
เลือกตั้ง66: เพื่อไทยเปิดตัวครั้งแรก"เศรษฐา ทวีสิน"บนเวทีปราศรัยพิจิตร
เพื่อไทยเปิดตัว3ว่าที่ผู้สมัครส.ส.พิจิตร เศรษฐา ทวีสิน ขึ้นเวทีปราศรัยครั้งแรก น้อมรับคำเตือนวันชัย -ชูวิทย์ พร้อมสลัดภาพนักธุรกิจ เผยสิ่งที่กลัวมากสุดในการเมือง คือไม่ได้ทำประโยชน์เพื่อบ้านเมืองและประชาชน
พรรคเพื่อไทย นำโดยน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และบรรดาแกนนำคนสำคัญของพรรค พร้อมด้วย นายพานทองแท้ ชินวัตร สมาชิกพรรคเพื่อไทย เดินทางไปที่วัดท่าหลวงอ.เมือง จ.พิจิตร เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.ในพื้นที่ประกอบด้วย
เขต 1 นายปุณยวัจน์ เหลืองวิจิตร
เขต 2 นายภูดิท อินสุวรรณ์ อดีต ส.ส.พิจิตร พรรคพลังประชารัฐ
เขต 3 นายวิชัย ด่านวิจิตร
นางสาวแพทองธาร ระบุว่า การปราศรัยของพรรคเพื่อไทย เวทีจ.พิจิตร ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัวนายเศรษฐาครั้งแรกในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทยและเป็นที่ปรึกษาและอยู่ในทีมเศรษฐกิจ และเป็นการพบปะกับการประชาชนครั้งแรกบนเวทีการหาเสียงเพื่อนำเสนอนโยบายพรรคกับประชาชน ส่วนว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พิจิตร 3 เขตก็มีความมั่นใจว่าจะได้รับแรงสนับสนุนจากประชาชนทั้ง3เขตเลือกตั้ง
ด้าน นายเศรษฐา ระบุถึงการขึ้นเวทีปราศรัยที่จังหวัดพิจิตรครั้งแรกว่า เรื่องที่จะพูดไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นครั้งแรกที่จะได้พบปะกับพี่น้องประชาชนในเวทีใหญ่และยอมรับว่าการปราศรัยบนเวทีการเมือง คนละโทนกับการปราศรัยบนเวทีธุรกิจ แต่คงไม่มีมุกอะไร เพราะมุ่งเสนอความจริงที่ปรากฎในบ้านเมือง
สำหรับกรณีนายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ออกมาเตือนหากเป็นนักการเมืองต้องทิ้งภาพนักธุรกิจ นายเศรษฐา กล่าวว่า ขอบคุณสำหรับคำเตือนพร้อมน้อมรับ และไม่ลืมจะปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเพื่อบ้านเมืองและประชาชนเป็นที่ตั้ง ซึ่งการที่เข้ามาทำงานการเมืองก็มีขั้นตอนจะสลัดภาพตัวเองออกจากนักธุรกิจออกไป ไม่ว่าจะเป็นการลางานโดยไม่รับผลตอบแทนโอนหุ้นให้บุตรธิดาดำเนินการจ่ายภาษีให้ถูกต้องตามกฎหมายถือเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจอยู่แล้ว ส่วนในระยะยาวก็ขอให้ดูกันต่อไปแล้วกัน ขณะนี้เพิ่งเข้ามาทำงานด้านการเมือง ยังไม่เป็นอะไรนอกจากประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย
ส่วนกรณีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตนักการเมืองที่ออกมาพาดพิงรายวัน นายเศรษฐา มองว่า เป็นการเตือนของนายชูวิทย์ ก็ขอน้อมรับไว้ได้ตอบไปแล้วในหลายคำถามยืนยันไม่ได้กังวลใดๆ ส่วนตัวรู้จักนายชูวิทย์ เพราะเป็นนักธุรกิจมา 30 กว่าปี รู้จักคนเยอะก็คงเป็นคำเตือน วิธีการเตือนของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป ทั้งนี้คงไม่จำเป็นต้องไปสื่อสารกับ นายชูวิทย์เพราะสิ่งที่นายชูวิทย์ได้พูดออกมาก็เป็นการเตือนอยู่แล้วก็รับฟังแล้ว
“ผมว่าการที่ก้าวเข้าไปจากการเป็นนักธุรกิจการเมืองและเปลี่ยนบทบาทเป็นนักการเมืองจะบอกว่าไม่กลัวอะไรเลยมันก็ไม่ใช่ก็ยอมรับว่ามันมีความหวาดระแวงกลัวมากที่สุดกลัว แต่ที่กลัวมากที่สุดก็คือกลัวว่าจะไม่สามารถทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนได้ เพราะฉะนั้นการลงพื้นที่วันนี้คือการมาพบปะกับพี่น้องประชาชนประชาชนพบกับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทยก็ น่าจะเป็นบันไดขั้นหนึ่งที่ส่งต่อให้เรามีสิทธิ์เข้าไปจัดการบริหารบ้านเมือง หวังว่าพี่น้องชาวพิจิตรคงจะเลือกพรรคเพื่อไทยยกทั้ง 3 เขต เพื่อให้ ส.ส. 310 เสียง ถือว่าเป็น คำเตือนเพราะเราอยู่ในพื้นที่ของสาธารณะที่ต้องรับคำเตือนคำแนะนำอยู่ที่การปฏิบัติตัวของตัวเราเองมากกว่า”







