เกาะแตน ดินแดนคู่ขนาน

  • วันที่ 31 มี.ค. 2561 เวลา 09:56 น.

เกาะแตน ดินแดนคู่ขนาน

 โดย/ภาพ : กาญจน์ อายุ

 15 นาทีจากเกาะสมุย เหมือนได้หลุดมาอีกโลกที่ไร้แสงสีอย่างสิ้นเชิง เมื่อสปีดโบ๊ตจากท่าเรือท้องกรูดแล่นมาเทียบท่าที่ "เกาะแตน" เกาะบริวารทางตอนใต้ของเกาะสมุย

 รูปทรงเป็นรูปสามเหลี่ยมยอดแหลมคล้ายเจดีย์ มีเนื้อที่ประมาณ 7.5 ตร.กม. กว้าง 3 กม. ยาว 4.5 กม. เล็กกว่าเกาะสมุยถึง 30 เท่า แต่กลับเต็มไปด้วยสิ่งที่ยังไม่ถูกค้นพบให้ค้นหา และทรัพยากรธรรมชาติทั้งบนบกและในน้ำที่สมบูรณ์

 คนส่วนใหญ่รู้จักเกาะแตนว่าเป็นเกาะไม่มีสุนัข บ้างอิงตามความเชื่อว่าเจ้าที่เทวดาบนเกาะไม่ชอบสุนัข บ้างอิงเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ เพราะคลื่นเสียงและสนามแม่เหล็กทำลายระบบประสาทของสุนัขทำให้เห่าหอนไม่หยุดถึงขั้นตาย

 จนกลายเป็นข้อห้ามของเกาะที่ไม่มีใครกล้าลองดี และกลายเป็นภาพจำที่ปกคลุมภาพที่ปรากฏอยู่ชัดเจนไว้มิดชิด ซึ่งน่าเสียดายที่คนมักมองข้าม แต่ก็แอบยินดีที่เกาะแตนยังคงความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ เพราะคนยังไม่ลุกลามทำลาย

 “อิท” อิทธิพล เมืองนิล คนเกาะแตนและเจ้าของรีสอร์ทแตนมารีนาเบย์ 1 ใน 3 รีสอร์ทบนเกาะ เล่าว่า ในอดีตเกาะแตนมีชาวบ้านอยู่เกือบ 200 ครัวเรือน แต่ยังน้อยกว่าจำนวนต้นมะพร้าวบนเกาะที่มีมากจนไม่คิดว่าจะมีวันน้อยลงได้ แต่เมื่อ 35 ปีที่แล้ว ศัตรูพืชตามธรรมชาติอย่างตัวด้วงระบาดหนักกัดกินทำลายต้นมะพร้าวจนควบคุมไม่ไหว ทำให้ชาวบ้านต้องเป็นฝ่ายล่าถอยอพยพย้ายไปตั้งถิ่นฐานและหาอาชีพใหม่บริเวณท้องกรูดบนเกาะสมุย เหลือไว้เพียงโรงเรียนร้าง บ้านร้าง ตลาดร้าง และชาวบ้านแค่ 10 หลังคาเรือนที่ยึดอาชีพประมง

ท้องทะเลสีฟ้าครามและวิวเกาะแตน

 กระทั่ง 2 ปีที่แล้ว อิทได้กลับบ้านเกิดมาเปิดรีสอร์ทแบบอิงธรรมชาติ เช่นเดียวกันกับพี่น้องบ้านเดียวกันที่กลับมาเปิดบังกะโลเล็กๆ ชื่อ แตนวิลเลจ และคอรัลบีช เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่อยากหนีแสงสีมาใช้ชีวิตเงียบๆ ง่ายๆ ริมทะเล

 “ตอนนี้ชาวบ้านที่ยังไม่ขายบ้านหรือทิ้งบ้านไปไหนก็ปรับตัวมาทำการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์” อิท กล่าว

 “ชุมชนที่นี่ค่อนข้างเข้มแข็ง มีการรวมตัวกันเป็นชุมชนรักษ์เกาะแตน เพื่อช่วยกันรักษาต้นไม้ไว้ให้กรีนที่สุด และเลือกที่จะทำการท่องเที่ยวที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม”

