ลูกไม่ได้ไปโรงเรียนเพราะโควิด ผู้ปกครองขอลดค่าบำรุงการศึกษา

วันที่ 02 ก.ค. 2564 เวลา 15:03 น.
ลูกไม่ได้ไปโรงเรียนเพราะโควิด ผู้ปกครองขอลดค่าบำรุงการศึกษา
ชลบุรี-ผู้ปกครองรวมตัวพบผู้บริหาร ร.ร.สว่างบริบูรณ์วิทยา ขอลดค่าบำรุงการศึกษาตามความเป็นจริง หลังบุตรหลานไม่สามารถเข้าเรียนตามปกติได้ จากสถานการณ์โควิด-19ระบาดแต่การเจรจายังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน

กลุ่มผู้ปกครองเด็กนักเรียน ร.ร.สว่างบริบูรณ์วิทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เข้าพบคณะผู้บริหารของโรงเรียนเจรจาขอลดค่าบำรุงการศึกษาในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 เพราะบุตรหลานไม่สามารถเข้ามาเรียนได้ตามปกติ เนื่องจากทางกระทรวงศึกษาธิการมีคำสั่งให้เลื่อนการเรียนการสอนมาตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายนไปแบบไม่มีกำหนด หลังพบปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ยังคงมียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น แต่พบว่าทางโรงเรียนไม่ได้ลดค่าใช้จ่ายอัตราค่าธรรมเนียมบำรุงการศึกษาที่เหมาะสม ทั้งๆที่เด็กนักเรียนไม่ได้ใช้ห้องเรียน แอร์ปรับอากาศ คอมพิวเตอร์ อาหารกลางวัน นมสำหรับการบริโภค อินเตอร์เน๊ต ห้องสมุด และอื่นๆ

นางวิภาภรณ์ ปริ่มศรีสุข อายุ 32 ปี ผู้ปกครองเปิดเผยว่าส่งบุตรเข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ 2 คน อยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และ 6 ในภาค CEP หรือแบบอินเตอร์ ซึ่งมีค่าเทอมประมาณคนละ 30,000 กว่าบาท โดยส่งเรียนมานานหลายปีแล้ว แต่ในภาคเรียนนี้พบว่าเด็กยังไม่สามารถเดินทางมาโรงเรียนได้ตามปกติ เนื่องจากมีคำสั่งจากกระทรวงฯให้เลื่อนออกไปเพื่อป้องกันปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ดังนั้นเมื่อเด็กจำเป็นต้องเรียนแบบออนไลน์ ขณะที่เด็กบางส่วนมีเพียงการส่ง Link เนื้อหารายวิชาให้เด็กและผู้ปกครองช่วย กันทำงานส่ง โดยไม่ได้ใช้สถานที่ห้องเรียน ห้องปรับอากาศ อินเตอร์เน็ต

อีกทั้งยังไม่ได้รับนม และอาหารกลาง วัน รวมทั้งอื่นๆ แต่ทางโรงเรียนกลับลดค่าใช้จ่ายให้เพียง 1,500 บาทในส่วนของการเรียนแบบภาคปกติ และจำนวน 3,000 บาทในการเรียนภาคอินเตอร์ จึงมองว่าไม่เหมาะสมและตรงกับความเป็นจริง ซึ่งควรจะปรับลดเป็นรายวันตามหนังสือของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จำนวน 5 ข้อ ได้แก่ ค่าอาหารและอาหารว่าง ค่ารถรับส่ง ค่าเรียนดนตรี กีฬา ศิลปะ ค่าทัศนศึกษา และค่าอาหารเสริม

ด้วยเหตุนี้ผู้ปกครองจึงหารือกันว่าจะเข้ามาเจรจาขอปรับลดตามความเป็นจริง โดยนับจากวันที่สั่งปิดจนถึงวันเปิดเรียน ซึ่งขณะนี้มีผู้ปกครองลงรายชื่อร่วมแล้วกว่า 500 ราย โดยการรวมตัวครั้งนี้ไม่ใช่เป็นการประท้วง เพียงต้องการให้ทางโรง เรียนรับทราบถึงความเดือดร้อนของผู้ปกครองในภาวะวิกฤตินี้เช่นกัน แต่หากผลสรุปไม่เป็นที่น่าพอใจก็จะให้เด็กดรอปเรียน หรือยอมซ้ำชั้น เพราะมองว่าการเรียนแบบออนไลน์ไม่มีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตามต่อมา โรงเรียนได้เชิญผู้ปกครองเข้าร่วมประชุมเพื่อหารือแนวทางออก โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าร่วมสังเกตการณ์ ซึ่งหลังเวลาผ่านไปประมาณ 1 ชม.จึงแล้วเสร็จ โดยกลุ่มผู้ปกครองแจ้งว่าการประชุมครั้งนี้ยังไม่มีผลสรุปที่ชัดเจน เพียงแต่ทางครูที่รับเรื่องจะนำข้อเสนอต่างๆผ่านไปยังผู้บริหารเพื่อพิจารณาความเหมาะสมว่าจะดำเนินการต่อไป จากนั้นจึงจะมีการเรียกประชุมผู้ปกครองเพื่อชี้แจงอีกครั้ง