posttoday

ศาลอนุมัติหมายจับแกนนำบุกชิงตัวผู้ต้องหาลอบคราดหอย

11 กันยายน 2563

สุราษฎร์ธานี-ศาลสุราษฎร์ธานี อนุมัติหมายจับ 3 แกนนำประมงชิงตัว 3 ผู้ต้องหาทำลายของกลางและทำร้ายประมงจังหวัด

เมื่อวันที่ 11ก.ย.63 ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้อนุมัติหมายจับ 3 แกนนำเรือประมงพื้นบ้าน ประกอบด้วย น.ส.วรรณดี เทศงาม อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72/62 ม.3 ต.บางกุ้ง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี นายสายันต์ ศักดิ์ทอง อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70/1 ม.3 ต.บางกุ้ง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี นายอนุชา บินมูซา หรือ บังหมัดดำ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 105/2 ม.1 ต.หงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ตามหมายจับที่ จ.223/2563, จ.224/2563 และ จ.225/2563 ในความผิด 6 ข้อหา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 ก.ย.63 บริเวณร่องแม่น้ำตาปี อ.เมืองสุราษฎร์ธานี ซึ่่งแกนนำทั้ง 3 แกนนำเรือประมงพื้นบ้านพร้อมชาวบ้านปิดล้อมเรือตรวจการณ์ 78 ตำรวจน้ำสุราษฎร์ธานี ชิงตัวนายสมรักษ์ หวังสวัสดิ์ นายประเสริฐ การะพิทักษ์ และชายไทยไม่ทราบชื่อ ผู้ต้องหาที่ลักลอบทำประมงผิดกฎหมายนำเรือประมงใช้ตะแกรงคราดหอยบริเวณปลายแหลมซุย ต.พุมเรียง อ.ไชยา ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ลากจูงเรือประมงที่กระทำผิดพร้อมผู้ต้องหา 3 คนกลับเข้าฝั่งเพื่อส่งดำเนินคดี โดยกลุ่มผู้ถูกออกหมายจับได้ตัดเชือกผูกตะแกรงคราดสัตว์น้ำที่ใช้ทำผิดกฎหมาย และตักสัตว์น้ำที่อยู่บนเรือของกลางทิ้งน้ำเพื่อทำลายหลักฐาน

นอกจากนี้ใช้กำลังบังคับให้นายนรินทร์ พรหมควร ประมงอำเภอไชยา นั่งตากแดดอยู่บนหัวเรือ 5 ชั่วโมงห้ามมิให้ดื่มน้ำหรือใดๆเพื่อต่อรองให้ประมงจังหวัดเข้ามาพบไม่ให้ดำเนินคดี และยังได้เข้าทำร้ายร่างกายด่าทอนายนรินทร์ พร้อมทำลายกระเป๋าสะพายเสียหาย โดยอาศัยกำลังชาวบ้านที่มีมากกว่าปล่อยเรือประมงของกลางไปด้วย

สำหรับ6ข้อหา ประกอบด้วย 1.ร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่ว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย

2.ร่วมกันข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่ หรือให้ละเว้นปฏิบัติการตามหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญ ว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย โดยร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป

3.ร่วมกันกระทำด้วยประการใดให้ผู้ถูกคุมขังตามอำนาจของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา หลุดพ้นจากการคุมขังไป โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย

4.ร่วมกันช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษ หรือให้รับโทษน้อยลง ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด

5.ร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน ซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่จะกระทำ หรือได้กระทำการตามหน้าที่

และ6.ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย

ข่าวล่าสุด

แมนเชสเตอร์สีแดง ! แมนยู ทุบชนะ แมนซิตี้ 2-0 ผลบอลพรีเมียร์ลีก