เตือนจังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยารับมือระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น

วันที่ 14 ก.ย. 2564 เวลา 13:16 น.
เตือนจังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยารับมือระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น
พระนครศรีอยุธยา-กรมชลประทานส่งหนังสือด่วนถึงผู้ว่าฯหลายจังหวัดภาคกลางแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาฉบับที่ 3 ให้ระวังน้ำเหนือมาแล้วมีแนวโน้มต้องระบายน้ำสูงถึง 1,500 ลบ.ม./วินาทีจะส่งผลกระทบพื้นที่ท้ายเขื่อน

เมื่อวันที่ 14 กันยายน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ได้ทำหนังสือแจ้งด่วน ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยาตั้งติดแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ( ออกหนังสือาชการแจ้งเตือน กลางดึกของคืนวันที่ 13 ก.ย.) โดยคาดการณ์ชัดเจนได้ว่า ปริมาณน้ำเหนือไหลผ่าน จ.นครสวรรค์ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ที่ประมาณ 1,800 - 1,900 ลบ.ม./วินาที และยังมีมวลน้ำจากแม่น้ำสะแกกรัง ของ จ.อุทัยธานี ได้ไหลมาสมทบอีก

ทั้งนี้ ได้มีการตัดยอดมวลน้ำเหนือก่อนถึงหน้าเขื่อนเจ้าพระยาให้เข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำ ประมาณ 400 ลบ.ม./วินาที ไปแล้ว แต่มวลน้ำทั้งหมดจำนวนมากไหลมารวมอยู่ที่หน้าเขื่อนเจ้าพระยา ดังนั้นจำเป็นต้องปรับเพิ่มการปล่อยน้ำลงท้ายเขื่อนเจ้าพระยาไปที่ 700-1,500 ลบ.ม./วินาที

อย่างไรก็ตาม จะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันซึ่งอาจเพิ่มสูงที่สุดถึง 2 เมตร โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำของ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ติดแม่น้ำน้อย อันเป็นแม่น้ำสาขาของแม่น้ำเจ้าพระยา เช่นที่ ต.บ้านกระทุ่ม  ต.หัวเวียง ของ อ.เสนา และ ต.ท่าดินแดง ของ อ.ผักไห่ รวมถึง บางตำบลของ อ.บางบาล และ อ.บางไทร ในช่วงวันที่ 15 - 18 ก.ย.

ขณะที่ กรมชลประทาน ได้ยืนยันว่า  จะไม่ปล่อยน้ำเกินกว่า 1,500 ลบ.ม./วินาที ในช่วงนี้ และจะได้บริหารควบคุมปริมาณการระบายน้ำลงท้ายเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว เพื่อให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อนน้อยที่สุด