พิษโควิดรอบ3 ประปาพัทยาปรับแผนจ่ายน้ำ ยอดผู้ใช้ลดกว่า40%

วันที่ 11 มิ.ย. 2564 เวลา 17:01 น.
พิษโควิดรอบ3 ประปาพัทยาปรับแผนจ่ายน้ำ ยอดผู้ใช้ลดกว่า40%
พัทยา-ประปาพัทยาแจงโควิด-19 รอบ 3 ส่งผลยอดผู้ใช้ลดลงกว่า 40 % แก้แผนจ่ายน้ำใหม่ป้องกันความเสียหายระบบท่อเร่งสะสมน้ำดิบรอวันท่องเที่ยวฟื้นตัว

นายชัยทัศ อิ๊ดแสง ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาค สาขาพัทยา เปิดเผยถึงสถานการณ์การใช้น้ำอุป โภค บริโภคในช่วงการแพร่ระบาดของสถานการณ์โควิด-19 ในระลอกที่ 3 นี้ว่าด้วยเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลก ในอดีตแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาพักผ่อนนับสิบล้านคน รวมไปถึงแรงงานที่เข้ามาประกอบอาชีพอีกเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ปริมาณการใช้น้ำประปาอยู่ในอัตราที่สูงกว่า 2.5 ลบ.ม./วัน ขณะที่ 5 อ่างกักเก็บน้ำของเมืองพัทยาเองก็มีน้ำจำนวนจำกัดจึงต้องจัดทำโครงการการผันน้ำจากพื้นที่อื่นมาแบ่งเบาภาระมาโดยตลอด

อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ต้นปี 2563 จนถึงปัจ จุบันเข้าสู่การระบาดระลอกที่ 3 แล้ว ทำให้นักท่องเที่ยวหลักซึ่งเป็นชาวต่างชาติขาดหายไป ขณะที่แรงงานที่ประกอบอาชีพด้านการให้บริการด้านการท่องเที่ยว ทั้ง โรงแรม ร้านอาหาร ภัตตาคาร สถานบันเทิง และกิจ กรรมอื่นๆต้องประสพกับภาวการณ์ปิดตัวลงแบบถาวร และชั่วคราว แรงงานส่วนใหญ่จึงมีการเคลื่อนย้ายกลับสู่ภูมิลำเนาจากปัญหาการว่างงานจะเหลือแต่เพียงประชากรตามทะเบียนราษฎร์ซึ่งมีอยู่ไม่มากนัก ส่งผลให้ปริมาณการใช้น้ำจากเดิม 2.5 แสน ลบ.ม./วัน ลดลงไปกว่า 35-40 % ซึ่งก็ไปส่งผลถึงรายได้ของการประปาพัทยาที่ลดลงไปกว่า 30 % ด้วย เรื่องนี้ส่งผลทำให้การบริหารจัดการประสพปัญหาอยู่บ้าง

นายชัยทัศ กล่าวต่อไปว่าขณะนี้เมืองพัทยากำลังเร่งหารือกับภาคธุรกิจเพื่อส่งต่อไปยังรัฐบาลให้เร่งจัด สรรวัคซีนให้กับประชาชนในสัดส่วน 70 % เพื่อให้สามารถกลับมาเปิดบริการได้ให้ทันในช่วงไตรมาสที่ 4 หรือประมาณเดือนตุลาคมนี้ ดังนั้นในช่วงเวลานี้การประปาพัทยาจึงต้องปรับแผนลดกำลังผลิตน้ำประปาจากเดิมเหลือเพียงวันละ 1.5 แสน ลบ.ม./วัน เท่านั้น ซึ่งก็ถือว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะทำให้ปัญหาท่อประปาแตกรั่วจากความดันลดลง พร้อมทำการเร่งสำรองน้ำดิบไว้เพื่อให้สามารถใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพหลังการท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัวขึ้น โดยมีการเร่งผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำหนองกลางดง และหนองปลาไหลมาจัดเก็บสำรองไว้ ทั้งนี้จากสถิติพบว่าแต่เดิมน้ำทั้ง 5 อ่างกักเก็บจะมีปริมาตรความจุอยู่ที่ 40 ล้าน ลบ.ม. ขณะนี้มีน้ำดิบสำรองแล้วอยู่ประมาณ 20 ล้าน ลบ.ม.เศษ และหากเข้าสู่ฤดูฝนก็คาดว่าจะทำให้ปริมาณน้ำดิบอาจมีมากถึง 70-80 % ของความจุ ที่จะรองรับการท่องเที่ยวหากฟื้นตัวได้ถึงปี 2565

อย่างไรก็ตามนอกจากแผนเรื่องการกักเก็บและสำรองน้ำไว้แล้ว ยังมีโครงการอื่นๆที่ดำเนินการควบคู่ไปด้วย เช่น การเร่งปรับวางระบบและแนวท่อส่งน้ำใหม่ตลอดถนนเลียบทางรถไฟ และถนนสาย 331 เพื่อรอง รับความเจริญเติบโตในอนาคตทั้งการลงทุนของโครงการขนาดใหญ่ และการหลั่งไหลของแรงงานที่จะเข้ามาเป็นจำนวนมาก หลังมีโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมต่อ 3 สนามบินแล้วเสร็จ รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนเส้นท่อส่งน้ำในพื้นที่เมืองพัทยา และการจัดสร้างท่อส่งน้ำเลียบถนนสุขุมวิทจากเมืองพัทยาสู่พื้นที่อำเภอสัตหีบ เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการในอนาคตด้วย