หมออลงกตลาออกรองนายก อบจ.นครพนมเตรียมสู้ศึก ส.ส. สมัยหน้า

วันที่ 28 พ.ค. 2565 เวลา 11:10 น.
หมออลงกตลาออกรองนายก อบจ.นครพนมเตรียมสู้ศึก ส.ส. สมัยหน้า
นครพนม-หมออลงกตลาออกรองนายก อบจ.เตรียมสู้ศึก ส.ส. สมัยหน้า สังกัดภูมิใจไทย หากแพ้เลือกตั้งขอเลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิต

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม กลายเป็นกระแสทางการเมืองที่น่าจับตามอง หลังมีข่าว นายแพทย์ อลงกต มณีกาศ รองนายก อบจ.นครพนม อดีต ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อแผ่นดิน เขต 2 เมื่อปี 2549 เจ้าของฉายาหมอขวัญใจคนยาก เนื่องจากเคยรับราชการเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลปลาปาก จ.นครพนม ก่อนหันมาสู่เส้นทางการเมือง ต่อมาเมื่อปี 2554 ได้สมัคร ส.ส.ในนามพรรค ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน แต่สอบตก ภายหลังเมื่อปี 2562 ได้ย้ายมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ เขต 3 นครพนม สอบตกอีกครั้ง จนกระทั่งได้หันไปร่วมทีมผู้บริหาร เป็นรอง นายก อบจ. กับ นางสาวศุภพานี โพธิ์สุ หรือนายกขวัญ ลูกสาว นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือครูแก้ว ส.ส.นครพนม เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ชนะการเลือกตั้งนายก อบจ.นครพนม ล้มแชมป์ ดร.สมชอบ นิติพจน์ อดีต นายก อบจ.นคพรนม แชมป์เก่า โดยมี นายชูกัน กุลวงษา อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ เขต 3 นครพนม แต่สอบตก จึงหันมาสนับสนุน นั่งตำแหน่งรองนายก อบจ.นคพนม ร่วมกับ นายกขวัญ ถือเป็นประวัติศาสตร์การเมืองนครพนม ซึ่งมีผู้บริหารรองนายก อบจ. เป็นอดีต ส.ส.ถึง 2 คน ล่าสุดได้มีข่าว นายแพทย์ อลงกต มณีกาศ รองนายก อบจ.นครพนม ประกาศลาออกจากตำแหน่ง เพื่อเตรียมพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า ในสังกัดพรรคภูมิใจไทย เขต 3 นครพนม กลายเป็นที่จับตามองของแวดลงการเมือง และประชาชน ในพื้นที่ เนื่องจากถือว่าลาออกกลางคัน พึ่งรับตำแหน่งได้เกือบ 2 ปี

ด้าน นายแพทย์ อลงกต มณีกาศ รองนายก อบจ.นครพนม อดีต ส.ส.นครพนม เจ้าของฉายา หมอขวัญใจคนยาก ออกมาเปิดใจว่า กรณีการประกาศลาออกจาก ตำแหน่งรองนายก อบจ.นครพนม ครั้งนี้ จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 เป็นการตัดสินใจเพื่อเตรียมความพร้อม ในการสู้ศึกเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า ในสังกัดพรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ 3 นครพนม เพราะเชื่อมั่นว่า ไม่ช้าหรือเร็วจะต้องมีการเลือกตั้ง ส.ส.แน่นอน เพราะเหลือเวลาอีกไม่นาน ไม่ถึง 1 ปี ครบวาระในเดือน มีนาคม 2566 หากไม่เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง เนื่องจากการอยู่ในตำแหน่ง รอง นายก อบจ.นครพนม ถือเป็นการเอาเปรียบคู่ต่อสู้ ตัดข้อครหา ใช้เวลาราชการ ใช้ตำแหน่งหน้าที่ของ อบจ.นครพนม เป็นฐานในการหาเสียง ก้าวสู่ ส.ส. ตนถือว่าไม่มีสปิริตพอ และถือว่าไม่เหมาะสม เพราะตนกับผู้บริหารเชื่อมั่นว่า เพียงพอแล้ว ที่สนับสนุน เป็นพี่เลี้ยงให้ นายก อบจ.นครพนม หรือน้องขวัญ ทำงานพัฒนาท้องถิ่นได้ โดยไม่ต้อง อาศัยพี่เลี้ยง รวมถึงเป็นการแสดงความจริงใจต่อประชาชน ประกาศจุดยืน ที่จะสู้ศึกเลือกตั้ง ส.ส. ในสมัยหน้าที่จะมาถึง ส่วนเรื่องโครงการ นโยบายต่างๆ ที่วางไว้ ขอให้ประชาชน มั่นใจ เพราะมีการวางระบบไว้เป็นอย่างดี อาทิ เรื่องของการถ่ายโอน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล ขึ้นสังกัด อบจ. คาดว่าจะสามารถนำร่องดำเนินการได้ในอีกไม่นาน ตาม พ.รบ.กระจายอำนาจ โดยมี การตั้งกองสาธารณสุขเป็นคนดูแล ส่วนโครงการ ก่อตั้งโรงพยาบาล อบจ.ยังมีปัญหาเรื่องพื้นที่ก่อสร้าง ดังนั้น จะเป็นการ ลงนามความร่วมมือกับ คณะแพทย์ศาสตร์ของ มหาวิทยาลัยนครพนม โดยมี อบจ.นครพนม ร่วมสนับสนุน เชื่อว่าจะเกิดประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่ จ.นครพนม อย่างแน่นอน

