อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำดูงานพัฒนาพื้นที่บึงสีไฟแก้แล้ง-ช่วยคลายอุทกภัย

วันที่ 23 ก.ย. 2563 เวลา 09:33 น.
อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำดูงานพัฒนาพื้นที่บึงสีไฟแก้แล้ง-ช่วยคลายอุทกภัย
พิจิตร-อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ดูความคืบหน้าการพัฒนาบึงสีไฟ เป็นพื้นที่กักเก็บน้ำแก้ภัยแล้ว คลี่คลายอุทกภัย

นายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ลงพื้นที่ดูสภาพบึงสีไฟพร้อมทั้งเข้าร่วมประชุมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยอนาคตจะพัฒนาบึงสีไฟเป็นแหล่งน้ำรัการะบบนิเวศและเป็นแหล่งที่มนุษย์สามารถใช้ประโยชน์จากบึงสีไฟได้ เป็นแหล่งผลิตอาหาร เป็นห่วงโซ่ของสัตว์น้ำและนกในธรรมชาติสร้างคุณประโยชน์ด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว และจะไม่มุ่งเน้นเรื่องการสิ่งปลูกสร้างให้มากเกินความจำเป็น

นายภาดล กล่าวว่า สถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศอยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากปริมาณน้ำฝนในปีนี้มีน้อยกว่าปี 62 ที่จัดได้ว่าเป็นช่วงที่แห้งแล้งสุดๆ ดังนั้นปี 63 น้ำฝน น้ำในเขื่อนหลักหรือแอ่งน้ำขนาดใหญ่ก็มีน้อยกว่าปี 62 จึงคาดว่า ในช่วงฤดูแล้งของปี 64 สถานการณ์อยู่ในภาวะน่าเป็นห่วง

ส่วนเรื่องการพัฒนาบึงสีไฟขณะนี้การขุดลอกและขุดดินมีความคืบหน้าส่วนกองดินที่อยู่โดยรอบบึงสีไฟจำนวนหลายล้านลูกบาศก์เมตรนั้นมีการประมูลขายไปได้หมดแล้ว ซึ่งผู้รับเหมาหรือผู้ประมูลซื้อไปจะต้องดำเนินการขนย้ายดินไปให้เสร็จสิ้นไม่เกินเดือน ก.พ. 64 ซึ่งหลังจากนั้นก็จะพัฒนาบึงสีไฟให้มีน้ำ มีบัว มีปลา มีออกซิเจน หรืออากาศบริสุทธิ์ เพื่อให้บึงสีไฟเป็นแหล่งท่องเที่ยวและเป็นที่กักเก็บน้ำแก้ภัยแล้งช่วยน้ำท่วม

ส่วนของบึงสีไฟในอนาคตวางเป้าไว้ว่าจะต้องเก็บน้ำให้ได้ 24 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ปีนี้ปริมาณน้ำมีน้อย กรมชลประทานก็เติมน้ำเข้าบึงสีไฟวันละ 2 แสนลูกบาศก์เมตร ได้น้ำอยู่ในบึงสีไฟแล้ว 10 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งถ้าในช่วงนี้กรมชลประทานมีน้ำเพียงพอหรือมีฝนตกอีกช่วงหนึ่งก็จะพยายามผลักดันน้ำเข้าบึงสีไฟเพิ่มเติมขึ้นอีกเพื่อให้เกิดน้ำซึมน้ำซับที่เกษตรกรที่อยู่รอบๆบึงสีไฟจะได้ใช้ประโยชน์ต่อไป