 ปัจจุบันเกาะแตนมีถนน (เกือบ) รอบเกาะ ระยะทางประมาณ 20 กม. เป็นถนนลาดยางสลับทางดินสายเล็กๆ สำหรับรถจักรยานและรถกอล์ฟสวนกัน

 “อนาคตอยากจะชักชวนชาวบ้านที่มีมอเตอร์ไซค์มาผ่อนรถกอล์ฟเพื่อนำไปใช้รับนักท่องเที่ยว”

 ตามความตั้งใจของเขาที่อยากให้นักท่องเที่ยวและชาวบ้านใช้พาหนะที่ไม่มีเครื่องยนต์ เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงและลดการปล่อยมลพิษ การเลือกใช้บริการ "รถกอล์ฟ' จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะจะได้เห็นเกาะแตนครบทุกมุมในวันเดียว

บัวบานกลางเกาะ

 สารถีเจ้าถิ่นสตาร์ทรถกอล์ฟจากแตนมารีนาเบย์ บรรทุกนักท่องเที่ยวไปยังจุดแรกที่ "พรุบัวหลวง" พรุคือพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีน้ำขังตลอดปี ซึ่งที่นี่มีความพิเศษเพราะในพรุมีบัวหลวงสีขาวขึ้นตามธรรมชาติ ชูช่อบานใหญ่โตกลางป่าเป็นที่น่าตื่นตา แต่กลับเป็นสิ่งธรรมดาสำหรับคนท้องถิ่นที่มักมาเก็บเม็ดบัวไปกินเล่น

 แหล่งน้ำจืดบนเกาะยังเป็นที่อยู่อาศัยของสรรพสัตว์ในป่า เช่น นกชาปีไหน หรือนกกะดงสีเขียวเหลือบเทาที่หาได้ยากในบ้านเรา รวมถึงนกเขาเปล้าธรรมดา นกปรอด นกกางเขนบ้าน และนกจับแมลงสีน้ำตาล

 หรือหากโชคดีจะเจอควายป่าลงมากินน้ำ และครอบครัวหมูป่าที่อาศัยอยู่บนเกาะมาเนิ่นนานตั้งแต่บรรพบุรุษของชาวเกาะแตน

โกงกางชายเลน

สีท้องทะเลสลับสีตามแนวปะการังของเกาะแตน

 ห่างจากพรุบัวหลวงไม่ไกล รถกอล์ฟจะไปจอดปากทางเข้าป่าโกงกาง ตรงจุดเริ่มต้นของสะพานศึกษาธรรมชาติขนาดยาว 470 เมตร ผ่าทะลุป่าโกงกางที่มีกว่า 70 ไร่ ลัดเลาะเข้าไปตามช่องว่างเพื่อหลีกเลี่ยงการตัดต้นไม้

 ป่าชายเลนเป็นกลุ่มของสังคมพืชไม่ผลัดใบ ส่วนใหญ่เป็นตระกูลโกงกางทั้งโกงกางใบใหญ่และใบเล็ก นอกจากจะเป็นที่อยู่ของลูกสัตว์น้ำ ยังเป็นแหล่งอาหารของนก เช่น นกกินปลีแก้มสีทับทิม นกกินปลีอกเหลือง ที่มาดูดน้ำหวานจากดอกของต้นโกงกาง รวมถึงนกกระเต็นอกขาวและนกเด้าลมดง ที่เป็นขวัญใจของนักส่องนก

 บนสะพานร่มรื่นใต้ร่มเงาของป่าโกงเกงหนาทึบ เห็นเพียงแสงรำไรลอดผ่านเวลาใบไม้ไหว เหมือนใครกำลังวาดลวดลายบนสะพานปูน พลอยทำให้เพลิดเพลินพลางฟังเสียงปูก้ามดาบดีดดังเป๊าะๆ คล้ายพวกมันส่งสัญญาณเป็นทอดๆ บอกพรรคพวกว่ามีมนุษย์ย่างกายเข้ามา

 470 เมตรไม่ไกลเลยสักนิด โดยสะพานจะไปสิ้นสุดที่จุดเชื่อมต่อกับทะเล กระแสน้ำเค็มเข้ามาทางนี้ผสมกับแหล่งน้ำจืดกลายเป็นน้ำกร่อยที่แช่ตัวแสนอร่อยของป่าโกงกาง ส่วนรถกอล์ฟก็จอดรออยู่ตรงนั้น เพื่อเดินทางต่อยังจุดหมายต่อไปที่สารถีเกริ่นไว้ว่าเป็นไฮไลต์ของเกาะแตน

