ชาวนาพิจิตรระทมแม่น้ำยมแห้งขอดถูกภัยแล้งเล่นงานอ่วม

วันที่ 13 ก.ค. 2563 เวลา 20:47 น.
ชาวนาพิจิตรระทมแม่น้ำยมแห้งขอดถูกภัยแล้งเล่นงานอ่วม
พิจิตร-ชาวนาพิจิตรโอดภัยแล้งเล่นงานหนักหน่วงไม่มีน้ำทำนามานาน แม่น้ำยมแห้งขอดมาตั้งแต่เดือน พ.ย.ปีก่อน ล่าสุดเกษตรกรขึ้นทะเบียนแจ้งปลูกข้าวนาปีเพียง 4.7 แสนไร่ หรือร้อยละ 26% อีกกว่า 1 ล้านไร่ทำอะไรไม่ได้เลย

เมื่อวันที่ 13 ก.ค.สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จ.พิจิตรโดยเฉพาะแถบลุ่มน้ำยมประกอบไปด้วยพื้นที่เขต อ.สามง่าม อ.โพธิ์ประทับช้าง อ.โพทะเล ชาวนายังคงได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาภัยแล้ว ไม่สามารถทำนาปีเพาะปลูกข้าวได้เหมือนทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากสภาพแม่น้ำยมแห้งขอดมาตั้งแต่เดือนพ.ย.2562 มาจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีน้ำจนเด็กๆนำมาเป็นสนามฟุตบอล รวมถึงไม่มีฝนตกจึงทำให้ไม่สามารถทำนาปลูกข้าวได้ จะมีก็แต่เพียงเกษตรกรบางรายที่มีบ่อน้ำในไร่นา หรือ มีบ่อสูบน้ำบาดาลเท่านั้นที่สามารถสูบน้ำขึ้นมาทำนาได้

นางเฉลียว แสงสว่าง อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/1 หมู่ 11 บ้านวังปลาทู มีนาข้าว 22 ไร่ แต่ทุกวันนี้ทำนาได้เพียง 11 ไร่ ใช้วิธีสูบน้ำบาดาลขึ้นมาทำนา และ นายวิศิษฏฐ์ ปานแย้ม อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46/3 หมู่ 11 บ้านวังปลาทู ต.กำแพงดิน อ.สามง่าม มีนาข้าว 52 ไร่ ถึงวันนี้ยังไม่ได้ลงมือปลูกข้าวเลย โดยทั้งคู่เป็นชาวนาที่ต้องอาศัยน้ำจากแม่น้ำยมกำลังเดือดร้อนมาก เกรงจะไม่มีรายได้ใช้หนี้จึงอยากวิงวอนให้รัฐบาลสร้างประตูระบายน้ำในแม่น้ำยม เพื่อกักเก็บน้ำเป็นช่วง ๆ รวมถึงหาทางเยียวยาช่วยเหลือเกษตรกรด้วย

ด้านนายวีระชัย เข็มวงษ์ เกษตรจังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่า พิจิตรมีพื้นที่การเกษตรประมาณ 2.2 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ปลูกข้าวนาปี 1.8 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ที่สามารถปลูกข้าวนาปรังได้ 6.4 ล้านไร่ ในช่วงปี 62/63 ทั้งนาปี นาปรัง ประสบปัญหาภัยแล้ง แต่ปีนี้ฤดูปลูกข้าวนาปี 63/64 วิกฤตเจอภัยแล้งหนักหน่วงกว่าเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้ชาวนาขึ้นทะเบียนปลูกข้าวนาปีได้แค่เพียง 4.7 แสนไร่ หรือคิดเป็น 26% เท่านั้น

ทั้งนี้ นาข้าวอีกราว 1.3 ล้านไร่ ปีนี้ไม่สามารถปลูกข้าวได้ ชาวนาตั้งความหวังที่กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศว่ากลางเดือนก.ค.2563 นี้ จะมีฝนตกลงมาก็อาจจะได้ทำนา แต่จนถึงทุกวันนี้ในเขตพื้นที่จ.พิจิตรก็ยังเจอภัยแล้ง จากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลต่อเศรษฐกิจและรายได้ของชาวนาพิจิตร คงต้องหวังพึ่งรัฐบาลที่จะช่วยเหลือ หรือมีมาตรการช่วยเหลือชาวนาอย่างไรต่อไป