ปทุมธานีสั่งปิด2ตลาด หลังพบติดเชื้อโควิด-19เป็นกลุ่มก้อน

วันที่ 12 ก.พ. 2564 เวลา 11:00 น.
ปทุมธานีสั่งปิด2ตลาด หลังพบติดเชื้อโควิด-19เป็นกลุ่มก้อน
ผู้ว่าฯปทุมธานี สั่งปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโควิด-19 "ตลาดสุชาติ-ตลาดพรพัฒน์" อาคารพาณิชย์โดยรอบ พร้อมห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามชาติ เป็นเวลา 5 วันตั้งแต่ 12-16กพ.นี้ หลังพบติดเชื้อ เป็นกลุ่มก้อน

เมื่อวันที่ 12 กพ. 64 นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการ จ.ปทุมธานี มีคำสั่ง จ.ปทุมธานี ที่ 1641/2564 เรื่องปิดสถานที่ ซึ่งมีโอกาสเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ประกอบด้วย

1. ปิดสถานที่เป็นการชั่วคราวสถานที่พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เป็นเวลา 5 วันตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ. ถึง 16 ก.พ. 64 ได้แก่

1.1 ตลาดสุชาติรวมถึงอาคารพาณิชย์โดยรอบ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

1.2 ตลาดพรพัฒน์รวมถึงอาคารพาณิชย์โดยรอบ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

ตามที่ จ.ปทุมธานี มีประกาศมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และมีคำสั่งปิดสถานที่เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องได้ถือปฏิบัติแล้วนั้น ปรากฏว่าเกิดการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อโควิด-19 ขึ้นใหม่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี โดยพบผู้ป่วยยืนยันรายใหม่เป็นแบบกลุ่มก้อนซึ่งมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด จึงดำเนินการดังกล่าว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 34 และมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ 2558 ประกอบกับข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2558 ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2563 ข้อกำหนดฉบับที่ 16 ลงวันที่ 3 มกราคม 2564 และข้อกำหนดฉบับที่ 8 ลงวันที่ 29 มกราคม 2564

2. ห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวที่เกี่ยวเนื่องกับพื้นที่ตามข้อ 1 ออกจากที่พักและให้กักตัวเป็นเวลา 14 วัน เมื่อครบกำหนด 3 วันหากได้ดำเนินการเป็นไปตามหลักเกณฑ์การสอบสวนโรคที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดแล้ว และมีความพร้อมในการเปิดดำเนินการสามารถยื่นแผนการจัดการและมาตรการควบคุมโรคต่อ ศปก. อำเภอเพื่อขอเปิดดำเนินการต่อไปได้

ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมีความผิดตามมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ 2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับและมีความผิดตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งปรับทั้งจำทั้งปรับและอาจมีความผิดตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง