รู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมต่างชาติ

วันที่ 01 ก.พ. 2561 เวลา 20:51 น.
รู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมต่างชาติ
โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์ อดีตผู้อำนวยการ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าเมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2561 รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซียได้แถลงกรณีการพบปะระหว่าง ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรี ปัจจุบันเป็นประธานแนวร่วมฝ่ายค้านกับ หัวหน้าคณะทูตของสหภาพยุโรป ที่บ้านพักของฝ่ายหลัง โดย ดร.มหาเธร์ เรียกร้องให้สหภาพยุโรปให้ความช่วยเหลือเพื่อให้แน่ใจว่า การเลือกตั้งทั่วไปในมาเลเซียที่กำลังจะมีขึ้นให้ เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมว่า “เป็นเรื่องไม่เหมาะสม ส่งผลต่อเกียรติภูมิและอำนาจอธิปไตย และชักนำให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของประเทศ” รัฐมนตรีการต่างประเทศมาเลเซีย ระบุว่า “รัฐบาลมาเลเซียไม่ลังเลที่จะดำเนินการใดๆ เพื่อปกป้องสิทธิของประชาชนและอำนาจอธิปไตย”

การที่ ดร.มหาเธร์ ไม่ติดต่อกับทูตอเมริกันเพื่อให้ร่วมกันกดดันรัฐบาล ที่เป็นเช่นนี้เพราะ ดร.มหาเธร์ ไม่ถูกกันอย่างแรงกับอเมริกา เนื่องจากในช่วงที่ ดร.มหาเธร์ เป็นนายกรัฐมนตรี อเมริกาพยายามโค่นล้ม ดร.มหาเธร์โดยสนับสนุน อันวาร์ อิบราฮิม ซึ่งขณะนั้นเป็นรองหัวหน้าพรรคอัมโนและเป็นรองนายกรัฐมนตรี ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแทนเพราะ ดร.มหาเธร์ ไม่ฟังอเมริกัน อันวาร์หลงเชื่ออเมริกัน จึงถูก ดร.มหาเธร์ “ฆ่าทางการเมือง” จนเสียผู้เสียคนไปเลย หลังจากนั้น พรรคอัมโนซึ่งเป็นพรรคของคนมาเลย์มีเอกภาพมากก็แตกแยกกันเป็นสองฝ่ายและหันมาสู้กันเอง เวลานี้ อเมริกันและสหภาพยุโรปจับมือกับพรรคฝ่ายค้านและ ดร.มหาเธร์ เพื่อโค่น นาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน

ทางด้าน กัมพูชา ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีฮุนเซน ได้ประกาศขับอเมริกันออกนอกประเทศ ในข้อหาสนับสนุนฝ่ายค้านให้ก่อกบฏล้มรัฐบาล โดยชี้แจงข้อมูลรายละเอียดว่าสถานทูตอเมริกัน หน่วยงานอเมริกันนอกจากสถานทูต เช่น ยูเสด สถานีวิทยุเสียงอเมริกาภาคภาษาเขมร เอ็นจีโออเมริกันในกัมพูชา รวมหัวกันภายใต้การบงการของสถานทูต สนับสนุนพรรคฝ่ายค้านให้โค่นล้มรัฐบาลฮุนเซนซึ่งครองอำนาจมากว่า 30 ปี ตั้งข้อหาหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษยักษ์ใหญ่ “แคมโบเดีย เดลี” ซึ่งถือว่าเป็นสื่อเข้าข้างฝรั่งในข้อหาหลบเลี่ยงการเสียภาษีและให้จ่ายภาษีย้อนหลังหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐ ในที่สุดหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ก็ต้องปิดตัวเอง  สหภาพยุโรปขู่ว่าจะตัดเงินช่วยเหลือสำหรับการเลือกตั้งทั่วไป และข่มขู่ว่าจะลดการนำเข้าสินค้ากัมพูชา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสิ่งทอและเป็นสิ่งค้าออกหลักของกัมพูชา แต่ฮุนเซนท้าทายว่า  ไม่ขอรับความช่วยเหลือจากสหภาพยุโรป ว่าแล้วก็บินไปพบกับผู้นำจีนและกลับมาพร้อมกับคำมั่นสัญญาหลายประการ  

