ตำรวจภาค1จับสามีฆ่าแม่ค้าของแห้ง-อดีตนักมวยชิงทรัพย์แท็กซี่

วันที่ 05 ก.ย. 2563 เวลา 16:15 น.
ตำรวจภาค1จับสามีฆ่าแม่ค้าของแห้ง-อดีตนักมวยชิงทรัพย์แท็กซี่
สมุทรปราการ-ตำรวจภาค1จับสามีฆ่าแม่ค้าของแห้ง อ้างถูกฝ่ายหญิงทุบตีจนทนไม่ไหว อีกคดีรวบอดีตนักมวยชิงทรัพย์แท็กซี่วัย83 อ้างแค้นถูกโชเฟอร์ด่าเมาไล่ลงจากรถ

พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ต. ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ. วรวุฒิ ปานขาว ผกก.สภ.บางเสาธง แถลงข่าวจับกุมสองผู้ต้องหาใน2คดีสำคัญในที่เกิดขึ้นในจังหวัดสมุทรปราการ

คดีแรกพ.ต.อ. ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรปราการ พร้อมด้วยฝ่ายสืบสวนภาค 1 ร่วมกันจับกุมตัว นายพิทักษ์ อู่ตุ้ม อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการในข้อหา ฆ่านางสาว รัติการ์ เกียรติก้องนนท์ อายุ 42 ปี แม่ค้าของแห้งซึ่งเป็นภรรยาพร้อมด้วยของกลางเป็นเงินสดจำนวน 24,000 บาท ทองคำรูปพรรณต่างๆรวมถึงแหวนทองคำรวมน้ำหนัก 7 บาท โดยไปจับกุมได้ที่บ้านเช่าแห่งหนึ่งในตำบลมอญ อำเภอสังขะ จังหวัดกาญจนบุรี

นายพิทักษ์ เล่าให้ฟังว่า วันเกิดเหตุ 24 สิงหาคม 2563 ขณะที่กำลังเตรียมตัวจะออกไปขายของตามปกติ แต่ภรรยาได้ดุด่าและทุบตีทำร้ายตนเองหลายครั้ง จนเกิดบันดาลโทสะ จึงตัดสินใจใช้แขนเข้าล็อกคอจากด้านหลัง เพื่อหวังให้ภรรยาหยุดด่าและทำร้ายตนเอง และนำเอากระเป๋าเงินสดที่ซึ่งเป็นกระเป๋าคาดเอวของภรรยาติดตัวไปด้วยและหลบหนีไป

ส่วนคดีที่สอง เป็นคดีชิงทรัพย์รถยนต์แท็กซี่รับจ้าง สีเขียวเหลือง ทะเบียน 1 มข 2878 กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2563 พื้นที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์ เวลา 04.00 น. พบนายวิโรจน์ สัมมาบัติ อายุ 83 ปี คนขับถูกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ

ผู้ก่อเหตุคือ นายสุพจน์ หรือด จุมพล อายุ 34 ปี อดีตนักมวยไทยอาชีพ สารภาพว่า มึนเมาสุรา เรียกแท็กซี่เหมาให้ไปส่งที่บ้านแม่ที่จังหวัดกาญจนบุรี แต่เกิดมีปากเสียงกับคนขับได้เอ่ยปากขับไล่ด้วยถ้อยคำรุนแรง จึงบันดาลโทสะลงมือทำร้ายร่างกายด้วยการชกต่อยก่อนที่จะแย่งเอาโทรศัพท์มือถือของผู้บาดเจ็บและขับรถแท็กซี่หลบหนีออกมาจอดทิ้งไว้หน้าปั้มน้ำมัน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ชิงทรัพย์ผู้อื่นในเวลากลางคือโดยมีอาวุธเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแกกายและจิตใจ ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจและพาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป