เรื่องน่ารู้ก่อนดูฟุตบอลโลก

  • วันที่ 25 พ.ค. 2561 เวลา 07:44 น.

เรื่องน่ารู้ก่อนดูฟุตบอลโลก

โดย...ชมณัฐ

ศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย เตรียมที่จะเปิดฉากฟาดแข้งกันแล้วในวันที่ 14 มิ.ย.นี้ ซึ่งนับเป็นทัวร์นาเมนต์กีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติ ที่คอลูกหนังทั่วโลกต่างจับจ้อง และนี่คือเรื่องต้องรู้เบื้องต้นก่อนรับชมการแข่งขัน

เจ้าภาพทุ่มกว่า 3 แสนล้าน

รัสเซียได้รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพศึกฟุตบอลโลกครั้งแรก หลังชนะการโหวตเหนือคู่แข่งอย่างอังกฤษ เนเธอร์แลนด์เบลเยียม และสเปน-โปรตุเกส ทำให้กลายเป็นชาติแรกในยุโรปตะวันออกที่ได้รับเกียรติที่ยิ่งใหญ่นี้ โดยมีรายงานว่า วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้ผนึกกำลังกับเอกชน ทุ่มทุนกว่า 10.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.56 แสนล้านบาท) เพื่อเป็นงบประมาณสำหรับการจัดการ

เงินจำนวนนี้ได้นำไปใช้ก่อสร้างสนามใหม่ 6 สนาม พร้อมปรับปรุงสนามเดิมที่มีอยู่ให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น นอกจากนี้ยังได้นำไปใช้พัฒนาด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม ตลอดจนการเตรียมการด้านอื่นๆ โดยได้ลองทดสอบความพร้อมมาแล้วด้วยการเป็นเจ้าภาพศึกฟุตบอลคอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2017 ซึ่งทุกอย่างไร้ข้อกังขา

สำหรับฟุตบอลโลกครั้งนี้ เจ้าภาพได้เตรียมเมืองหลักๆ ไว้ต้อนรับเหล่าขุนพลลูกหนังจากทั่วโลกทั้งสิ้น 11 เมือง ได้แก่ กรุงมอสโก เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก คาลีนิน กราด คาซาน นิชนี โนโกร็อด ซามารา โวลโกกราด ซารันต์ โซชิ รอสตอฟ ออน เดน และยาเกเตรินเบิร์ก

ทีมดังมาตามนัด

ศึกฟุตบอลโลก 2018 มีทีมดังเข้าร่วมแข่งขันจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นบราซิล แชมป์โลก 5 สมัย นำทัพโดย เนย์มาร์ นักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลก ที่โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมคว้าแชมป์กลุ่มในรอบคัดเลือกโซนอเมริกาใต้ ควงแขน อุรุกวัย โคลอมเบีย เป็นตัวแทนของทวีป รวมถึงอาร์เจนตินา ที่ได้ ลิโอเนล เมสซี สตาร์ตัวเก่งทำแฮตทริกในนัดสุดท้ายรอบคัดเลือก พาทีมผ่านเข้ารอบได้อย่างหวุดหวิด

ขณะที่ฝั่งยุโรป "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี แชมป์เก่าและแชมป์ 4 สมัย มาพร้อมอังกฤษ ฝรั่งเศส โปรตุเกส สเปน ส่วนเอเชียได้ขาประจำอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อิหร่าน ซาอุดิอาระเบีย และแอฟริกามีไนจีเรีย เซเนกัล ตูนิเซีย โมร็อกโก และอียิปต์ ของโมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่รอคอยมานานถึง 28 ปี นับจากเข้าแข่งครั้งสุดท้ายเมื่อปี 1990 ส่งประกวด

นอกจากนี้ ยังมีทีมน้องใหม่ที่สร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าเล่นรายการนี้เป็นครั้งแรกถึง 2 ทีม คือ "ไอซ์แลนด์" ชาติจากยุโรปเหนือ ที่ถูกจารึกสถิติว่าเป็นประเทศที่เล็กที่สุดที่เข้าร่วมศึกเวิลด์คัพรอบสุดท้าย โดยเป็นประเทศหมู่เกาะขนาดย่อม มีพื้นที่ตามภูมิศาสตร์เพียง 103,000 ตารางกิโลเมตร หรือพอๆ กับกรุงลอนดอน เมืองหลวงของประเทศอังกฤษ และมีพลเมืองในประเทศราว 3 แสนคนเท่านั้น และ "ปานามา" ที่คว้าอันดับ 3 จากรอบคัดเลือกโซนคอนคาเคฟ

อย่างไรก็ตาม มีทีมดังอีกหลายทีมที่ทำผลงานย่ำแย่ในรอบคัดเลือกจนพลาดมาตามนัด ไม่ว่าจะเป็นเนเธอร์แลนด์ สกอตแลนด์ เวลส์ ยูเครน สาธารณรัฐเช็ก สหรัฐอเมริกา จีน ชิลี ปารากวัย แคเมอรูน แอฟริกาใต้ กานา ทำให้แฟนบอลอดยลฝีเท้าเหล่าซูเปอร์สตราร์อย่าง แกร็ธ เบล, อเล็กซิส ซานเชซ, เวสลีย์ สไนเดอร์, โจเอล มาติป ฯลฯ

