นครพนม เมืองแห่งความศักดิ์สิทธิ์

  • วันที่ 22 เม.ย. 2561 เวลา 09:41 น.

นครพนม เมืองแห่งความศักดิ์สิทธิ์

โดย กั๊ตจัง

หากคิดถึงการเดินทางไปสักการะพระธาตุประจำปีเกิด ต้องดูว่าเราเกิดในปีนักษัตรใดและพระธาตุประจำปีเกิดนั้น ตั้งอยู่ที่จังหวัดอะไร แต่ถ้าคุณต้องการเดินทางไปสักการะพระธาตุประจำวันเกิด ต้องมาที่ จ.นครพนม จังหวัดเดียวมีครบทุกพระธาตุวันเกิด และที่สำคัญยังมีแหล่งท่องเที่ยวริมโขง อย่าง พญาศรีสัตตนาคราช เป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่ไม่ควรพลาด

การเดินทางไป จ.นครพนม ครั้งก่อนอาจนับย้อนหลังไปถึง 7 ปี แต่ครั้งล่าสุดที่ได้ไปเยี่ยมเยือนนั้นต้องบอกว่าเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นมาก แหล่งท่องเที่ยวที่เคยทรุดโทรมได้รับการปรับปรุงให้สวยงามเหมือนใหม่ ไม่เพียงแค่ตัวพระธาตุต่างๆ ที่ได้รับการปรับปรุง เส้นทางริมฝั่งแม่น้ำโขงก็ได้รับการปรับทัศนียภาพให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชนิดที่เรียกได้ว่า สวยงามน่าอยู่ไม่แพ้จังหวัดอื่นๆ เลยทีเดียว

จุดแรกที่เราต้องเดินทางไปถึงก่อน ก็คือ พระธาตุพนม พระธาตุประจำปีวอก หรือปีลิง อีกทั้งยังเป็นพระธาตุประจำวันอาทิตย์ เราจึงเห็นศาสนิกชนหลั่งไหลมาเที่ยวที่เมืองนี้อย่างมากมาย เห็นความสวยงามขององค์พระธาตุแล้วอย่าเพิ่งคิดว่าเพิ่งสร้างมาได้ไม่กี่ร้อยปี สืบประวัติจากสำนักงานเจ้าคณะจังหวัดนครพนม จึงได้ความว่าสร้างมาตั้งแต่ พ.ศ. 8 หรือ 8 ปีหลังเสด็จปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ในสมัยอาณาจักรศรีโคตรบูร โดยมี พระมหากัสสปเถระ นำส่วนพระอุรังคธาตุ (กระดูกส่วนพระอุระ) ของพระพุทธเจ้าจากประเทศอินเดียมาประดิษฐานไว้ภายใน เรียกว่าเป็นพระธาตุที่เก่าแก่ที่สุดนับแต่ยุคเริ่มแรกแห่งพุทธศักราชกันเลยทีเดียว

ไม่แปลกใจว่าจะมีชาวพุทธ ทั้งชาวลาว ชาวไทย จีน และเวียดนาม ให้ความเคารพศรัทธาพระธาตุพนมแห่งนี้เป็นอย่างมาก เวลาสืบมาล่วง 2,000 กว่าปี ได้มีการบูรณะองค์พระธาตุอยู่หลายครั้งหลายสมัย จนกลางปี 2518 องค์พระธาตุพนมได้หักล้มลงไปทางทิศตะวันออกทั้งองค์ ทับวัตถุก่อสร้างโดยรอบจนเสียหายเป็นข่าวร้ายสะเทือนจิตใจชาวพุทธในอุษาคเนย์ทั้งหมด

เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ได้เข้ามาสำรวจวางแผนการบูรณะซ่อมแซม ค้นหาพระธาตุและสำรวจข้าวของเครื่องใช้ที่บรรจุภายในพระธาตุ และใช้เวลาถึง 4 ปีกว่าจะบูรณะแล้วเสร็จอย่างที่เห็นเช่นทุกวันนี้

เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้พุทธศาสนิกชนได้เห็นพระธาตุองค์จริงว่ามีลักษณะคล้ายรูปหัวใจเป็นแก้วใสวาวมีความงดงามอย่างมาก ในขณะที่ชิ้นส่วนอิฐที่เป็นรากฐานเดิม รวมทั้งเครื่องใช้โบราณที่บรรจุอยู่ภายในองค์พระธาตุ และวัตถุโบราณอันประเมินค่ามิได้ มารวมไว้ที่สถูปอิฐพระธาตุพนมองค์เดิม

