‘หงส์’-‘ปืน’ ผู้นำสถิติ ‘บิ๊กทีม’

  • วันที่ 05 พ.ย. 2560 เวลา 09:40 น.

‘หงส์’-‘ปืน’ ผู้นำสถิติ ‘บิ๊กทีม’

โดย ราชันเบอร์ 23

อาทิตย์นี้โปรแกรมฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2017-2018 มีศึกซูเปอร์ซันเดย์ บิ๊กแมตช์ ถึง 2 คู่ แมนฯ ซิตี้ พบ อาร์เซนอล และ เชลซี พบ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำให้ อีเอสพีเอ็น ออกมาวิเคราะห์ว่า กุนซือของทีมใดมีสถิติและผลงานเป็นอย่างไรกันบ้าง เมื่อต้องโม่แข้งกับทีม "บิ๊กเนม" ด้วยกันเอง

แมนฯ ซิตี้

วิธีการเล่นชัดเจนสำหรับ เปป กวาร์ดิโอลา กุนซือรายนี้สั่งลูกทีมบุกแหลก ไม่ว่าจะเล่นเป็นทีมเหย้าหรือทีมเยือน เขาต้องการชนะทุกนัด

"ปรัชญาการทำทีมของเขาไม่มีอะไรนอกเหนือจากคำว่า 'ชนะ'"

ฤดูกาลแรกที่เข้ามารับงานในถิ่น เอติฮัด เปปถูกวิจารณ์อย่างหนักถึง แท็กติกและแนวทางการทำทีม โดยเฉพาะเกมเยือนที่แพ้สเปอร์ส 0-2 และโดยเฉพาะนัดที่แพ้ลิเวอร์พูล 0-1 ช่วงก่อนคริสต์มาสเมื่อซีซั่นที่แล้ว เป็นผลงานที่แฟนบอล "เรือใบ" รับไม่ได้ หลังจากฤดูกาลที่เลวร้ายผ่านพ้นไป ฟ้าเปลี่ยนสี ฤดูกาล 2017-2018 เปปได้ทุ่มเงินจำนวน 220 ล้านปอนด์ (ราว 9,680 ล้านบาท) เพื่ออัพเกรดนักเตะ แล้วก็สมกับค่าเงินที่ลงทุน เมื่อพวกเขานำโด่งเป็นจ่าฝูงด้วยการออกสตาร์ทชนะ 9 นัด เสมอ 1 นัด จากการลงสนาม 10 นัด ในพรีเมียร์ลีก ยังไม่แพ้ทีมใด และแมตช์ที่ตอกย้ำการเล่นเป็นทีมเยือนที่ดีที่สุดในฤดูกาลนี้ คือ เกมที่บุกชนะเชลซี แชมป์เก่า 1-0 เมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา

แมนฯ ยูไนเต็ด

เกมที่ "ผีแดง" บุกเสมอลิเวอร์พูล ที่แอนฟิลด์ 0-0 เมื่อวันที่ 14 ต.ค. เป็นสิ่งที่แฟนบอลพูดถึงกันมากถึงการทำทีมที่เน้นผลการแข่งขันของ โจเซ มูรินโญ ตั้งแต่สมัยคุมเชลซี แม้ก่อนเกมกุนซือชาวโปรตุกีส จะบอกว่า ไปที่ แอนฟิลด์ ครั้งนี้เพื่อ 3 คะแนน แต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้ามกับสิ่งที่พูด เขาไม่ต้องการไปเพื่อพบกับความพ่ายแพ้ และหลังเกมให้สัมภาษณ์พาดพิงคู่ต่อสู้ว่าเล่นแต่เกมรับ

"เจอร์เกน คลอปป์ เล่นรับเกินไป ทำให้เราเปิดเกมรุกไม่ได้"

มูรินโญกลายเป็นผู้จัดการทีมที่เล่นเกมเยือนด้วยการเน้นผลการแข่งขันพอใจของตัวเองในการเจอกับทีมระดับ "บิ๊กเนม"

