เดินเที่ยวชิลชิล @ รีนาเชนเต กรุงโรม

  • วันที่ 07 ต.ค. 2561 เวลา 10:03 น.

เดินเที่ยวชิลชิล @ รีนาเชนเต กรุงโรม

โดย มิยาโตะ 

ชวนมาเดินเที่ยวห้างที่ไม่ธรรมดา รีนาเชนเต ณ กรุงโรม ต้นแบบของห้างสรรพสินค้าในฝัน ด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ความงดงามทางสถาปัตยกรรม การตกแต่งที่มีมนต์เสน่ห์ เอกลักษณ์ของสโตร์และร้านค้า นอกจากนี้ยังรวบรวมคอลเลกชั่นชั้นนำของโลก ที่สุดของด้านแฟชั่น บิวตี้แคร์ ความสวยงาม ดีไซน์ และอาหาร

รีนาเชนเต กรุงโรม เปิดประตูต้อนรับนักช็อปไปเมื่อเกือบขวบปีที่ผ่านมา (วันที่ 12 ต.ค. 2560) เป็นแฟล็กชิปสโตร์ของ รีนาเชนเตแห่งที่ 2 บริเวณใจกลางกรุงโรม ต่อจากเมืองมิลาน ห้างสรรพสินค้าที่เติมเต็มประสบการณ์ช็อปปิ้งให้มีชีวิต และกลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักช็อปแห่งใหม่ ที่ครองใจนักท่องเที่ยวทั่วโลก จะมุ่งมั่นมาช็อป หรือมุ่งมั่นมาเดินเที่ยวเล่นชิลชิล ก็ได้ทั้งนั้น

ห้างรีนาเชนเต แวดล้อมไปด้วยสถานที่สำคัญของกรุงโรม ประเทศอิตาลี บนถนน เวีย เดล ตริโตเน (Via Del Tritone) แวดล้อมด้วยน้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) น้ำพุที่สวยงามและมีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก และปาซซา ดิ สปานยา (Piazza di Spagna) หรือย่านบันไดสเปน จัตุรัสอันเป็นที่ตั้งของบันไดที่กว้างและยาวที่สุดในทวีปยุโรป

ตัวห้างเองนั้น โดดเด่นในด้านสถาปัตยกรรมที่แตกต่างจากทุกแห่ง อย่างเช่น ความเป็น “ตึกในตึก” หรือการสร้างอาคารคร่อมตัวอาคารเข้าไปอีกชั้นหนึ่ง (Building Inside a Building) ที่เรียกว่า “พาลาเซ็ตโต้” (Palazzetto) เนื่องด้วยอาคารที่กอปรขึ้นเป็นห้างรีนาเชนเตนั้น มีลักษณะเป็น 3 อาคารเดิม 2 อาคารเป็นตึกที่อยู่อาศัยทั่วๆ ไป ซึ่งมีการทุบและออกแบบสร้างใหม่ ขณะที่อาคารที่ 3 เป็นปราสาทเก่าขนาดเล็กของขุนนางในอดีต อายุนับร้อยปี จึงเป็นสิ่งที่ทางห้างต้องการอนุรักษ์ไว้ เพื่อให้เข้ากับบ้านเมืองที่สวยงามและเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ จึงคงสภาพอาคารเก่าแก่ไว้ แล้วสร้างตึกใหม่มาครอบให้เข้ากันได้อย่างกลมกลืน

ตัวโถงอาคารมีแสงสว่างจากธรรมชาติส่องกระทบทุกชั้นอย่างทั่วถึง ด้านฟาซาด (Facade) ที่เป็นองค์ประกอบของอาคาร (เปลือกหุ้มอาคาร) ออกแบบโดย วินเซนต์ ฟาน ดุยเซน ประกอบด้วยกระจกสี่เหลี่ยม 96 แผ่น และ 7 ดิสเพลย์วินโดว์ โดยเฟรมของดิสเพลย์เป็นสีบรอนซ์วาว ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความร่วมสมัย (Contemporary) รวมประวัติศาสตร์ดั้งเดิมและความทันสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมดุล บริเวณรูฟท็อป (Rooftop) ชั้น 6 ของห้าง ยังมองเห็นสุนทรียภาพของวิวทิวทัศน์สถาปัตยกรรมรอบกรุงโรมได้อย่างสวยงาม ถือเป็นทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ไม่เพียงปราสาทเก่าแก่ที่ห้างรีนาเชนเตอนุรักษ์เอาไว้ ในบรรดา 7 ชั้นของห้าง ซึ่งแต่ละชั้นถูกออกแบบให้เกิดความแตกต่างในความเป็นห้างหนึ่งเดียว โดยนักออกแบบที่มีชื่อเสียงระดับโลกที่แตกต่างกัน ณ บริเวณชั้นใต้ดิน (Basement) ออกแบบโดย 1+1=1 architects - เคลาดิโอ ซิลเวสตริน และจูเลียนา ซัลมาโซ โดยระหว่างกำลังก่อสร้าง ทางห้างได้ขุดพบ อควา เวอร์โก้ (Aqua Virgo Aqueduct) สะพานส่งน้ำสมัยโบราณของโรม อายุ 2,000 ปี ที่ยังใช้งานได้จนถึงปัจจุบัน