ตากลมทะเลใต้

 เส้นทางรอบเกาะยังไม่สมบูรณ์นัก แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคกับรถกอล์ฟพลังงานไฟฟ้าที่มีพลังพอปีนถนนขึ้นไปสู่ยอดเขา สูงกว่าระดับน้ำทะเล 300 เมตร ตรงจุดที่ประดิษฐานพระอนุตรธรรม พระพุทธรูปองค์ใหญ่สีขาว ประติมากรรมโดยทีมงานวัดผาซ่อนแก้ว จ.เพชรบูรณ์ สร้างโดยอดีตผู้ใหญ่บ้านเกาะแตน เพื่อให้เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของคนบนเกาะ

 นอกจากธรรมมะ บนนั้นยังเป็นจุดชมธรรมชาติของหมู่เกาะทะเลใต้แบบหมุนรอบตัวได้ครบ 360 องศา ผืนน้ำสีเทอร์คอยส์ คราม ฟ้า สลับเฉดตามความลึกและแนวปะการัง แต่งแต้มด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่ ทั้งเกาะแตน เกาะมดแดง เกาะมัดโกง เกาะฉลามร้าย เกาะราเป็ด เกาะราไก่ เกาะหวังใน เกาะหวังนอก เกาะราบ เกาะมัดสุม เกาะสี่ เกาะห้า และหมู่เกาะอ่างทอง

ท้องทะเลไร้คลื่นฝั่งอ่าวตก

 มองไปไกลถึงโรงงานไฟฟ้าขนอม จ.นครศรีธรรมราช และยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ได้ทั้งขึ้นและตกแบบไม่มีอะไรมาบดบังสายตา

 ความงดงามถึงขั้นตะลึงงันของทะเลอ่าวไทยทำให้ลืมหายใจได้ชั่วขณะ ยิ่งช่วงนี้หน้าร้อนแดดยิ่งดี ยิ่งขับสีน้ำให้สดและใสจนเห็นทุกอย่างชัด แม้กระทั่งแนวปะการังใต้น้ำก็ยังมองเห็นความสมบูรณ์และกว้างใหญ่ รวมถึงความเขียวขจีของป่าไม้บนเกาะแตนเองก็ไม่ดูแห้งแล้งตามอากาศแต่อย่างใด

 หลังจากจ้องมองสวรรค์บนผืนน้ำจนเหงื่อเริ่มแตก ผิวเริ่มเปลี่ยนสี ก็ถึงคราวต้องลงไปสัมผัสใกล้ๆ กับจุดหมายถัดไปที่เจ้าถิ่นบอกว่าเห็นแล้วจะตกใจกับความอัศจรรย์ของธรรมชาติ

สปาปะการัง

 แม้แดดบ่ายจะร้อนจนไขมันแทบละลาย แต่ก็ไม่วายต้องพาตัวเองลงไปแหวกว่ายในน้ำทะเลใสที่ "แหลมหัวกรวด" ส่วนที่มองผิวเผินก็ไม่ต่างอะไรไปจากหาดทรายสีขาว แต่เมื่อใกล้ขึ้นก็ยิ่งเห็นรายละเอียดของชายหาด เพราะแทนที่จะเป็นเม็ดทราย แต่กลับเป็นซากปะการังตายนับไม่ถ้วนทับถมผสมกับกรวดมนจนกลายเป็นแหลมดังชื่อว่า

 ช่างมหัศจรรย์อย่างที่เขาพูดไว้ เพราะแหลมหัวกรวดเป็นจุดเดียวของเกาะที่กระแสน้ำพัดพาซากปะการังและก้อนหินมารวมกันจนเป็นเนิน ลองถอดรองเท้าเดินแต่ทนไม่ไหว เพราะหาดไม่ละเอียดแถมยังอมความร้อนไว้ ทำได้แต่เดินในน้ำใส บางคนถึงกับอดใจไม่ไหวต้องลงแช่ตัวให้รู้แล้วรู้รอด

