5กีฬาล่าฝัน

วันที่ 22 ก.ค. 2555 เวลา 10:04 น.
5กีฬาล่าฝัน
โดย...นูโน่

โอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 30 หรือลอนดอน 2012 ต้อนรับทัพนักกีฬาไทยทั้งหมด 37 คน จาก 16 ชนิดกีฬา (ตามสมาคมกีฬาในบ้านเรา) น้อยกว่าครั้งที่แล้ว 15 คน

ส่วนที่หายไป คือ นักกีฬามวยสากลสมัครเล่น และกรีฑา คว้าโควตาลดลงกว่าครึ่ง ขณะที่เทนนิส และฟันดาบ ไม่ได้สิทธิเข้าร่วมชิงชัยในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม มหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติครั้งนี้ แฟนกีฬาชาวไทยมีชนิดกีฬาที่ได้ลุ้นมากขึ้น

จากเดิมที่ฝากความหวังไว้กับเจ้าเก่าอย่างมวยสากลสมัครเล่น ยกน้ำหนัก และเทควันโด คราวนี้แบดมินตัน และยิงเป้าบิน ก็มีโอกาสได้เรียกเสียงเฮเช่นกัน

แต่ถึงอย่างนั้นเป้าหมาย 2 เหรียญทองของคณะนักกีฬาไทย ก็ถือเป็นงานหนักกว่า 2 ครั้งที่ผ่านมา ถึงขั้นหลายกระแสคาดว่าอาจจะเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปีที่ทีมไทยไร้เหรียญทองกลับบ้าน

ทั้งด้วยตัวแปรเรื่องปริมาณ ความพร้อม และคู่แข่งซึ่งมีเป้าหมายเดียวกัน รวมไปถึงอุปสรรคในวันแข่งขัน

กำปั้น...ไม่ขลังเหมือนเดิม

นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี หรือโอลิมปิก 6 ครั้งล่าสุด ที่ทีมมวยสากลสมัครเล่นของไทยได้โควตาเข้าร่วมดวลกำปั้นน้อยกว่า 6 คน เมื่อปี 1992 1996 และ 2004 เราส่งนักกีฬาเข้าชิงชัย 6 คน ขณะที่ปี 2009 เข้าร่วม 9 คน และ 2008 ทั้งหมด 8 คน

นักชกไทยได้ลุยลอนดอนแค่ 3 คน คือ แก้ว พงษ์ประยูร รุ่น 49 กก. ฉัตรชัย บุตรดี รุ่น 52 กก. และ สายลม อาดี รุ่น 60 กก. โดยมีเพียง แก้ว เท่านั้นที่คว้าตั๋วโอลิมปิกด้วยชัยชนะ เมื่ออีก 2 คนได้รับส้มหล่นจากคู่แข่งที่ชนะหนุ่มไทยในรอบก่อนรองชนะเลิศไปคว้าแชมป์ ทำให้ได้เลื่อนสิทธิขึ้นมา

“ผมว่าโอกาสที่เราจะประสบความสำเร็จคว้าเหรียญทองนั้นน้อยกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา” โค้ชแซม-กามนิตย์ นารีรักษ์ อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมมวยสากลสมัครเล่นของไทย กล่าว

ไม่ใช่แค่เพียงปริมาณที่น้อยลง แต่เป็นเพราะขาดการเตรียมตัวที่ดี ที่สำคัญไม่มีแมตช์ให้นักกีฬาได้ทดสอบฝีมือและดูฟอร์มคู่แข่ง ขณะที่ต่างชาติพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ สอดคล้องกับความเห็นของหนึ่งในนักชกไทย

“นับตั้งแต่ซีเกมส์เป็นต้นมาได้ไปแข่งขันต่างประเทศแค่แมตช์เดียว ในศึกโอลิมปิกเทสต์อีเวนต์ปีที่แล้ว ทำให้ไม่รู้ว่ามวยโอลิมปิกของแต่ละชาติพัฒนาไปถึงไหนแล้ว” ฉัตรชัย กล่าว

นอกจากนักกีฬาแล้ว ผู้ฝึกสอนก็ไม่เคยผ่านเวทีระดับโอลิมปิกมาก่อน ขณะที่เกมระดับนี้ต้องเจอทั้งความกดดันและปัญหาทั้งในและนอกสนามให้แก้สถานการณ์ตลอด