สเปอร์ส

ลูกทีมของ เมาริซิโอ โปเซตติโน ในฤดูกาลนี้เล่นเกมรุกได้อย่างยอดเยี่ยม พวกเขาเพรสซิ่งตลอด และกดดันคู่ต่อสู้ตลอดเวลา โดยเฉพาะเกมใหญ่ที่พวกเขาแทบไม่เคยตั้งรับจนน่าเบื่อ แต่กลับเปิดเกมรุกเข้าสู้อย่างสนุก เพื่อเอนเตอร์เทนแฟนบอล โดยเฉพาะเกมที่แพ้ลิเวอร์พูล 0-2 เมื่อต้นปี แสดงให้เห็นว่าพวกเขาเป็นทีมที่ "ถอยเป็นล้ม" อย่างที่เห็นได้ชัด คือ เกมที่บุกแพ้แมนฯ ยูไนเต็ด 0-1 ที่โอลด์ แทรฟ ฟอร์ด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นเครื่องหมายการค้าอย่างดีว่าพวกเขาไม่เคยมาตั้งรับเพื่อหวังผลเพียงแค่ 1 แต้ม เป็นสิ่งที่ทำให้เขาชนะเกมเยือน 4 นัดจาก 5 นัด ในเวลานี้

"แต้มเดียวสำหรับผม ไม่ใช่ไม่มีความหมาย แต่ถ้าได้ 3 แต้ม ผมจะแฮปปี้มากกว่า" โปเซตติโน กุนซื อาร์เจนไตน์ กล่าว

เชลซี

ดูเหมือนว่า อันโตนิโอ คอนเต พยายามที่จะเปลี่ยนระบบการเล่น จากเดิมที่เล่นระบบ 4-3-3 ซึ่งเป็นระบบที่พาทีมเชลซีคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่ผ่านมา ถล่มทั้งอาร์เซนอลและแมนฯ ซิตี้ ถือว่าเป็นระบบที่เวิร์กสำหรับนักเตะ "สิงห์บลู" แต่สำหรับฤดูกาลนี้ กุนซือชาวอิตาเลียน เลือกที่จะมาเล่นระบบ 3-5-2 มากกว่า ซึ่งยังไม่ค่อยเวิร์กเท่าไร ล่าสุดเริ่มที่จะกลับไปสู่จุดเดิมอีกครั้ง เพราะผลงานไม่ค่อยประทับใจ คือ ต้องคัมแบ็ก ระบบ กองหลัง 3 ตัวหลัก คือ เซซาร์ อัซปิลิกวยตา ดาวิด ลุยซ์ และแกรี เคฮิลล์ ทำให้เกมเยือนดูดีขึ้น เพราะชนะ 4 นัด แพ้ 1 นัด เท่ากับสเปอร์ส

อาร์เซนอล

อาร์เซนอลดูเหมือนจะมีปัญหาสำหรับการเล่นกับทีมใหญ่มาโดยตลอด ยิ่งเล่นนอกบ้านด้วยยิ่งไม่ถนัด พวกเขาแพ้ลิเวอร์พูล 0-4 เมื่อช่วงเปิดฤดูกาล และทำให้พวกเขาเล่นเป็นเกมเยือน ชนะเพียงแค่ครั้งเดียวจาก 5 นัด ส่วนซีซั่นที่แล้ว "ปืนโต" ได้ชื่อว่าเป็นทีมที่ฟอร์มแย่สุดเมื่อเจอกับทีมหัวตาราง ชนะเพียงแค่ 2 นัด และแพ้ 5 นัด เหตุผลหลักมาจากคู่ต่อสู้เดาทางของ อาร์แซน เวนเกอร์ ได้หมด เล่นเพรสซิ่งเร็วใส่กองกลาง ส่วนเวลาตั้งรับก็เน้นรับกันลึก แค่นี้ก็หยุดบอลภาคพื้นของ "ปืนโต" ได้

ลูกทีมของ เจอร์เกน คลอปป์ ขึ้นชื่อว่าเป็นทีมที่ดีที่สุดในบรรดาทีม "ท็อปซิกซ์" ด้วยกันเอง ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะ "หงส์แดง" เหมือนมีพลังพิเศษ เวลาเล่นกับทีมใหญ่ ซึ่งต่างกันราวฟ้ากับเหวเวลาเจอทีมเล็ก พวกเขาก็เล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐานไปด้วย โดยลิเวอร์พูลทำได้ดีที่สุด ชนะ 5 เสมอ 5 ไม่แพ้ เมื่อเจอกับทีม "ท็อปซิกซ์" เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา ส่วนทีมที่เหลือจะผลัดกันแพ้ชนะทีมละ 3-5 นัด ฤดูกาล 2016-2017 ลิเวอร์พูลเก็บชัยชนะได้ทั้งสองนัดที่เจอกับอาร์เซนอล บุกชนะ 4-3 ในนัดเปิดฤดูกาล และเล่นในแอนฟิลด์ย้ำแค้นอีก 3-1 n

ข่าวอื่นๆ