อยู่ในบริเวณใกล้เคียงหากมาสักการะเราแนะนำให้มาที่สถูปอิฐพระธาตุพนมองค์เดิม อยู่ห่างจากองค์พระธาตุพนมเพียง 200 เมตรเท่านั้น

จากพระธาตุพนมให้ต่อที่พระธาตุประจำวันเกิดทั้ง 8 แห่ง แต่สำหรับคนที่เกิดวันอาทิตย์นั้น ไหว้ที่พระธาตุพนมแห่งเดียวได้ทั้งปีเกิดและวันเกิดในคราวเดียว คนที่เกิดวันจันทร์ให้เดินทางไปไหว้พระธาตุเรณู อ.เรณู

คนเกิดวันอังคาร ให้เดินทางไปพระธาตุศรีคุณ อ.นาแก คนเกิดวันพุธให้เดินทางไปวัดพระธาตุมหาชัย อ.ปลาปาก คนเกิดวันพุธกลางคืนให้ไหว้ พระธาตุมรุกขนคร อ.ธาตุพนม คนเกิดวันพฤหัสบดี ให้ไหว้พระธาตุประสิทธิ์ อ.นาหว้า คนเกิดวันศุกร์ ให้ไหว้พระธาตุท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน สุดท้ายคนเกิดวันเสาร์ ให้ไหว้พระธาตุนคร อ.เมือง

เปิดแผนที่ดูเส้นทางกันให้ดีว่าควรไหว้ที่ไหนก่อนเป็นอันดับแรก เพราะแต่ละอำเภอนั้นค่อนข้างไกลกันมากไปกลับจะใช้เวลานาน อีกทั้งแต่ละวัดแต่ละพระธาตุจะมีของไหว้ไม่เหมือนกัน แนะนำให้หาวันธรรมดาที่นักท่องเที่ยวไม่ค่อยมากจะมีพระสงฆ์และเจ้าหน้าที่วัดให้คำแนะนำเรื่องขั้นตอนการไหว้ที่ถูกต้องตามประเพณีอย่างละเอียด

ปิดท้ายการเที่ยว จ.นครพนม ให้สมบูรณ์ที่ พญาศรีสัตตนาคราช แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของ จ.นครพนม ที่เพิ่งแล้วเสร็จไปเมื่อปี 2559 เป็นศูนย์รวมศรัทธาแห่งลุ่มน้ำโขงที่ชาวอีสานและชาวลาวอยากมาเที่ยวชมมากที่สุดแห่งหนึ่งใน จ.นครพนม

พญาศรีสัตตนาคราช เป็นพญานาคขดหาง 7 เศียร ประดิษฐานบนแท่นฐานแปดเหลี่ยม หล่อด้วยทองเหลืองหนัก 9 ตัน ความสูงรวมฐาน 15 เมตร ออกแบบให้พ่นน้ำได้ สร้างขึ้นเพื่อการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณี ความเชื่อและศรัทธาที่มีต่อพญานาคของชาวไทยและชาวลาวที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง

ใต้ฐานพญาศรีสัตตนาคราช มีลานสำหรับกราบไหว้บูชาขอพร และยังทำเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงความรู้ ความเชื่อเกี่ยวกับพญานาคให้แก่ผู้ที่สนใจ ไม่เพียงแค่สร้างพญาศรีสัตตนาคราชเท่านั้นทาง จ.นครพนม ยังได้ปรับปรุงพื้นที่ริมฝังโขงโดยรอบให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ เหมาะแก่การเดินเล่นดูวิวริมฝั่งโขงยามเช้าและเย็น สามารถวิ่งออกกำลังกายหรือปั่นจักรยานได้อย่างปลอดภัย

ทำให้ จ.นครพนม กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขง ศูนย์รวมศรัทธาของชาวพุทธ คนท้องถิ่นที่ยังคงวิถีชีวิตอันดีงามมีความสงบ และด้วยความเป็นเมืองแห่งศาสนาและวัฒนธรรม เราจึงพบเห็นร้านบันเทิงเพียงน้อยนิด ให้ทุกคนในครอบครัวเดินทางมาเที่ยวและเรียนรู้ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมอย่างสบายกายสบายใจ

ข่าวอื่นๆ