โค้ชแซม ยกให้ ฉัตรชัย ซึ่งคว้าเหรียญทองโอลิมปิกเทสต์อีเวนต์ที่กรุงลอนดอนปีที่แล้ว มีโอกาสคว้าเหรียญมากที่สุด เพราะในรุ่นนักกีฬาฝีมือใกล้เคียงกัน ส่วนรุ่นของ แก้ว มีนักชกฝีมือดีเยอะ เช่นเดียวกับ สายลม

เช่นเดียวกับมุมมองของ พ.อ.ศักดา เพ็ชรจินดา ประธานเทคนิคสมาคมมวยสากลสมัครเล่นแห่งประเทศไทย และ สมจิตร จงจอหอ แต่ฮีโร่เหรียญทองปักกิ่งเกมส์ ก็ยังห่วงเรื่องประสบการณ์ เพราะเขาประสบความสำเร็จได้เพราะมีประสบการณ์มาก ผ่านมวยทั้งคิวบา สหรัฐ และยุโรป มาแทบทุกตัว ทำให้รู้ฟอร์มคู่แข่งเป็นอย่างดีก่อนลุยโอลิมปิก

“ผมขอเอาใจช่วย แม้จะยากและการันตีเหรียญทองลำบาก แต่ใช่ว่าไม่มีโอกาสเลย ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น หากผลการจับสลากประกบคู่ออกมาดี ก็มีสิทธิเฮได้ครับ” สมจิตร กล่าว

ขณะที่นักชกทุกคนยืนยันจะสู้เต็มที่ โดยเฉพาะ แก้ว และ ฉัตรชัย ที่เพิ่งเข้าร่วมแข่งขันโอลิมปิกเป็นครั้งแรก

“นี่เป็นโอกาสของผม ผมรอมานานและฝึกซ้อมกับทีมชาติมา 10 ปี นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ไปโอลิมปิก ผมไม่รู้ว่าผลจะออกมาอย่างไร แต่ผมอยากให้ทุกคนรู้ว่าผมจะทำให้ดีที่สุด” แก้ว เผยกับทางอีเอสพีเอ็น

เทควันโด...เก่งอย่างเดียวไม่พอ

8 ปีก่อน เยาวภา บุรพลชัย คว้าเหรียญทองแดงเป็นเหรียญแรกในประวัติศาสตร์เทควันโดไทย ก่อนจะพัฒนาขึ้นเป็นเหรียญเงินเมื่อ 4 ปีก่อนจาก “น้องสอง” บุตรี เผือดผ่อง ครั้งนี้ทีมจอมเตะไทยหมายมั่นปั้นมือจะสานต่อความสำเร็จให้ดียิ่งขึ้น

“ภารกิจสำคัญของเรา คือ การคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์สมัยแรกในโอลิมปิกให้ได้ นักกีฬาทุกคนฝึกซ้อมอย่างหนัก เพื่อเตรียมความพร้อมไปแข่งขันอย่างเต็มที่ และพร้อมจะสู้เพื่อประเทศชาติ นำความสำเร็จกลับมาเป็นของขวัญให้ชาวไทยได้มีความสุข” พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย กล่าว

เทควันโดได้โควตาเข้าร่วมแข่งขัน 3 คนเท่ากับครั้งก่อน ในประเภทต่อสู้รุ่น 58 กก. ชาย เป็นเอก การะเกตุ รุ่น 49 กก. หญิง ชนาธิป ซ้อนขำ และรุ่น 57 กก. รังสิยา นิสัยสม

ด้วยผลงานและความสำเร็จทั้งในระดับโลกและเอเชียของสมาคม บวกกับความสามารถของนักกีฬาที่มีดีกรีถึงแชมป์รอบคัดเลือกโอลิมปิก เหรียญเงินเอเชียนเกมส์ เหรียญทองแดงชิงแชมป์โลก และแชมป์โลก ตามลำดับ ทำให้เทควันโดถูกยกเป็นความหวังสูงสุดในครั้งนี้

เพราะนอกจากทั้งหมดจะไม่เสียเปรียบรูปร่างในการรวบจาก 8 รุ่นปกติเหลือ 4 รุ่นในโอลิมปิกแล้ว การจัดอันดับมือวางในลอนดอนเกมส์ เป็นเอก ยังได้เป็นมือวางอันดับ 3 อยู่คนละสายกับเต็งหนึ่ง ขณะที่ ชนาธิป เป็นมือวางอันดับ 7 คนละสายกับมือวางอันดับ 1 เช่นกัน

