หนุนฟ้องนักท่องเที่ยวติดโควิดโผล่"เขาค้อ-ภูทับเบิก"เป็นเคสตัวอย่าง

วันที่ 04 ม.ค. 2564 เวลา 20:08 น.
หนุนฟ้องนักท่องเที่ยวติดโควิดโผล่"เขาค้อ-ภูทับเบิก"เป็นเคสตัวอย่าง
เพชรบูรณ์-ประธานสภาทนายความเมืองมะขามหวานจี้ให้ดำเนินคดีนักท่องเที่ยวติดโควิดโผล่เที่ยว"เขาค้อ-ภูทับเบิก"ให้เป็นเคสตัวอย่าง ส่วนผู้ประกอบการต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย

เมื่อวันที่ 4 ม.ค.นายบัณฑิต ศรีวิไล ประธานสภาทนายความจ.เพชรบูรณ์ กล่าวถึงกรณีนักท่องเที่ยวชาวสมุทรสาครอยู่ในพื้นที่แดง(ควบคุมสูงสุด) เดินทางมาเที่ยวเขาค้อ-ภูทับเบิก และหลังเดินทางกลับพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ว่า หากเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามไทม์ไลน์ก็ต้องถือว่านักท่องเที่ยวที่ติดเชื้อและพวกที่ลักลอบเดินทางมาที่จ.เพชรบูรณ์ ได้ฝ่าฝืนคำสั่งประกาศจังหวัดฯที่ให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงโดยเฉพาะจ.สมุทรสาคร ต้องรายงานข้อมูลการเดินทางให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ และมีความผิดตามพ.ร.บ.สถานการณ์ฉุกเฉินและพ.ร.บ.โรคติดต่อแล้ว ฉะนั้นทางจังหวัดโดยเฉพาะเจ้าพนักงานหน้าที่ตามพ.ร.บ.นี้ จะต้องแจ้งกล่าวโทษเพื่อดำเนินคดีให้เป็นกรณีตัวอย่าง ส่วนผู้ประกอบการหากรู้เห็นเป็นใจหรือเพิกเฉยไม่ทำตามมาตรการทางสาธารณสุขก็มีความผิดหรือร่วมรับผิดชอบด้วยเช่นกัน

"เคสนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นอีกเพราะก่อนหน้านี้ก็มีกรณีของสาวนักท่องเที่ยว ซึ่งมีประวัติเข้าไปในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร และมาเที่ยวพักค้างคืนที่ภูทับเบิกหลังจากกลับไปก็พบว่าติดเชื้อโควิด จนทำให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจจังหวัดค่อนข้างมาก แต่แค่ระยะเวลาราว2 สัปดาห์ก็มีเคสนักท่องเที่ยวจากสมุทรสาครอีกราย จู่ๆมีไทม์ไลน์ระบุว่ามาเที่ยวเพชรบูรณ์และแวะไปที่วัดดังในเขต อ.เขาค้อและไปพักค้างคืนมีกิจกรรมเคาน์ดาวน์สังสรรค์กันที่รีสอร์ตบนภูทับเบิก หลังกลับไปและเข้าตรวจในโรงพยาบาลเอกชนจนพบติดเชื้อโควิด-19 เหมือนเป็นการฉายหนังรอบ 2 ฉะนั้นจึงต้องมาทบทวนหรือถอดบทเรียนว่ามีข้อบกพร่องตรงไหน เพื่อไม่ให้เกิดเคสแบบเดียวกันนี้เป็นรายที่ 3 หรือรายที่ 4 ตามมาอีก" นายบัณฑิตกล่าว

สำหรับ ผู้ประกอบการรีสอร์ตกรณีที่อาจจะกล่าวอ้างว่า ถูกนักท่องเที่ยวโกหกหรือปกปิดข้อมูลไม่ได้มาจากจังหวัดเสี่ยงนั้น เหตุผลแค่นี้คงไม่พอเพราะสถานการณ์ขณะนี้อยู่ในสภาวะไม่ปกติ จังหวัดก็มีคำสั่งประกาศชัดเจนฉะนั้นจำเป็นต้องตรวจสอบเอกสารหลักฐาน โดยเฉพาะบัตรประจำตัวประชาชนลูกค้าที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ฉะนั้นในเคสนี้ทางพนักงานเจ้าหน้าที่จึงต้องนำมาพิจารณาด้วยเช่นกัน ส่วนเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายหากพบว่า หละหลวมเพิกเฉยก็ต้องถูกพิจารณาโทษเช่นเดียวกัน

นายบัณฑิต กล่าวว่า ในเคสนี้ประชาชนและผู้ประกอบการอื่นๆ ก็สามารถเป็นผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนักท่องเที่ยวรายนี้ได้เช่นเดียวกัน แต่หากต้องการความช่วยเหลือจากสภาทนายความจังหวัดหรือต้องการคำปรึกษาหารือในข้อกฎหมาย สามารถยื่นขอความช่วยเหลือผ่านทางสภาทนายความจ.เพชรบูรณ์ หรือสามารถติดต่อตนในฐานะประธานสภาทนายความจังหวัดฯได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 081-8864968