พรแสวง & พรสวรรค์ ใช้ให้เป็นแล้วจะรุ่ง

วันที่ 11 ต.ค. 2555 เวลา 10:06 น.
พรแสวง & พรสวรรค์ ใช้ให้เป็นแล้วจะรุ่ง
โดย...มิวโกโตะ

ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนเลยว่า ผู้เขียนมีประสงค์ให้แซ่ดฉบับวันนี้ถูกใช้เป็นแรงบันดาลใจให้น้องๆ หนูๆ ในเมืองไทยที่มีฝันอยากเป็นนักฟุตบอลหรือกีฬาอื่นๆ ระดับโลกในอนาคต โดยการนำหลักการคิดและวิธีปฏิบัติของ คริสเตียโน โรนัลโด นักฟุตบอลสังกัด เรอัล มาดริด ที่ถูกยกให้เป็นเบอร์หนึ่งของโลกขณะนี้มาเป็นตัวอย่าง

ลองไปดูว่ากว่าจะมาเป็นซูเปอร์สตาร์ในวงการลูกหนังเช่นนี้ เขาเลือกเชื่ออะไรมากกว่า ระหว่างพรแสวงกับพรสวรรค์

กว่าจะเป็นโรนัลโด

เส้นทางที่น่าสนใจของสตาร์ชาวโปรตุกีสรายนี้ เกิดจากการที่ เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปปิ๊งฟอร์มเจ้าโด้สมัยยกพล “ปีศาจแดง” ไปอุ่นเครื่องกับทีม สปอร์ติง ลิสบอน ช่วงปรีซีซัน ปี 2003 ไม่รู้ติดใจความพลิ้วหรือมองลีลาสับขาจนเซอร์แกมึนและทาบทามมาเล่นในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ด ในที่สุด ซึ่งโรนัลโดก็เซย์เยสทันที เนื่องจากเขามีฝันในใจอยู่แล้ว

โรงละครแห่งความฝัน (ร้าย)

หลังย้ายมาสู่โรงละครแห่งความฝัน โรนัลโด ก็ตั้งเป้าฉายแววซุป’ตาร์ในสนามแห่งนี้ เขาเลือกใช้พรสวรรค์ที่มีไล่สับขาหลอกใส่ทุกคน ไล่ตั้งแต่คู่แข่ง เพื่อนร่วมทีม เด็กยกน้ำ โค้ช เจ้านาย แมว หมา เรียกได้ว่าอะไรวิ่งตัดหน้าพี่แกสับขาหลอกหมด ซึ่งสิ่งที่คิดว่าเท่ในวันนั้นกลับพบว่ามันผิดหมดเลย

เมื่อเฟอร์กีบอกกับเขาในห้องแต่งตัวว่า “นายเล่นอะไรของนาย สิ่งที่นายโชว์ได้สร้างประโยชน์กับทีมแล้วหรือ?” รวมถึงแฟนบอลที่เริ่มร้องยี้ ไม่อยากเห็นเจ้าโด้ลงสนาม เพราะเหมือนตัวตลกบ้าหลอกจนตัวเองหัวทิ่ม หรือบางทีเจอคู่แข่งสะกิดเบาๆ ก็ล้มไม่เป็นท่า เนื่องจากหุ่นไม่ต่างจากนางแบบบนแคตวอล์ก

พรแสวงมาแว้ว

เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ อดีตนายทวารผีแดงได้เผยว่า ช่วงที่ทั้งโค้ชและเด็กผีเริ่มส่ายหน้ากับโรนัลโดนั้น เขากลับไม่แสดงความท้อ และพูดอยู่ตลอดว่าจะเป็นแข้งเบอร์หนึ่งโลก จากที่คิดว่าเป็นคำพูดลอยๆ นายทวารชาวดัตช์ก็เริ่มเชื่อ เนื่องจากดาวเตะวัย 27 ปี ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทันทีด้วยการมาซ้อมเป็นคนแรกและกลับเป็นคนสุดท้ายตลอดทุกวัน