ใน ประเทศไทย ปรากฏหลักฐานทางสื่อออนไลน์เปิดโปงงบประมาณประจำปี 2560 ของ “กองทุนเพื่อประชาธิปไตยแห่งชาติ” (เอ็น.อี.ดี.) ที่ฝากไว้กับกระทรวงการต่างประเทศอเมริกัน แต่เป็นเงินที่ ซี.ไอ.เอ. ร่วมกับสถานทูตใช้เพื่อภารกิจแทรกแซงการเมืองและสังคมของไทย (และประเทศอื่น) มีการบันทึกงบค่าใช้จ่ายในปี 2560 ในการให้การสนับสนุนการเงินแก่กลุ่มประชาธิปไตย กลุ่มล้มเจ้า กลุ่มมวลชน นักศึกษา นักวิชาการ สื่อมวลชน สื่อออนไลน์ แม้แต่ภาคเอกชน โดยมีการระบุชื่อองค์กรผู้รับอย่างชัดเจน พบว่างบประมาณของ เอ็น.อี.ดี. ในปี 2560 ถูกจัดสรรให้ 22 องค์กร จำนวนเงินที่ปรากฏประมาณ 2 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 70 ล้านบาท) เงินจำนวนนี้ส่วนหนึ่งอาจนำมาใช้เพื่อเสี้ยมให้คนไทยแตกแยกกัน

องค์กรภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง องค์กรสิทธิมนุษยชน องค์กรนักศึกษาปัญญาชน องค์กรสื่อมวลชน องค์กรประชาธิปไตย กลุ่มล้มเจ้า ฯลฯ ที่มีชื่อว่าได้รับเงินสนับสนุนจาก เอ็น.อี.ดี.ในปี 2560 ควรรีบเข้าไปตรวจสอบบัญชีการใช้จ่ายเงินของ เอ็น.อี.ดี.โดยเร็ว ว่าได้รับเงินจริงหรือไม่ จำนวนถูกต้อง ตรงกับบัญชีของ เอ็น.อี.ดี.หรือไม่ และทักท้วงหากพบว่าไม่ตรงกันหรือมีข้อผิดพลาดอย่างใด เพราะฝรั่งหรือคนไทยที่ทำงานให้ เอ็น.อี.ดี.อาจเขียนมั่วหรืออมไว้ก็ได้ ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องก็ควรเข้าไปตรวจสอบเพื่อดูว่ามีเงินช่วยเหลือบางส่วนถูกนำมาใช้ในการบ่อนทำลายประเทศไทยหรือไม่อย่างไร

นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่หน่วยงานของรัฐต้องการให้หน่วยงานเอกชน เอ็น.จี.โอ.ไทยที่ได้รับเงินสนับสนุนจากต่างประเทศ เปิดเผยแหล่งที่มาของเงินเพื่อให้เกิดความโปร่งใส และแสดงว่า เงินที่ได้รับไม่ได้ถูกนำมาใช้เพื่อสร้างความปั่นป่วนในประเทศหรือบ่อนทำลายประเทศ

เชื่อว่าคนไทยที่เห็นพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่สถานทูตอเมริกัน เจ้าหน้าที่ยูเสด ซึ่งบางคนเป็น ซี.ไอ.เอ.แฝงตัวมา แล้วไม่สบายใจในสมัยรัฐบาลชุดก่อน เจ้าหน้าที่สถานทูตเคยเดินทางไปเยี่ยมและพบปะกับ “กลุ่มล้มเจ้า” ในภาคอีสานอย่างเปิดเผยหลายครั้ง อดีตทูตอเมริกันคนหนึ่งเคยไปเยี่ยมและถ่ายรูปกับกลุ่มต่อต้านสถาบันและมีการนำรูปนั้นมาโพสต์ในสื่อออนไลน์อย่างเปิดเผย อย่างไรก็ดี หลังจาก คสช.ยึดอำนาจ ท่านทูตระมัดระวังตัวมากขึ้น แต่เจ้าหน้าที่สถานทูต และยูเสดยังเคลื่อนไหวติดต่ออย่างลับๆ กับกลุ่มล้มเจ้าและกลุ่มต่อต้านรัฐบาล เวลานี้มีข่าวว่า กลุ่มต่อต้านรัฐบาลซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก ซี.ไอ.เอ.จะเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล มากขึ้นในเดือน ก.พ. 2561 เจ้าหน้าที่สถานทูตบางคนเดินทางไปพบปะกับแกนนำในภาคอีสาน นอกจากนั้น นายโจชัว หว่อง แกนนำนักศึกษาในฮ่องกงยังได้ให้คำแนะนำเพื่อนคนไทยที่ไปพบถึงวิธีการชุมนุมในตัวเมืองหลวงด้วย  

เจ้าหน้าที่รัฐควรจับตาดูการเคลื่อนไหวในเดือน ก.พ.อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวทางเปิดและทางลับของต่างชาติ และม็อบหลอกเอาเงินจากต่างชาติ รวมทั้งพวกที่หวังจะไปเรียนอเมริกาฟรี