ที่สำคัญ ปัญหาเรื่องการตัดสินด้วยสายตาเหมือนที่ผ่านมาก็ตัดไป เพราะครั้งนี้จะมีการใช้เกราะและถุงเท้าไฟฟ้าเข้ามาให้คะแนนเป็นครั้งแรกในโอลิมปิก ขณะที่การเตะศีรษะจะใช้กรรมการตัดสิน ซึ่งหากไม่ชัดเจนและมีการประท้วง ก็สามารถดูภาพรีเพลย์ได้จากกล้องที่จับภาพไว้ถึง 3 มุม

โค้ชเชยองซ็อก ชาวเกาหลีใต้ ยอมรับว่าจะเจองานยากแน่นอน แต่ยังมั่นใจในศักยภาพของนักกีฬาไทยจะทำผลงานดีขึ้นกว่า 2 ครั้งที่ผ่านมา และคว้าเหรียญทองกลับมาฝากชาวไทยได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม เก่งอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับกีฬาเทควันโด ซึ่งเป็นกีฬาต่อสู้ที่ดวลกันวันเดียวจบ เพราะฉะนั้นนักกีฬามีโอกาสได้รับบาดเจ็บตั้งแต่รอบแรก และส่งผลกระทบต่อการแข่งขัน ซึ่งหากโชคร้ายจับสลากอยู่สายแข็งก็มีโอกาสน่วมกว่าจะถึงรอบชิงชนะเลิศ

ด้วยเหตุนี้ สมาคมจึงไม่ฟันธงว่าใครจะคว้าเหรียญทอง แต่คนที่ถูกจับตามองว่ามีโอกาสมากสุด คือ เป็นเอก

“ทุกรายการที่ลงแข่ง ผมหวังเหรียญทองเสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน ผมจะทำเต็มที่ สภาพร่างกายพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ ในฐานะที่สมาคมเลือกมาแล้ว จะไม่ทำให้ผิดหวัง และคว้าเหรียญทองมาให้ได้” เป็นเอก กล่าว

ยกน้ำหนักยุคผลัดใบ

การประกาศรายชื่อ 7 ขุนพลจอมพลังไทยชุดนี้ สร้างความประหลาดใจให้วงการกีฬาไทยและต่างประเทศเล็กน้อย เมื่อไร้ชื่อ “เก๋” ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล ฮีโร่เหรียญทองปักกิ่งเกมส์

ขณะที่จอมพลังชุดนี้ล้วนเป็นนักกีฬาเลือดใหม่ ไล่ตั้งแต่ รุ่น 48 กก. หญิง สิริวิมล ประมงคล และ พนิดา คำศรี, รุ่น 58 กก. หญิง พิมศิริ ศิริแก้ว และ รัตติกาล กุลน้อย รุ่น 69 กก. ชาย อรรถพล แดงจันทึก, รุ่น 77 กก. ชาย จตุภูมิ ชินวงศ์ และรุ่น 85 กก. พิทยา ตีบนอก

ดูจากชื่อชั้นในเวทีใหญ่แล้วอาจจะไม่น่ากลัว แต่การส่งพิกัดละ 2 รุ่นในประเภทหญิง แสดงถึงการเน้นลุ้นเหรียญเต็มที่

“แม้นักกีฬาชุดนี้จะเป็นสายเลือดใหม่ แต่ก็เคยผ่านการแข่งขันเวทีระดับนานาชาติมาเช่นกัน จึงเชื่อว่าไม่น่ามีปัญหา หากนักกีฬาทำสถิติได้ตามที่ฝึกซ้อม ก็มั่นใจได้ว่าจะมีเหรียญรางวัลกลับบ้านถึง 4 เหรียญแน่นอน แต่ยังไม่รู้จะเป็นเหรียญอะไรบ้าง” “เสธ.ยอด” พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย นายกสมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย กล่าว

ทั้งนี้ ในรุ่น 48 กก. สมาคมตั้งเป้าคว้าเหรียญทองแดงจากคนใดคนหนึ่ง ส่วนรุ่น 58 กก. หญิง “แต้ว” พิมศิริ ศิริแก้ว ถือเป็นม้ามืดที่น่าจับตามองไม่น้อย โดยมีสถิติสูสีกับจีน และนายกยกเหล็กคาดว่าจะต้องไปวัดแย่งเหรียญทองกันถึงการยกครั้งสุดท้าย

นอกจากนี้ รัตติกาล ยังมีโอกาสลุ้นเหรียญทองแดงกับเบลารุส และในรุ่น 77 กก. ชาย จตุภูมิ ก็มีหวังสร้างเซอร์ไพรส์เป็นนักกีฬายกน้ำหนักชายคนแรกที่คว้าเหรียญรางวัลในโอลิมปิก ด้วยการคว้าเหรียญทองแดง

ทีมยกน้ำหนักยังลุ้นประเดิมเหรียญแรกให้ทัพกีฬาไทย ในรุ่น 48 กก. หญิง โดยจะลงแข่งขัน 28 ก.ค. เวลาประมาณ 21.30 น.

