พิจิตรทำฝนหลวงไม่ได้ผล นราพัฒน์เสนอเร่งปลูกป่า

วันที่ 12 ก.ย. 2563 เวลา 19:31 น.
พิจิตรทำฝนหลวงไม่ได้ผล นราพัฒน์เสนอเร่งปลูกป่า
พิจิตร-กรมฝนหลวงบิน104เที่ยวตั้งแต่มี.ค.63ทำฝนเทียมตกพิจิตรแค่36วัน นราพัฒน์ ชี้อุปสรรคพื้นที่ไม่มีป่าไม้ เสนอปลูกป่าสร้างความชุ่มชื้น

เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2563 ความคืบหน้าจากสถานการณ์ภัยแล้งในเขตพื้นที่จังหวัดพิจิตร ที่เกิดจากฝนทิ้งช่วงทำให้เกษตรกรชาวนาและชาวสวนไม้ผลได้รับความเดือดร้อน จึงร้องทุกข์ไปยังนายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อขอให้ช่วยเหลือประสานขอการทำฝนหลวง ดังนั้นในวันนี้จึงมอบให้ นายวัชรินทร์ แทนจำรัส เลขาส่วนตัวของ นายนราพัฒน์ ผช.รมต.เกษตร ให้ไปประสานกับ นายประสพ พรหมมา ผอ. ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือตอนล่าง จ.พิษณุโลก เพื่อสอบถามความคืบหน้าของการทำฝนหลวง เพื่อให้เกิดฝนในพื้นที่จังหวัดพิจิตร

นายประสพ พรหมมา ผอ. ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือตอนล่าง จ.พิษณุโลก กล่าวว่า รับผิดชอบพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งประกอบด้วย พิจิตร เพชรบูรณ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร สุโขทัย อุตรดิตถ์ แพร่ น่าน ในส่วนของจังหวัดพิจิตรเป็นพื้นที่ที่รับผิดชอบอยู่ด้วย ยอมรับว่าเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา จังหวัดพิจิตรประสบปัญหาภัยแล้งในหลายพื้นที่ รวมถึงปีนี้ด้วย ส่วนการปฏิบัติการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือตอนล่าง ที่มีเครื่องบินทำฝนหลวงแค่เพียง 2 ลำ ได้ขึ้นบินเพื่อทำฝนหลวงให้เขตพื้นที่จังหวัดพิจิตรมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 จนถึงวันนี้ขึ้นบินโปรยสารเคมีทำฝนหลวงไปแล้ว 104 เที่ยวบิน แต่ทำให้มีฝนตกแค่เพียง 36 วันเท่านั้น เหตุเป็นเพราะในเขตพื้นที่จังหวัดพิจิตรไม่มีภูเขา ไม่มีป่าไม้ จะได้เมฆฝนส่วนใหญ่ก็มาจากจังหวัดค้างเคียงที่มีภูเขาและป่าไม้ ดังนั้นเมื่อขึ้นบินโปรยสารเคมีทำฝนหลวงพื้นที่ส่วนใหญ่ที่ทำแล้วได้ผลดีที่สุดก็คือ อำเภอดงเจริญ และ อำเภอที่อยู่แนวขอบติดกับจังหวัดเพชรบูรณ์

ล่าสุดจากสถานการณ์ภัยแล้งและการร้องขอของเกษตรกรชาวพิจิตร ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือตอนล่างพิษณุโลก รับทราบปัญหา โดยต่อจากนี้จะเพิ่มความถี่รอบบินทำฝนหลวงให้พื้นที่จังหวัดพิจิตรให้บ่อยครั้งขึ้น แต่ก็ต้องออกตัวก่อนว่าการทำฝนหลวงมีตัวแปร คือ ต้องมีความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศต้องมีมากกว่า 60% และมีกลุ่มเมฆฝนด้วย จึงจะประสบความสำเร็จ แต่ที่ผ่านมาเจอปัญหาในพื้นที่จังหวัดพิจิตร กลุ่มเมฆฝนมีน้อย รวมถึงความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศก็มีน้อยด้วยเช่นกัน ดังนั้นแนวทางคือต้องช่วยกันอนุรักษ์และสร้างผืนป่าเพื่อสร้างความชุมชื้นในอากาศ ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล และการทำฝนหลวงสามารถทำได้อย่างที่ต้องการอีกด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับสถานการณ์ฝนในพื้นที่จังหวัดพิจิตร เมื่อคืนวานที่ผ่านมามีฝนตกลงมาอย่างหนักในหลายพื้นที่ ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากการปฏิบัติการทำฝนหลวง รวมถึงมีร่องความกดอากาศต่ำพัดผ่าน จึงทำให้มีฝนตกพอทำให้นาข้าวในหลายพื้นที่รอดพ้นจากวิกฤตต้นข้าวที่ส่อแห้งตายได้อีกด้วย

บทความแนะนำ