 

“เขาเป็นคนแรกที่มาสนามซ้อมเสมอ เขาทำงานหนักกว่านักเตะคนอื่นๆ โดยการซ้อมหนัก อีกทั้งเขายังกลับไปที่โรงยิมและเขาก็ฟิตร่างกายอยู่ตลอดเวลา จนกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งมากๆ และมีความเร็วสูงอย่างที่เห็น นั่นก็เพราะเขาทุ่มเทเวลาและพลังงานทั้งหมดให้กับมัน” ฟาน เดอร์ ซาร์ เผย

ผลลัพธ์ที่ได้น่าทึ่งมาก โรนัลโด เล่นโดยเข้าใจเพื่อนร่วมทีมจนเล่นเข้าขามากขึ้น ร่างกายที่เคยบางเหมือนพิซซาชนิดบางกรอบ ตอนนี้กลายเป็นแป้งหนาแต่ไม่นุ่มซะแล้ว เพราะพี่โด้แกเล่นซิตอัพวันละ 3,000 ครั้ง ทำให้บริเวณหน้าท้องเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ (คนเขียน 50 ทีก็แย่ละ ฮ่าๆๆ)

เสริมอาวุธ

หลังได้ร่างกายและความเข้าใจแท็กติกมาแล้ว ดาวเตะฝอยทองกลับพบว่าการจะก้าวสู่ระดับโลกในฐานะนักเตะคือต้องช่วยทีมถล่มประตู และเขาก็เริ่มเพิ่มอาวุธให้ตนเองโดยการไปคิดค้นและฝึกยิงลูกฟรีคิกรูปแบบใหม่ขึ้นมา คือการยิงแบบเต็มข้อโดยให้ลูกมุดลง หรือที่ศัพท์ลูกหนัง

 

เรียกว่าลูกยิงใบไม้ร่วง ผลลัพธ์ที่ได้คือ ยิงกระจาย เพราะฟรีคิกสไตล์โด้สามารถหวังผลในระยะไกลได้ ซึ่งจะทรงประสิทธิภาพกว่าการปั่นโค้ง นอกจากนี้สตาร์ราชันชุดขาวยังไปฝึกการเทกตัว เลียนแบบนักบาสเกตบอลที่ลอยสูงและอยู่กลางอากาศได้นาน

จนกองหลังร่างยักษ์ที่สูงเฉียด 2 เมตร เสียท่าให้ส่วนสูง 187 ซม.ของเจ้าโด้บ่อยครั้ง แถมยังเคยขอเคล็ดลับ อูเซน โบลต์ เจ้าของลมกรดสถิติโลกวิ่ง 100 เมตร จนวิ่งฉีกคู่แข่งเป็นกระดาษอย่างที่เห็น

ทั้งหมดนี้คือวิธีการบริหารจัดการพรสวรรค์และพรแสวงอย่างลงตัว ซึ่งมันคงจะไม่มีวันนี้ หากโรนัลโดเลือกใช้แต่พรสวรรค์ที่ติดตัวมาเพียงอย่างเดียว แต่การขีดเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจนและมุ่งมั่น ขยัน อดทน ทำตามฝันต่างหากที่นำพาดาวเตะแดนฝอยทองมานั่งบัลลังก์โลกอย่างภาคภูมิ

ดังนั้น อยากให้ผู้อ่านนำหลักนี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าคงจะเป็นประโยชน์ไม่น้อย หรือถ้าใครสามารถนำไปสอนลูกหลานที่คุณเห็นแววนักกีฬาในตัวพวกเขาได้ ผู้เขียนก็จะยิ่งแฮปปี้เข้าไปใหญ่ สู้ๆ!!!

เครดิตภาพ : www.footballization.com

www.dailymail.co.uk

www.ea.com