ขนไก่-เป้าบินลุ้นเซอร์ไพรส์

นอกจากกีฬาความหวังทั้ง 3 ประเภทแล้ว แบดมินตัน ซึ่งครั้งนี้ได้สิทธิไปแข่งขันจำนวน 6 คน ประกอบด้วย บุญศักดิ์ พลสนะ (ชายเดี่ยว) รัชนก อินทนนท์ (หญิงเดี่ยว) สุดเขต ประภากมลสราลีย์ ทุ่งทองคำ (คู่ผสม) และ มณีพงศ์ จงจิตรบดินทร์ อิสระ (ชายคู่) ก็มีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะในประเภทคู่ผสม และหญิงเดี่ยวที่มีผลงานโดดเด่นในช่วงที่ผ่านมา

“แม้จะเป็นโอลิมปิกครั้งแรก แต่ก็ตั้งเป้าอยากคว้าเหรียญใดเหรียญหนึ่งกลับมาฝากชาวไทยให้ได้ อยากให้กีฬาแบดมินตันในบ้านเราบูมกว่านี้ จะพยายามทำเต็มที่ ถ้าแพ้ก็ถือว่าได้ทำเต็มที่แล้ว” รัชนก กล่าว

ที่สำคัญ ครั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแข่งขันในรอบแรกเป็นแบบแบ่งกลุ่ม ทำให้ทุกคนมีโอกาสที่จะแก้ตัวถ้าพลาดพลั้งพ่ายในแมตช์แรก

ขณะที่โอลิมปิกครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายของ สุดเขต ประภากมลสราลีย์ ทุ่งทองคำ คู่ผสมความหวังของไทย และ บุญศักดิ์ พลสนะ อดีต 4 คนสุดท้ายเอเธนส์เกมส์ จึงมุ่งมั่นเต็มที่เพื่อทิ้งทวน

“ทุกแมตช์ไม่มีงานง่าย เพราะแต่ละคนที่ได้สิทธิเข้าร่วมแข่งขันต่างต้องผ่านการคัดเลือกมาอย่างโชกโชน นอกจากฝีมือแล้วยังต้องพกโชคในการจับสลากแบ่งสาย จะพยายามทำผลงานให้ดีที่สุดกับโอลิมปิก” สุดเขต และ สราลีย์ กล่าว

เช่นเดียวกับยิงเป้าบินจาก สุธิยา จิวเฉลิมมิตร ที่สร้างเซอร์ไพรส์คว้าอันดับ 5 แบบน่าประทับใจในครั้งที่แล้ว และยังทำผลงานยอดเยี่ยมต่อเนื่องจากการคว้าอันดับ 4 ในศึกเวิลด์คัพที่จีนปีที่แล้ว และปรีโอลิมปิกที่ลอนดอน

“ยอมรับว่ามีแรงกดดันจากความคาดหวังต่างๆ ‌แต่จะพยายามรับมือให้ได้ พยายามนึกถึงหน้าที่ใน‌การเตรียมตัวลงแข่ง ถ้าถามว่าอยากได้เหรียญมั้ย ‌ทุกคนก็อยากได้ แต่จะได้หรือไม่ ตอบเป็นเปอร์เซ็นต์‌ลำบาก อยู่ที่วันแข่งขันว่าใครจะได้คะแนนมากกว่า‌ใคร คู่แข่งมีการเตรียมความพร้อม มีประสบการณ์‌และเก่งเหมือนกัน ยิงเป้าบินเป็นกีฬาบุคคล ต้อง‌แข่งกับตัวเอง” สุธิยา กล่าว

แม้หลายกระแสจะบอกว่าโอกาสลุ้นเหรียญ‌ทองครั้งนี้นั้นยากยิ่งนัก แต่ถ้าไม่มีความหวังก็แพ้‌ตั้งแต่ยังไม่ทันได้ลงแข่ง