จับแอดมินเพจ"พิษณุโลกคนกล้าไม่ก้มหน้าให้เผด็จการ"

วันที่ 13 ส.ค. 2563 เวลา 21:25 น.
จับแอดมินเพจ"พิษณุโลกคนกล้าไม่ก้มหน้าให้เผด็จการ"
พิษณุโลก-ตำรวจจับแอดมินเพจ"พิษณุโลกคนกล้าไม่ก้มหน้าให้เผด็จการ"ข้อหานำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ปูดเหตุการณ์แกนนำผู้ชุมนุมถูกจับกุมไปอยู่ในค่ายตชด.

เมื่อค่ำวันที่ 13 ส.ค. ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก พล.ต.ต.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต รอง ผบช.ภ.6 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก ร่วมกันแถลงจับกุม นายเวหา หรืออาร์ท แสนชนชนะศึก อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 20 หมู่ 3 ต.บ้านน้อยซุ้มขี้เหล็ก อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก แอดมินเพจเฟซบุ๊ก “พิษณุโลกคนกล้าไม่ก้มหน้าให้เผด็จการ” ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดพิษณุโลก ที่ 183/2563 ลงวันที่ 13 ส.ค.2563 ซึ่งกระทำความผิดฐาน "นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน"

พล.ต.ต.นัยวัฒน์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 ส.ค. เพจเฟซบุ๊ก"พิษณุโลกคนกล้า ไม่ก้มหน้าให้เผด็จการ" โพสต์ข้อความสรุปได้ว่า มีเหตุการณ์แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมถูกกลุ่มบุคคลซึ่งเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ นำตัวไปจากบริเวณลานจอดรถวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่ ต.ในเมือง อ.เมือง เพื่อมิให้เกิดการชุมนุมขึ้นในวันที่ 9 ส.ค. โดยระบุว่ามีการนำตัวแกนนำไปในค่าย ตชด.เจ้าพระยาจักรี (กก.ตชด.31) ต่อมาผลการตรวจสอบ ปรากฏว่า มิได้มีเหตุกาณ์ดังที่โพสต์ในเพจเฟซบุ๊ก "พิษณุโลกคนกล้าไม่ก้มหน้าให้เผด็จการ" แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงทำการสืบสวนและตรวจสอบข้อเท็จริงพบว่าเป็นข้อความอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ จนทราบตัวผู้กระทำผิด และศาลได้อนุมัติหมายจับนายเวหา

“นายเวหามีแรงจูงใจในการกระทำเนื่องจากมีความรู้สึกร่วม และกระทำไปโดยไม่ได้ไตร่ตรอง จึงได้สร้างเหตุการณ์ขึ้นมา มีทั้งสร้างตัวตนทั้ง แอดมิน A แอดมิน B แอดมิน C โดยจากการตรวจสอบพบว่านายเวหาได้นำซิมโทรศัพท์ไปหลอกเปิดเบอร์ใช้นามผู้อื่น เพื่อจะได้เปิดเฟซบุ๊ก หรือ อวตารเฟซบุ๊กขึ้นมาใหม่ จากนั้นก็เข้าไปตอบในคอมเม้นต์หรือโพสต์ตัวเอง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ติดตามใช้เฟซบุ๊กและซิมมือถือ จนกระทั่งจับตัวนายเวหาได้ในที่สุด” รอง ผบช.ภ.6 กล่าว

จากการสอบสวน เบื้องต้นนายเวหา ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และจากการตรวจสอบประวัติการกระทำความผิด พบว่ายังเคยถูกดำเนินคดีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และฉ้อโกงประชาชน (กรณีเนินมะปรางมารารอน) ท้องที่ สภ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก คคีอาญาที่ 149/2560 ศาลจังหวัดพิษณุโลก พิพากษา จำคุก 2 ปี ปรับ 25,000 บาท โทษจำรอลงอาญา 2 ปี ลงคำพิพากษาวันที่ 3 ก.ค. 2561 โดยนายเวหาขอใช้สิทธิ์ไม่แสดงตนในการแถลงข่าวครั้งนี้ ตำรวจชุดจับกุมจึงควบคุมตัวนำส่ง สภ.เมืองพิษณุโลก เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป