ไม่สนพรก.ฉุกเฉิน! 2 บ่อนใหญ่บนเกาะภูเก็ตเปิดเย้ยกฎหมาย

วันที่ 30 มิ.ย. 2563 เวลา 18:58 น.
ไม่สนพรก.ฉุกเฉิน! 2 บ่อนใหญ่บนเกาะภูเก็ตเปิดเย้ยกฎหมาย
ภูเก็ต-ชุดปฎิบัติการพิเศษกรมการปกครองเปิดปฏิบัติการ"ดีบุก" ทลายสองบ่อนใหญ่บนเกาะภูเก็ต มั่วสุมเล่นพนันเย้ย พ.ร.ก. ฉุกเฉิน

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง พร้อมพนักงานฝ่ายปกครอง และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน(อส.) กระทรวงมหาดไทย เปิดปฏิบัติการ “ดีบุก” ทลาย 2 บ่อนใหญ่กลางเมืองภูเก็ต หลังมีประชาชนร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมและสื่อมวลชนหลายสำนักว่า มีบ่อนการพนันผุดขึ้นจำนวนมากในพื้นที่จ.ภูเก็ต มีทั้งบ่อนพนันโปปั่น หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “บ่อนกุ้ง - ปลา” อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย เปิดให้นักพนันเข้าไปเสี่ยงโชคทั้งวันทั้งคืน โดยไม่สนใจคำสั่งปิดแหล่งมั่วสุม ห้ามรวมกลุ่ม ระยะหัวเลี้ยวหัวต่อการแพร่ระบาดโควิด-19

ทั้งนี้ หลังได้รับการร้องเรียนกรมการปกครองจึงส่งพนักงานฝ่ายปกครองเข้าไปทำการสืบสวนพบว่า บ่อนพนันจุดแรก ตั้งอยู่กลางเมืองภูเก็ต ที่ลานกว้างหลังตึกแถวย่านพูนผล ถนนพูนผล ต. ตลาดเหนือ อ.เมือง พบว่ามีการลักลอบเปิดบ่อนการพนันโปปั่น หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า กุ้ง, ปลา, แมงดา, ดอกไม้ เป็นการพนันยอดนิยมบนเกาะภูเก็ต สภาพบ่อนเป็นพื้นที่โล่ง มีการล้อมรั้วด้วยกำแพงสังกะสีรอบทิศทางเพื่อบิดบังสายตาคนทั่วไปมิให้มองเห็นกิจกรรมภายในบ่อน โดยมีทางเข้าเป็นประตูบานเลื่อนขนาดใหญ่ สามารถรองรับรถยนต์กว่า 30 คัน ขับเข้าไปแอบซ่อนจอดเพื่อเล่นพนันภายในบ่อนได้ จะมีคนเฝ้าประตูคอยดูต้นทางตลอดเวลา ภายในบ่อนพบนักพนันกว่า 40 คน กำลังเบียดเสียดกันเข้าไปวางเดิมพันและลุ้นผลพนันอย่างสนุกสนาน

