ท่องรัฐซาบาห์ เที่ยวเกาะเลาะป่าตามหาบ่อโคลน

  • วันที่ 12 พ.ค. 2561 เวลา 09:26 น.

ท่องรัฐซาบาห์ เที่ยวเกาะเลาะป่าตามหาบ่อโคลน

ถ้าพูดถึงรัฐซาบาห์ในประเทศมาเลเซีย หลายคนคงสงสัยว่ารัฐนี้ตั้งอยู่ตรงส่วนไหนของมาเลเซีย ทำไมไม่ค่อยรู้จักเกี่ยวกับรัฐนี้เลย ก็คงไม่แปลกที่จะรู้สึกเช่นนั้น เพราะรัฐนี้ตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียว เกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ซึ่งตั้งอยู่คนละฟากฝั่งกับพื้นที่ที่ติดกับประเทศไทย อย่าว่าแต่คนไทยเลยที่ไม่ค่อยรู้จัก คนมาเลเซียด้วยกันเองก็ยังมีจำนวนไม่น้อยเลยที่ยังไม่เคยมีโอกาสเดินทางไปที่นั่น เพราะใช้เวลาบินเกือบ 3 ชั่วโมง แต่หลายคนได้มาแล้วติดใจในธรรมชาติที่สวยงามทั้งบนบกและทะเล

แน่นอนว่าจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวอันดับ 1 ที่ทุกคนใฝ่ฝัน ก็คือการพิชิตยอดเขากีนาบาลู ยอดเขาสูงที่สุดอันดับ 4 ของอาเซียน แม้จะเป็นยอดเขาที่ไม่สูงที่สุด แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมสรรพให้กับนักปีนเขามากที่สุด ขอแค่มีเงินมีเวลาและมีพละกำลังก็พิชิตได้แล้ว ในขณะเดียวกันสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่นี่ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเช่นเดียวกัน

ทุกวันนี้สนามบินนานาชาติโกตากีนาบาลูเปิดประตูต้อนรับเที่ยวบินจากต่างประเทศจำนวนมาก ไม่ว่าจะมาจากจีนหรือเกาหลีใต้ ที่วันนี้กวาดสายตาไปก็จะเห็นแต่นักท่องเที่ยวจากสองชาตินี้มากที่สุด ซึ่งมีหนึ่งในเป้าหมายหลักคือการมาท่องเที่ยวทะเล โดยมีเกาะกายา (Gaya) เป็นแม่เหล็กดึงดูด เพราะเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่มีแหล่งดำน้ำดูปะการังมากมายมีโรงแรม รีสอร์ท พร้อมสรรพ และมีกิจกรรมทางน้ำให้เลือกเยอะแยะ ที่สำคัญคือตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับเมืองโกตากีนาบาลู สามารถนั่งเรือข้ามฟากไปแป๊บเดียว จะซื้อทัวร์ไปนอนเล่นบนเกาะ หรือท่องเที่ยวในแบบวันเดย์ทริปก็เลือกได้ตามความต้องการ แต่สำหรับพวกเราทีมงานโลก 360 องศา มองว่าเกาะกายาดูจะธรรมดาไปสำหรับพวกเรา เพราะความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลไทยสามารถสู้กับที่นี่ได้สบายๆ แต่มีเกาะอยู่แห่งหนึ่งห่างจากโกตากีนาบาลูลงไปทางใต้ประมาณร้อยกิโลเมตร เป็นเกาะที่ไม่ธรรมดาและมีกิจกรรมผจญภัยที่น่าสนใจ

เกาะที่ว่านี้ก็คือเกาะปูเลาตีกา (Pulau Tiga) การจะเดินทางไปที่นั่นมี 2 วิธี วิธีที่ง่ายสุดคือซื้อทัวร์ที่ท่าเรือเจสเซลตันพอยต์ โกตากีนาบาลู ได้เลย ใช้เวลาเดินทางด้วยสปีดโบตประมาณ 2 ชั่วโมง โปรแกรมนี้ออกเดินทางสายๆกลับขึ้นฝั่งบ่ายๆ และรวมอาหารเที่ยงไว้แล้ว หรืออีกวิธีก็คือมาขึ้นเรือที่เมืองกัวลาเป็นยู (Kuala Penyu) แล้วต่อเรือไปอีกประมาณ 20 นาทีเท่านั้น ซึ่งพวกเราเลือกวิธีการนี้ เพราะจะได้ถือโอกาสมาสำรวจเมืองนี้ไปในตัว

ขับรถใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงก็มาถึงเมืองกัวลาเป็นยู เพราะถนนแคบและอยู่ในระหว่างปรับปรุงขยายเส้นทาง เมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ ตามข้อมูลบอกว่ามีผู้คนอาศัยเพียง 600 คน เห็นจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะเมืองนี้เงียบมาก จะมีผู้คนพลุกพล่านที่สุดเฉพาะแค่ใจกลางเมืองที่เป็นที่ตั้งของอาคารไม้โบราณสีฟ้า และเป็นร้านค้าที่ผู้คนจะต้องมาซื้อหาข้าวของ ซึ่งแน่นอนว่าเราเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติเพียงกลุ่มเดียวในเมืองนี้ เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะซื้อทัวร์มาจากโกตากีนาบาลู และที่เมืองนี้ก็มีเพียงรีสอร์ทเล็กๆ ไม่กี่แห่งเท่านั้น แต่กระนั้นก็ใช่ว่าเมืองนี้จะไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆงามๆ

