เผยจีนเสนอสร้างโปรเจคยักษ์ผันน้ำสาละวินเติมเขื่อนภาคเหนือแก้ภัยแล้ง

วันที่ 30 มิ.ย. 2563 เวลา 20:06 น.
เผยจีนเสนอสร้างโปรเจคยักษ์ผันน้ำสาละวินเติมเขื่อนภาคเหนือแก้ภัยแล้ง
กำแพงเพชร-ชาวบ้าน 3 จังหวัดภาคเหนือรวมตัวเรียกร้องให้ กมธ.น้ำของสภาฯแก้ปัญหาภัยแลัง "วีระกร"แย้มต้องผันน้ำจากลุ่มน้ำสาละวินเติมในเขื่อนภาคเหนือ

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา แนวทางบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายสุรชาติ ศรีบุศกร ส.ส.พิจิตร นายสัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร นายปริญญา ฤกษ์หล่าย ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรรัตน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน และอนุกรรมาธิการ ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาของกลุ่มเกษตรกรจาก จ.กำแพงเพชร – พิจิตร –นครสวรรค์ กว่า 500 คน ที่มาเรียกร้องขอให้รัฐบาลหาแนวทางการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่สถานการณ์รุนแรงและส่อเค้าว่าในปีหน้าจะเจอปัญหาแบบนี้ซ้ำซากอีก เนื่องจากแม่น้ำยมและแม่น้ำปิงมีสภาพขาดแคลนอย่างเห็นได้ชัด ณ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาวังยาง – หนองขวัญ จ.กำแพงเพชร

นายวีระกร เปิดเผยว่า วิธีแก้ปัญหาลุ่มน้ำปิงมีทางเดียวเท่านั้นคือ ต้องผันน้ำมาจากลุ่มน้ำอื่นมาเติมแม่น้ำปิง คือ ต้องผันน้ำจากลุ่มน้ำสาละวิน ด้วยวิธีปิดเขื่อนที่ปากแม่น้ำยวม ก่อนที่น้ำจะไหลลงสู่แม่น้ำเมยที่ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน จากนั้น ก็ใช้วิธีสูบน้ำข้ามภูเขาสูงประมาณ 160-170 เมตร ด้วยท่อเส้นผ่าศูนย์กลาง 8 เมตร ท่อนี้จะมีความยาว 60 กิโลเมตร ให้น้ำไหลลงสู่แม่น้ำแม่งูด น้ำก็จะไหลลงสู่แม่น้ำปิงที่ อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ และไหลลลงสู่เขื่อนภูมิพล ปริมาณ น้ำที่จะสูบข้ามจากแม่น้ำยวมแห่งเดียวก็จะได้น้ำ 1,750 ลูกบาศก์เมตร/ปี แต่จะสูบเฉพาะหน้าฝนเพื่อเอาน้ำไปกักเก็บในเขื่อนภูมิพล

ทั้งนี้ ความเป็นไปได้ตอนนี้กรมชลประทานกำลังมีการศึกษาร่วมกับประเทศจีนที่จะมาช่วยลงทุนให้ก่อน โดยโครงการของประเทศจีนจะส่งน้ำจากแม่น้ำสาละวินมาเติมในเขื่อนน้ำยวมอีกประมาณ 2,000-3,000 ลูกบาศก์เมตร/ปี เมื่อเติมแล้วก็จะมีน้ำที่จะสูบเข้าเขื่อนภูมิพลได้ถึง 4,000 ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี ซึ่งจะทำให้น้ำในแม่น้ำปิงมีเพียงพอต่อการบริหารจัดการน้ำเพื่อเกษตรกรทั้ง 3 จังหวัด รวมถึงลุ่มน้ำเจ้าพระยาก็จะได้ประโยชน์จากโครงการนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนช่วยสนับสนุนโครงการนี้ โดยกลุ่มวิสาหกิจของรัฐบาลจีนได้ยื่นข้อเสนอมายัง นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ( สทนช.) แล้ว ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนศึกษารายละเอียดรวมถึงกรมชลประทาน ก็กำลังเร่งดำเนินการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม EIA เพื่อให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี

นายวีระกร กล่าวว่า การที่รัฐบาลจีนเข้ามาช่วยดำเนินการลงทุนให้ก่อนนั้น เพื่อให้เกษตรกรได้น้ำ ก็จะขอแลกกับการขายกระแสไฟฟ้าให้กับประเทศไทย โดยที่กระแสไฟฟ้าที่ขายจากที่เราเคยซื้อกระแสไฟจากโครงการแม่น้ำงึม ที่ซื้ออยู่ประมาณยูนิตละ 3 บาท ก็อาจต้องซื้อจากจีน ในราคาเพิ่มขึ้นอีกไม่เกิน 25 สตางค์/ยูนิต ถือว่าพอรับได้แบบวิน-วิน ซึ่งถ้าหากสำเร็จมั่นใจว่าพี่น้องเกษตรกรลุ่มน้ำปิงจะไม่ขาดแคลนน้ำเพื่อการทำการเกษตรอีกต่อไป