อควา เวอร์โก้ ในอดีตใช้ส่งน้ำไปยังน้ำพุกรานโดเซ (Grandiose) ใจกลางกรุงโรม รวมทั้งน้ำพุเทรวี่ ที่เลื่องลือ ซึ่งห้างรีนาเชนเตได้เก็บรักษาสะพานส่งน้ำให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของห้าง พร้อมทั้งจัดแสดงเป็นนิทรรศการถาวร บอกเล่าถึงที่มาของสะพานส่งน้ำ ให้ลูกค้าสามารถนั่งจิบกาแฟที่บาร์เดลล่า รีนา คาเฟ่ด้านข้างๆ พร้อมชมวิวของสะพานส่งน้ำโบราณไปด้วยอย่างผ่อนคลาย

ในชั้นนี้ยังเป็นที่ตั้งของดีไซน์ซูเปอร์มาร์เก็ต แหล่งรวมนวัตกรรม และแบรนด์ที่ทันสมัยเกี่ยวกับการตกแต่งบ้าน ทั้งโต๊ะอาหาร ห้องครัว ผ้า เครื่องหนัง กระเป๋า ภาพถ่าย การจัดแสงไฟ และอุปกรณ์เทคโนโลยี ท่ามกลางบรรยากาศสีพาสเทล และจัดแสดงสินค้าได้อย่างโดดเด่นสวยงาม นอกจากนี้ ยังมีจุดบริการลูกค้า จุดบริการคืนภาษี (Tax Refund) สำหรับนักท่องเที่ยว และ Exhibition Area โซนจัดแสดงนิทรรศการเชิงวัฒนธรรมอีกด้วย

ขึ้นบันไดเลื่อนมายังชั้นล่าง (Ground Floor) เป็นที่ตั้งของแผนกจิวเวลรี่ นาฬิกา แว่นกันแดด เครื่องประดับสตรี ออกแบบโดยวินเซนต์ ฟาน ดุยเซน ที่จัดแสดงความเลอค่าของจิวเวลรี่ เครื่องประดับที่หรูหรา และแว่นตา ด้วยการจัดพื้นที่ แสง และเงา ได้อย่างคลาสสิกเหนือกาลเวลา เสมือนเป็นรางวัลหรือประสบการณ์อันเลอค่าของนักช็อป บรรดาแอกเซสซอรี่แบรนด์ดังระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น ปราดา กุชชี่ ชาแนล หรือจะเป็น หลุยส์วิตตอง ที่มาสร้างช็อปสุดเอ็กซ์คลูซีฟบริเวณปราสาทเก่าอายุร้อยปีที่ชั้นนี้ ยังได้รับการคัดสรร “ลิมิเต็ด เอดิชั่น” (Limited Edition)มาเป็นพิเศษ หลายชิ้นมีขายอยู่เพียงแห่งเดียว หรือ 1 ใน 5 แห่งในโลกเท่านั้น

ต่อเนื่องมาถึงชั้น 1 ออกแบบโดยวินเซนต์ ฟาน ดุยเซน ในคอนเซ็ปต์ “ความสวยงามที่ไร้ที่สิ้นสุด” เป็นที่ตั้งของแบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำ เทรนด์ความงามล่าสุดของบิวตี้แคร์ และน้ำหอมสุดพิเศษ รวมถึงเมกอัพที่เป็นที่โปรดปรานของเหล่าซูเปอร์สตาร์ ที่ยังคงคอนเซ็ปต์ความเป็นลิมิเต็ด เอดิชั่น อย่างเช่น ช็อปเครื่องสำอางของแบรนด์รองเท้าชื่อดังจากฝรั่งเศส คริสติยอง ลูบูแต็ง ก็เป็นช็อป 1 ใน 5 ของโลกเท่านั้น หลายคนในโลกนี้ยังไม่เคยรู้ว่า แบรนด์นี้มีเครื่องสำอางสุดเก๋ที่ขายเกลี้ยงแทบทุกรุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่น ด้วยซ้ำ!