ห่างออกไป 10 กิโลเมตร จากเมืองกัวลาเป็นยูคือหาดบาตูลูอัง (Batu Luang) ชายหาดที่มีบรรยากาศแปลกตา มีลักษณะเป็นหน้าผาที่แทรกตัวไปด้วยก้อนหินจำนวนมาก ซึ่งถูกกัดเซาะด้วยแรงลมและน้ำทะเลจนกลายเป็นทัศนียภาพที่สวยงามแปลกตา นอกจากนั้นแล้วชายหาดที่นี่ก็มีแต่หินก้อนกลมมนทับถมกันเป็นจำนวนมาก ก้อนหินบางส่วนก็ถูกปกคลุมไปด้วยสาหร่ายทะเลสีเขียว ในช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกที่นี่สวยงามจนดึงดูดให้ช่างภาพเดินทางมาปักหลักตั้งกล้องถ่ายภาพ

หลังจากได้ชื่นชมกับบรรยากาศพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม เราตื่นเช้าเพื่อเตรียมตัวเดินทางไปยังเกาะปูเลาตีกา ใช้เวลาไม่นานเรือก็พาเรามาถึงเกาะแห่งนี้ ซึ่งมีบรรยากาศสวย น้ำใส หาดทรายสะอาด เพราะอยู่ในการดูแลของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะปูเลาตีกา นักท่องเที่ยวที่จะมาที่นี่จะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการเข้าอุทยานด้วย ถ้าหากจองที่พักบนเกาะไว้ก็จะบวกค่าธรรมเนียมแล้ว

เกาะปูเลาตีกามีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาเพราะที่นี่เคยใช้เป็นสถานที่ในการถ่ายทำรายการ Survivor ซีรี่ส์บอร์เนียว เป็นหนึ่งในรายการโทรทัศน์ที่โด่งดังและได้รับความนิยมไปทั่วโลก ซึ่งหนึ่งในฉากที่ปรากฏในรายการคือการแช่บ่อโคลนภูเขาไฟของผู้เข้าร่วมรายการ และนั่นเองที่ทำให้หลังจากนั้นชื่อเสียงของเกาะปูเลาตีกาโด่งดังขึ้นมา เพราะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากอยากเดินทางมาแช่บ่อโคลนภูเขาไฟ แต่การจะไปให้ถึงที่นั่นจะต้องเดินเท้าผ่านเส้นทางป่าธรรมชาติระยะทางมากกว่า 1 กิโลเมตร

บ่อโคลนภูเขาไฟแห่งนี้สันนิษฐานว่าในอดีตที่นี่เคยเป็นส่วนหนึ่งของปล่องภูเขาไฟเล็กๆ ที่ดับตัวไปแล้ว แต่ยังคงมีความคุกรุ่นอยู่เล็กน้อย และยังมีกลิ่นเจือจางของกำมะถัน เมื่อมีน้ำฝนจากธรรมชาติไหลลงมาในปล่องจึงเกิดเป็นบ่อโคลนธรรมชาติขึ้น ซึ่งเชื่อกันว่ามีแร่ธาตุที่ช่วยทำให้ผิวพรรณดี และได้กลายเป็นหนึ่งในจุดขายทางด้านการท่องเที่ยว

เราโชคดีเจ้าหน้าที่รีสอร์ทแอบกระซิบว่ามีบ่อโคลนอีกแห่งหนึ่ง ยังไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวเข้าไป แต่จะต้องเดินเท้าผ่านเส้นทางที่รกทึบ อุตส่าห์มาไกลจากประเทศไทยมีหรือจะพลาด เมื่อไปถึงก็พบว่าบ่อโคลนมีขนาดเล็กพอให้คนหนึ่งคนสามารถลงไปจุ่มได้เท่านั้น เจ้าหน้าที่เล่าให้ฟังว่าเดิมทีบ่อโคลนที่เราลงไปแช่ก่อนหน้านี้ก็มีขนาดเท่าบ่อนี้ แต่เมื่อคนแห่มาเที่ยวเยอะบ่อก็ค่อยๆ ขยายไปเรื่อยๆ จนสามารถจุคนได้มากกว่า 10 คน

รอบๆ บ่อโคลนไม่มีห้องอาบน้ำ นักท่องเที่ยวจะต้องพาร่างที่เต็มไปด้วยโคลน เดินเท้ากลับไปยังเส้นทางเดิมเพื่อไปล้างตัวที่ทะเล จุดนี้ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สนุกสนานและดูจะสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว ที่ต่างพากันถ่ายรูปและขำขันไปกับสภาพร่างกายที่เปื้อนไปด้วยโคลน

ใครที่สนใจจะมามีประสบการณ์แช่โคลนก็ควรเตรียมชุดว่ายน้ำหรือเสื้อผ้าที่ทำความสะอาดได้ง่ายจะสะดวกที่สุด ส่วนใครที่ผิวพรรณแพ้ง่ายก็อาจจะพิจารณาก่อนตัดสินใจลงแช่ในบ่อโคลน แต่รับรองว่านี่เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมท่องเที่ยวที่ไม่มีใครเหมือน และคุ้มค่าที่จะมาเที่ยวถ้าได้มาถึงเมืองโกตากีนาบาลู รัฐซาบาห์ อีกฟากฝั่งหนึ่งของประเทศมาเลเซียที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก และอย่าลืมติดตามชมภาพบรรยากาศความสนุกสนานของการเดินทางของพวกเราได้ในรายการโลก 360 องศา เช้าวันอาทิตย์หลังเคารพธงชาติ ทางไทยรัฐทีวีช่อง 32

ข่าวอื่นๆ