางมหาสมุทรแปซิฟิก จึงได้รับวัฒนธรรมจากหลากหลายประเทศรวมทั้งแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยเช่นกัน เมนูนี้เชื่อว่าคนไทยต้องคุ้นหน้าคุ้นตาและคุ้นลิ้นอย่างแน่นอน เพราะหน้าตามันคือผัดผักรวมกับเต้าหู้ดีๆ นี่เอง เนื่องจากส่วนผสมหลักของอาหารจานนี้จะเป็นผักชนิดใดก็ได้นำไปผัดกับเต้าหู้และเนื้อสัตว์ และเมนู Chanpuru ที่ขึ้นชื่อที่สุดของโอกินาว่าก็คือ Goya Chanpuru หรือมะระผัดเต้าหู้ แต่สำหรับมื้อนี้สายตาแอบเหลือบไปเห็นชื่อเมนู Fuu Chanpuru คืออะไรหว่า! เดาไม่ออกเลย ซึ่งแม้แต่เจ้าหน้าที่ที่มากับเราก็ไม่รู้จัก เอาล่ะสิ! ถ้าเป็นพวกผักแปลกๆ มานี่แย่เลย แต่ไหนๆ ก็มาแล้ว ต้องลองชิมทุกอย่าง คำแรกให้สัมผัสและรสชาติเหมือนฟองเต้าหู้มาก ลองสืบค้นกับอากู๋ดูก็พบว่า Fuu เป็นโปรตีนแห้งชนิดหนึ่งซึ่งผลิตจากธัญพืช คงคล้ายๆ กับโปรตีนในอาหารเจของบ้านเรากระมัง ระหว่างทานไปสะดุดตากับขวดเครื่องปรุงรสที่เจ้าหน้าที่กำลังเหยาะใส่ชามโซบะ มีลักษณะเป็นน้ำใสๆ และพริกสีแดงลอยอยู่เต็มขวดคล้าย น้ำปลาพริก หรือน้ำส้มพริกดอง แต่ได้กลิ่นชวนเมาโชยมาคงไม่น่าใช่ สอบถามได้ความว่าเครื่องปรุงรสชนิดนี้คือ Koregusu ทำจากพริกโอกินาว่าดองกับเหล้า Awamori เป็นหนึ่งในเครื่องปรุงยอดนิยมของโอกินาว่านิยมใส่ในโอกินาว่าโซบะ เพื่อเพิ่มรสเผ็ดจัดจ้าน ด้วยความอยากรู้เลยขอลองชิมสักนิด บอกได้คำเดียวว่า เผ็ดจริง ไม่เคยคิดเลยว่าพริกในญี่ปุ่นจะเผ็ดขนาดนี้ แต่ที่มากกว่าความเผ็ดก็คือกลิ่นเหล้านี่แหละ กลิ่นเข้มข้นจนจินตนาการได้ว่าถ้าใส่ไปเยอะต้องมีเมากันแน่

อิ่มกันแล้วก็ได้เวลาออกเดินทางไปยังสถานที่สุดท้ายของวันนี้ เราแวะไปที่Mihama American Village ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหาด Chatan มองเห็นชัดเจนแต่ไกล เพราะตรงทางเข้ามีชิงช้าสวรรค์ตัวใหญ่ตั้งเด่นเป็นสง่า สามารถขึ้นไปนั่งชมวิวกันได้ ที่นี่เป็นแหล่งรวมความบันเทิงขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของเกาะโอกินาว่า ภายในหมู่บ้านมีลักษณะคล้ายศูนย์การค้ากลางแจ้ง ประกอบด้วยร้านค้า ร้านเสื้อผ้า ร้านอาหารสไตล์อเมริกัน ร้านกาแฟ โรงภาพยนตร์ลานโบว์ลิ่ง และโรงแรมที่พักภายใต้บรรยากาศแบบอเมริกัน จนลืมไปเลยว่ากำลังเที่ยวอยู่ในญี่ปุ่น อันที่จริงโอกินาว่าก็ดูไม่ญี่ปุ่นอยู่แล้วแต่ที่นี่ยิ่งดูไม่ใช่ญี่ปุ่นมากกว่าอีก สถานที่แห่งนี้เกิดขึ้นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของทหารอเมริกัน เนื่องจากเกาะโอกินาว่าถูกใช้เป็นที่ตั้งของฐานทัพเรืออเมริกัน จนถึงช่วงที่คืนเกาะโอกินาว่าให้กับญี่ปุ่น อเมริกาได้ถอนทหารกลับไปเยอะ พื้นที่แห่งนี้จึงถูกพัฒนาต่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและได้รับความนิยมจากทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ สุดทางด้านตะวันตกเป็นแนวระเบียงเลียบชายหาดชาตันมีร้านอาหารตั้งเรียงรายอยู่ไม่น้อย เหมาะสำหรับนั่งกินข้าวพร้อมชมบรรยากาศชายหาด หรือจะเดินเล่นถ่ายรูปยามพระอาทิตย์ตก ทั้งงดงามและโรแมนติกเป็นอย่างมาก จึงเป็นสถานที่นิยมสำหรับคู่รักมาออกเดทด้วยเช่นกัน

ข่าวอื่นๆ