เดินเรื่อยๆ มาถึงชั้น 2 ออกแบบโดย Universal Design Studio รวบรวมคอลเลกชั่นสำหรับผู้ชายโดยเฉพาะ ทั้งรองเท้า ชุดยีนส์ หรือแอกเซสซอรี่ของผู้ชาย การออกแบบได้แรงบันดาลใจมาจากแฟชั่นผู้ชายในสมัยยุคศตวรรษที่ 20 ของกรุงโรม ซึ่งในส่วนของดิสเพลย์สินค้าออกแบบโดย ฟรังโก อัลบินี สถาปนิกคนเดียวกับที่ออกแบบดิสเพลย์สินค้าที่ รีนาเชนเต มิลาน นั่นเอง

ในส่วนของชั้น 3 ยังเป็นชั้นของสุภาพบุรุษ ออกแบบโดย RetailDesign - เปาโล ลุคเชตตา ให้เป็นพื้นที่สำหรับผู้ชายที่มีสไตล์ พื้นที่กว่าครึ่งหนึ่งแบ่งเป็นห้องต่างๆ เหมือนช็อปอินช็อป เป็นแหล่งรวมแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำของผู้ชาย บริเวณตรงกลางเป็นพื้นที่ลอฟต์สำหรับเสื้อผ้าแนวสมาร์ทแคชวล ตกแต่งด้วยฉากกั้นและกราฟฟิกที่ให้บรรยากาศของกรุงโรม มีการจัดแสดงโซนรองเท้ากีฬาอย่างน่าสนใจ พร้อมตกแต่งส่วนเชื่อมต่อ Palazzetto อย่างหรูหรา ให้หนุ่มๆ แวะช็อปชุดชั้นในและบีชแวร์อย่างเป็นส่วนตัว

ตามมาด้วยอีก 2 ชั้นของสุภาพสตรี โดยที่ชั้น 4 เป็นที่ตั้งของแผนกเสื้อผ้าสตรี แบรนด์ลักซ์ชัวรี่ และรองเท้าดีไซเนอร์ ออกแบบโดย อินเดีย มาดาวี เน้นความสง่างามเหนือกาลเวลา การออกแบบได้แรงบันดาลใจมาจากกรุงโรม สถานที่แห่งความทรงจำที่สวยสง่าข้ามกาลเวลา การจัดแบ่งพื้นที่ถูกจัดสรรอย่างลงตัว Palazzetto ตึกในตึกของชั้นนี้ จัดให้เป็นบริเวณโซนรองเท้า โดดเด่นด้วยผิวสัมผัสที่หลากหลายของดิสเพลย์

ขณะที่ชั้น 5 เป็นสินค้าสำหรับผู้หญิง เสื้อผ้าสไตล์โมเดิร์นและร่วมสมัย บาร์เดนิม และรองเท้ากีฬา ออกแบบโดย CLS Architetti เน้นจิตวิญญาณแห่งความร่วมสมัย นำเสนอความคิดสร้างสรรค์รูปแบบ “คอนเทนเนอร์” ชวนให้นึกถึงสถาปัตยกรรมเก่าแก่ของกรุงโรม ประกอบด้วยลายเส้นที่เรียบง่าย และเพดานที่ได้แรงบันดาลใจจากมหาวิหารแพนธีออน โครงสร้างเหล็กที่เป็นดิสเพลย์สินค้าให้ความรู้สึกร่วมสมัย เติมความน่าสนใจให้กับสินค้าหลากแบรนด์ พร้อมสะท้อนความเป็นแฟชั่นนิสต้าสำหรับวันสบายๆ

ชั้น 6 และชั้น 7 ของรีนาเชนเต กรุงโรม เป็นที่ตั้งของศูนย์อาหาร ร้านอาหารชั้นนำ ฟู้ดฮอลล์ ฟู้ดมาร์เก็ต คาเฟ่ เลานจ์บาร์ ระเบียงสำหรับชมวิว ออกแบบโดย Lifschutz Davidson Sandilands ถือเป็นจุดที่สูงที่สุดของกรุงโรมเมื่อเทียบกับอาคารในบริเวณเดียวกัน ทำให้สามารถชมวิวได้แบบ 180 องศา มองเห็นได้ทั้งมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ส โบสถ์ซานตานเดรีย เดลลเล ฟราตเต วิลลาบอร์เกเซ เห็นไปถึงภูเขามอนเตมาริโอ รวมทั้งกรุงวาติกัน เลยทีเดียว

รีนาเชนเต กรุงโรม เปิดบริการเวลา 09.30-23.00 น. จะช็อปได้เป็นกอบเป็นกำ หรือมาเดินช็อปแบบวินโดว์ช็อปปิ้งก็คุ้ม

ข่าวอื่นๆ