สำหรับ จุดที่สอง ที่บริเวณใกล้สี่แยกเขาล้าน ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง พบว่ามีการลักลอบเปิดบ่อนพนันโปปั่นเช่นเดียวกัน บ่อนนี้มีรั้วสังกะสีกั้นเพื่อป้องกันมิให้คนภายนอกมองเห็นกิจกรรมเล่นพนันด้านในเช่นกัน โดยมีรถยนต์และรถจักรยานยนต์จอดอยู่ภายในจำนวนมาก ภายในบ่อนพบนักพนันกว่า 40 คน กำลังรวมกลุ่มเล่นพนันอย่างเมามัน และมีนักพนันจากภายนอกเดินเข้าออกบ่อนตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ชุดจับกุมเข้าไปถึง เมื่อนักพนันรู้ตัวต่างพากันแตกตื่น ทิ้งสิ่งของวิ่งหนีกระจัดกระจายกันไปคนละทิศ คนละทาง แต่เจ้าหน้าที่ได้วางกำลังไว้รอบด้าน ปิดทางหนีทุกด้านไว้แล้ว จึงสามารถรวบตัวนักพนันได้ทันที จุดแรก ที่อ.เมือจับกุมนักพนันได้ 45 คนแยกเป็น ชาย 30 คน หญิง 15 คนเงินของกลาง 62,420 บาทและทองคำหนักหนึ่งบาท จุดสอง ที่อ.ถลาง จับกุมนักพนันได้ 42 คน แยกเป็นชาย 22 คน หญิง 20 คนเงินของกลางในบ่อน 64,260 บาท และยังพบบัญชีเงินหมุนเวียนบ่อนละกว่าหนึ่งล้านบาทต่อวัน รวมทั้ง 2 จุด เป็นจำนวน 87 คน เงินของกลาง 126,680 บาท

จากนั้น ได้นำตัวผู้ถูกจับทั้งหมดมาทำบันทึกจับกุม ที่ว่าการอำเภอเมืองภูเก็ต และที่ว่าการอำเภอถลาง ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันลักลอบจัดให้มีการเล่นอันระบุไว้ใน บัญชี ก. หมายเลข 2 (โปปั่น) เพื่อพนันเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมาย และฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย และถ้าเข้าข่ายการฟอกเงินจะส่งให้ปปง.ร่วมตรวจสอบ

นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง กล่าวว่า บ่อนพนันทั้ง 2 แห่งเคยเปิดเป็นบ่อนพนันมานานแล้ว ชาวบ้านในพื้นที่เดือดร้อนจนนำมาร้องเรียนออกสื่อมวลชนเป็นข่าวใหญ่โต ทำให้บ่อนปิดตัวไปชั่วคราว แต่พอเรื่องเงียบแล้วก็กลับมาเปิดบ่อนใหม่ซ้ำอีกครั้งในสถานที่เดิม โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย แม้จะอยู่ในสถานการณ์ พรก.ฉุกเฉิน ซึ่งเราพบว่าบ่อนพนันทั้ง 2 แห่งนี้ เปิดพร้อมกับมาตรการคลายล็อก เฟส 4 และปล่อยปละละเลย ให้นักพนันเข้ามั่วสุมเล่นพนันกันได้โดยไม่มีการคัดกรองป้องกันโรคแต่อย่างใด

นายณรงค์ กล่าวว่า ฝ่ายปกครองจะได้กวดขันจับกุมแหล่งอบายมุขอย่างต่อเนื่อง ฝากถึงผู้เกี่ยวข้องขอให้ประกอบธุรกิจให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย โดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้สังคมเกินควร หรือท้าทายกฎหมายอย่างชัดแจ้ง หากประชาชนมีเบาะแสบ่อนการพนันหรือแหล่งอบายมุขสร้างความเดือดร้อนในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่ตำรวจ หรือฝ่ายปกครองในท้องที่ ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบยังไม่มีการปฏิบัติ สามารถร้องเรียนได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด หรือศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย

นอกจากนั้น ทราบว่าได้มีมิจฉาชีพอ้างตัวเป็นชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง หรืออ้างเป็นนายหน้าตัวแทน ออกตระเวนตบทรัพย์เรียกรับผลประโยชน์จากบ่อนการพนัน และธุรกิจสีเทาต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจบางส่วนยอมที่จะจ่ายทรัพย์สินแก่กลุ่มมิจฉาชีพ จึงขอประกาศให้ทราบว่า ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองไม่มีนโยบายในการเรียกทรัพย์สินกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจผิดกฏหมายเพื่อรับเคลียร์ใดๆทั้งสิ้น กำลังพลของศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง(ศกปค.)ซึ่งเป็นกำลังหลักที่ปฏิบัติภารกิจในนามของชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง มีกำลังเพียง 30 นายเท่านั้น