หมาป่าซาบิวากา

รัสเซียได้เปิดให้ประชาชนทั่วประเทศได้ร่วมโหวตเลือกแมสคอต หรือสัตว์นำโชคประจำการแข่งขัน ก่อนที่สุดท้ายจะเป็นหมาป่า "ซาบิวากา (Zabivaka)" ที่ได้รับเสียงโหวตมากที่สุด จำนวน 537,522 เสียง หรือคิดเป็น 53% จากผู้โหวตกว่า 1 ล้านคน ทิ้งห่างอันดับ 2-3 คือ เสือ (27%) และแมว (20%) ขาดลอย

สำหรับหมาป่า "ซาบิวากา" มาจากภาษารัสเซียที่แปลว่า "ผู้ทำประตู" ออกแบบโดย เอคาเทรินา โบชาราวา นักศึกษาชาวรัสเซีย วัย 21 ปี ได้แรงบันดาลใจมาจากหมาป่าลากเลื่อน หรือ "ค็อกกี วูล์ฟ" ซึ่งเป็นสัตว์ขึ้นชื่อของรัสเซียรองจากหมีขาว และมีใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศ ซึ่งอยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือที่มีอุณหภูมิอันหนาวเย็น แฝงด้วยบุคลิกที่สนุกสนาน มีเสน่ห์ และมีความมั่นใจในตัวเอง

นอกจากนี้ รัสเซียยังแต่งตั้ง วิกตอเรีย โลพีเรวา ซูเปอร์สตาร์นางแบบสาวหมายเลข 1 ของประเทศ ดีกรีมิสรัสเซีย เป็นทูตประชาสัมพันธ์ ทำหน้าที่โปรโมทและเผยแพร่กิจกรรมต่างๆ ด้วยเช่นกัน

โลโก้สุดเก๋

โลโก้ประจำการแข่งขันครั้งนี้เป็นรูปโทรฟี่ "ฟีฟ่าเวิลด์คัพ" โดยเน้นใช้สีแดงและน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีธงชาติรัสเซียเป็นหลัก ตัดขอบด้วยสีทอง สะท้อนให้เห็นถึงหัวใจและจิตวิญญาณของประเทศ ได้แรงบันดาลใจจากประเพณี วัฒนธรรมด้านศิลปะ ประวัติศาสตร์แห่งความสำเร็จ และการสร้างนวัตกรรมของประเทศ ออกแบบโดย แบรนเดีย เซ็นทรัล บริษัทที่ปรึกษาด้านผลิตภัณฑ์ชื่อดังของโลก

ขณะที่การเปิดตัวโลโก้ครั้งแรก ก็เป็นไปด้วยความตื่นตาตื่นใจ เมื่อ เจ้าภาพให้นักบินอวกาศชาวรัสเซีย 3 คนที่อยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติ วิดีโอลิงค์ตรงกลับสู่โลกเพื่อร่วมนับถอยหลังพร้อมกันกับแฟนบอลที่มารอคอย ณ โรงละครบอลซอย ในกรุงมอสโก ภายใต้คอนเซ็ปต์การบุกเบิกด้านอวกาศโลกของรัสเซีย

ช่องไหนถ่ายบ้าง?

สำหรับประเทศไทยสามารถรับชมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ได้ฟรีครบทั้ง 64 แมตช์ ผ่านทางดิจิทัลทีวีที่แบ่งกันยิงสด 3 ช่อง คือ ทรูโฟร์ยู (ช่อง 24) อมรินทร์ทีวี (ช่อง 34) และสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก หรือ ททบ.5 (ช่อง 1) โดยคู่เปิดสนามระหว่างเจ้าภาพรัสเซีย พบซาอุดิอาระเบีย ที่สังเวียน ลุซนิกี้ สเตเดี้ยม ทั้ง 3 ช่องจะยิงสดให้แฟนบอลได้ดูพร้อมกันในวันที่ 14 มิ.ย.นี้ เวลา 22.00 น.

นอกจากนี้ ทรูวิชั่นส์ในฐานะ ผู้เซ็นสัญญาถือลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด ยังเตรียมความพิเศษให้กับผู้ใช้บริการ ในรูปแบบบอกรับสมาชิก ด้วยการยิงสดการแข่งขันแบบ 4K ULTRA HD ครั้งแรกที่เดียวในไทย ครบ 64 แมตช์ รวมถึงรับชมการถ่ายทอดสดและไฮไลต์ ผ่านทางมือถือ และคอมพิวเตอร์ผ่านแอพพลิเคชั่นทรูไอดี และทรูออนไลน์

ข่าวอื่นๆ