 แหลมหัวกรวดเหมือนหาดส่วนตัว เพราะไม่มีผู้คนมานอนอาบน้ำ ไม่มีที่พัก ไม่มีเก้าอี้ชายหาด ดังนั้นใครที่รักความสงบ เป็นส่วนตัว และไม่แคร์ถ้าจะนอนให้หินกรวดนวดหลังแทนความนุ่มนิ่มของทราย ที่นี่จะเป็นจุดหมายในฝันอย่างที่หาดไหนๆ ในอ่าวไทยก็ให้ไม่ได้

 หลังจากกลิ้งเกลือกจนเนื้อตัวถูกนวดแบบธรรมชาติ ก่อนที่ผิวหนังจะไหม้จนลอกเพราะพิษแดดจัด รถกอล์ฟถูกสตาร์ทอีกครั้งไปยังจุดหมายสุดท้ายที่มีเรื่องเล่าถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อแดง

เกาะฟานสถานสุดท้าย

พระอนุตรธรรมบนจุดชมวิว 360 องศา

 เกาะเล็กๆ ริมชายฝั่งทะเลทางอ่าวออก หรือฝั่งตะวันออก เคยเป็นสถานที่วิปัสสนากรรมฐานของหลวงพ่อแดง ติสโส แห่งวัดพุทธเจดีย์แหลมสอ เกาะสมุย พระเกจิอาจารย์ที่ชาวเลฝั่งอ่าวไทยลือเลื่องถึงความศักดิ์สิทธิ์ จนถึงปัจจุบันสถานที่วิปัสสนานั้นก็ยังคงเก็บไว้เป็นอนุสรณ์

 นอกจากความเลื่อมใส บริเวณเกาะฟานยังเป็นแหล่งเก็บหอยกลมที่ชาวบ้านต่างรู้กัน ถึงขั้นนั่งเรือจากเกาะสมุยมาแห่เก็บกันเพื่อนำไปผัดฉ่าทำเป็นอาหาร หรือถ้าเหลือกินก็ขายได้ราคาอยู่ เทคนิคการหาหอยกลมไม่ยาก แค่ต้องสายตาดี เพราะมันจะฝังตัวอยู่ใต้ทราย จะเห็นแค่ช่องหายใจลักษณะเป็นขีดตรงสองขีด ซึ่งจะมุดหายไปเมื่อเดินเข้าใกล้

 ดังนั้น ต้องย่องเดินทีละก้าว ทีละก้าว สายตาแลมองอย่างมีสติ สมาธิจดจ้อง ถ้ามองให้ดีจะเก็บหอยได้เกือบทุกก้าวที่เดิน เพราะมันมีดาษดื่นตามธรรมชาติที่ไม่ค่อยมีใครรบกวน หากชาวบ้านเก็บไปเพื่อกินในครัวเรือน อย่างไรแล้วหอยกลมก็จะไม่หมดไปจากพื้นทราย

อำลาอ่าวตก

 ทัวร์เกาะแตนใช้เวลานานถึงครึ่งค่อนวัน ซึ่งหากจะอำลาวันอย่างสมบูรณ์แบบต้องไปจบ ณ ที่แรกที่จากมา แตนมารีนาเบย์ตั้งอยู่ที่อ่าวตก ฝั่งที่พระอาทิตย์ตกและสะท้อนแสงสุดท้ายบนผืนน้ำเรียบทุกวัน ซึ่งความสงบของท้องทะเลจะเป็นเช่นนี้ตลอดปี เพราะมีแนวป่าชายเลนกั้นกระแสคลื่นไว้พอดิบพอดี อ่าวตกจึงทั้งเงียบและปลอดภัย

 เกาะแตนคือโลกคู่ขนานของเกาะสมุย ซึ่งมีทุกอย่างตรงข้ามกัน ทั้งจังหวะชีวิตของผู้คน ความดิบของธรรมชาติ ความเงียบเชียบของบรรยากาศ และอากาศบริสุทธิ์ ไม่น่าเชื่อว่าแค่ 15 นาที เหมือนได้ย้อนกลับไปอยู่บนสมุยเมื่อ 50 ปีก่อน ซึ่งไม่ใช่แค่สุนัขที่เกาะกำหนดเงื่อนไข เพราะแม้แต่คน เกาะก็เลือกเฉพาะคนเรียบง่าย รักษ์ และหวงแหนธรรมชาติเท่านั้น

ข่าวอื่นๆ