ภูเก็ตสั่งปิดสถานที่เสี่ยงโควิดระบาด 30ก.ค.-16ส.ค.นี้

วันที่ 29 ก.ค. 2564 เวลา 19:42 น.
ภูเก็ตสั่งปิดสถานที่เสี่ยงโควิดระบาด 30ก.ค.-16ส.ค.นี้
ผู้ว่าฯภูเก็ต สั่งปิดสระว่ายน้ำ -โต๊ะสนุกเกอร์ -ร้านเกม-โรงเรียนศิลปะการต่อสู้ทุกประเภท ตั้งแต่ 30 ก.ค.-16 ส.ค.นี้ ป้องกันโควิดแพร่ระบาด

เมื่อวันที่ 29 ก.ค.64 นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อันเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินได้ทวีความรุนแรงและมีจำนวนผู้ติดเชื้อในพื้นที่ต่าง ๆ เพิ่มสูงขึ้น จนเสี่ยงที่จะเกิดภาวะวิกฤตด้านสาธารณสุข

จังหวัดภูเก็ตจึงจำเป็นต้องกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและบรรเทาสถานการณ์ฉุกเฉินให้คลี่คลายลงโดยเร็ว เพื่อมุ่งลดการรวมกลุ่มของบุคคลและสกัดกั้นการระบาดให้อยู่ในวงจำกัด และเร่งมาตรการด้านการป้องกันควบคุมโรค โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ตามมติที่ประชุม ครั้งที่45/2564 เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2564 จึงลงนามคำสั่งจังหวัดภูเก็ต ที่ 4203/2564 ลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2564 แก้ไขเพิ่มเติม การปิดสถานที่หรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยง ตามคำสั่งจังหวัดภูเก็ต

สาระสำคัญ ดังนี้

มาตรการปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่โรค

1) สถานที่จัดให้มีโต๊ะสนุกเกอร์ บิลเลียด หรือโต๊ะพูล

2) ร้านเกมคอมพิวเตอร์ เกมออนไลน์

3) โรงเรียนสอนมวย และโรงเรียนศิลปะการต่อสู้ทุกประเภท (วูชู คาราเต้ เทควันโด มวยไทย มวยสากล ยูโด ไอกิโดเป็นต้น)

4) สระว่ายน้ำที่เปิดให้บริการประชาชนเป็นการทั่วไปทั้งในส่วนของราชการ และ ผู้ประกอบการเอกชน

มาตรการควบคุมแบบบูรณาการ สถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค

1) สนามกีฬาหรือสถานที่เพื่อการออกกำลังกายกลางแจ้ง สวนสาธารณะ ลาน พื้นที่ กิจกรรมสาธารณะโล่งแจ้ง สามารถเปิดให้บริการได้ไม่เกินเวลา 21.00 นาฬิกา แต่ห้ามเล่นกีฬาที่มีการปะทะกันและต้องไม่มีผู้ชมหรือชุมนุมกัน

2)สถานที่หรือสนามออกกำลังกายในร่ม เช่น โรงยิม ฟิตเนส โยคะ แอโรบิก คลาสกำลังกาย สามารถเปิดให้บริการได้ไม่เกินเวลา 21.00นาฬิกา โดยจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการตามขนาดของพื้นที่ และผู้ให้บริการ/ผู้ใช้บริการ ต้องเป็นผู้ที่ได้รับวัคชีนครบโดส และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคที่ทางราชการกำหนด รวมถึงมาตรการ D-M-H-T-T-A

หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้ อาจเป็นความผิดตามมาตรา 51 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือมาตรา 52 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับแห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 และอาจได้รับโทษตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมี่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค.64 ถึงวันที่ 16 ส.ค.64