หมออลงกต กล่าวอีกว่า สำหรับการวางตำแหน่งแทนตนนั้น ต้องขึ้นยู่กับผู้บริหาร ของ อบจ.นคพรนม และในส่วนของ ท่าน รอง ชูกัน กุลวงษา ต้องรอดูทิศทางต่อไป ไม่สามารถตอบแทนได้ โดยการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา ตนลงสมัคร ในสังกัดพรรค พลังประชารัฐ เขต 3 นครพนม ต้องยอมรับว่า การแพ้เลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการกาบัตรใบเดียวทั้งคนทั้งพรรค ทำให้ ผู้สมัครที่มีผลงาน ใกล้ชิดกับชาวบ้านขาดโอกาส เพราะบางทีประชาชน ชอบคนไม่ชอบพรรค แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ เชื่อว่าจะเป็นผลดีต่อ ผู้สมัคร ส.ส.เขต หลังมีการแก้ไชรัฐธรรมนูญ ให้มีการเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ เลือกคน เลือกพรรค ทำให้ประชาชน มีสิทธิ์เลือก พรรคที่ชอบ เลือกคนที่ใช่ ทั้งนี้ตนมั่นใจในการดูแลทำงานเพื่อประชาชน ใกล้ชิดประชาชน ด้วยความจริงใจมาตลอด โดยไม่มีความกังวลว่า พรรคเพื่อไทยจะชนะแบบแลนด์สไลด์ทั้งประเทศ เพราะหากมีการแลนด์สไลด์ มีปัญหาตามมาคือได้ ส.ส.นกแล ที่มาจากกระแสพรรค ไม่ใช่คนที่ทำงานเพื่อประชาชนแท้จริง

อย่างไรก็ตามตลอดเวลาที่ผ่านมา ถึงแม้สอบตก ตนยังทำงานลงพื้นที่ดูแลทุกข์สุขกับประชาชน ต่อเนื่อง จึงเชื่อมั่นว่าการเลือกตั้ง ส.ส.ที่จะมาถึง มั่นใจจะชนะการเลือกตั้ง ไม่กังวลกระแสเพื่อไทย เพราะตนไม่อิงพรรค ถึงแม้จะอยู่กับพรรคภูมิใจไทย แต่ตนใช้คะแนนนิยมส่วนตัวเป็นหลัก ยอมรับทุกพรรคมีนโยบายดี แต่สำคัญที่สุดคือคะแนนนิยมส่วนตัว เพียงต้องสังกัดพรรคตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ มาถึงวันนี้ตนมั่นใจว่าจะชนะการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 3 อย่างแน่นอน และหากภูมิใจไทยได้ยกทีม ทั้ง 4 เขต นครพนม จะมีตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการแน่นอน แต่หากตนพ่ายการเลือกตั้งครั้งนี้ขอประกาศจุดยืนจะขอเลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิต