อธิบดีพช.ประกาศคิกออฟ"ปลูกผักสวนครัว เฟส 2"สร้างความมั่นคงด้านอาหาร

วันที่ 28 มิ.ย. 2563 เวลา 17:31 น.
อธิบดีพช.ประกาศคิกออฟ"ปลูกผักสวนครัว เฟส 2"สร้างความมั่นคงด้านอาหาร
สุพรรณบุรี- อธิบดีพช.ชูบ้านโพธิ์ศรีประกาศเดินหน้าโครงการ“ปลูกผักสวนครัว เฟส 2” คิกออฟพร้อมกัน 1 ก.ค.ถึง 5 ธ.ค. นำพาชุมชนให้มีความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

เมื่อว้นที่ 28 มิ.ย.นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กระทรวงมหาดไทย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เดินทางไปตรวจเยี่ยมผลการดำเนินงาน การน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่แผนปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ของกรมการพัฒนาชุมชน ณ บ้านโพธิ์ศรี ต.บางปลาม้าอ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี โดยมี นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผวจ.สุพรรณบุรี นายวีระชาติ สมบูรณ์วิทย์ พัฒนาการจังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชมจังหวัด คณะกรรมการสภาสตรีจังหวัด เครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองระดับจังหวัด ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านบ้านโพธิ์ศรี ให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ พระธรรมพุทธิมงคล ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี ได้มอบต้นมหาโพธิ์แก่อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และได้แสดงปาฐกถาธรรมเรื่องการปลูกผักสวนครัว โดยยกคำสอนคติเตือนใจเปรียบเทียบคนทำงานกับคนเกียจคร้านว่า “ไม้จิ้มก้นดีกว่าคนขี้เกียจ คนขี้เกียจเป็นเสนียดสังคม” ซึ่งคนที่ชอบพูดว่าไม่มีงานทำถือว่าเป็นคำพูดที่ไม่ดี เพราะความจริงงานมีให้ทำทุกวัน ขอให้พิจารณาดูกันเองว่าแต่ละวันเราควรทำงานอะไรกันได้บ้าง

"ขอชื่นชมชาวบ้านโพธิ์ศรี ที่ได้ร่วมกันทำโครงการปลูกผักสวนครัวไว้กินไว้ใช้ ประเทศเราอยากกินอะไรก็ปลูกได้ ทั้งพืชผักและพืชผลไม้ ขออนุโมทนาให้ชาวบ้านโพธิ์ศรีและจังหวัดสุพรรณบุรี ประสบความสำเร็จในโครงการปลูกผักสวนครัวทุกประการ” พระธรรมพุทธิมงคล กล่าวแสดงปาฐกถาธรรมทิ้งท้าย

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ของการแพร่บาดเชื้อโควิด- 19 ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม กรมการพัฒนาชุมชนจึงได้ “น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จ พระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่แผน “ปฏิบัติการ 90 วัน ปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร” เพราะเชื่อมั่นในแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่เน้นความเข้มแข็งมาจากข้างในตัวเราก่อน มีการพึ่งพาตนเองให้มากที่สุด การได้มาเยือนบ้านโพธิ์ศรีเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ได้เห็นภาพความร่วมมือร่วมใจที่เข้มแข็ง และความรุดหน้าของการร่วมปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในจังหวัดสุพรรณบุรี ที่สำเร็จไปแล้วกว่า 95 %

พร้อมกันนี้ ได้ยกตัวอย่างความสำเร็จในพื้นที่ อบต.โก่งธนู อ.เมือง จ.ลพบุรี เป็นโครงการต้นแบบแห่งแรกตามแนวพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงเริ่มทดลองเป็นแห่งแรกและประสบความสำเร็จ นำไปสู่เป็นต้นแบบอย่างดีในการปลูกพืชผักทั่วประเทศ ปลูกไว้ทั้งรับประทานเองในครัวเรือน และมีเหลือก็แบ่งปันให้กับเพื่อนบ้าน ช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหาร รวมทั้งมีการใช้พื้นที่สาธารณะส่วนรวมมาใช้ประโยชน์ ซึ่งที่ อบต.โก่งธนู ได้สร้างต้นแบบความสามัคคีแห่งการเกื้อกูลกันโดยปลูก “ถนนมีผล ผู้คนรักกัน” ซึ่งผลไม้ที่ปลูกสามารถเก็บกินได้เลย ขณะนี้ที่บ้านโพธิ์ศรีปัจจุบันก็มีพื้นที่ส่วนรวมปลูก “ผลไม้กู้ชีวิตครัวเรือน” ซึ่งชุมชนได้ร่วมมือกันอย่างเป็นพลัง ผมอยากให้ความร่วมมือร่วมแรงใจกันอย่างนี้ อยู่คู่เป็นวัฒนธรรมของสังคมไปอย่างต่อเนื่อง

“ขอขอบคุณทางจ.สุพรรณบุรี ที่ส่งเสริมการปลูกผักสวนครัวแบบเข้าถึงทุกครัวเรือน มีการประสานงาน และสร้างความรู้ความเข้าใจกับกลุ่มองค์กรต่างๆ ของหมู่บ้าน ชุมชน เพื่อสานพลังขับเคลื่อนการปลูกผักสวนครัว รวมทั้งการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ผักพืชผักสวนครัว สนับสนุนต้นกล้าพืชผักสวนครัว สนับสนุนปุ๋ยอินทรีชีวภาพคุณภาพสูง จนสำเร็จไปแล้วกว่า 95 % การปลูกผักสวนครัวเป็นคำตอบที่บรรพบุรุษเราสอนไว้ สมัยก่อน ปู่ย่าตายาย จะปลูกผักสวนครัวกันทุกบ้าน หากวันนี้ทุกคนช่วยกันปลูกผักสวนครัวให้มากชนิดทุกบ้าน เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร หมู่บ้าน ชุมชน ทุกแห่งก็จะสามารถผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ได้”นายสุทธิพงษ์กล่าว

อธิบดีพช.กล่าวว่า ขณะนี้พบว่าจากจำนวนครัวเรือนเป้าหมายที่ตั้งไว้ทั่วประเทศ 12,976,932 ครัวเรือน ไม่รวมกรุงเทพฯ รวมพลังปลูกผักสวนครัวไปแล้วถึง 95 % ซึ่งนับว่าประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว กรมการพัฒนาชุมชน มีความคาดหวังว่า การดำเนินโครงการดังกล่าวจะช่วยเหลือประชาชนและสังคมไทยได้หลายประการ ทำให้ประชาชนลดรายจ่ายจากการซื้อผักมาบริโภคในระดับครัวเรือน โดยครัวเรือนสามารถลดรายจ่ายเฉลี่ย 50 บาท/วัน หากไม่ต้องซื้อผัก 20 วัน/เดือน ก็สามารถประหยัดเงินได้กว่า 1,000 บาท/เดือน ขณะเดียวกันก็จะมีผักรับประทานตลอดทั้งปี

“ผมขอใช้พื้นที่บ้านโพธิ์ศรี จ.สุพรรณบุรี ดินแดนที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงมีชัยชนะเหนืออริราชศัตรู เพื่อประกาศสร้างความมั่นคงทางอาหารต่อระยะที่ 2 เพื่อขับเคลื่อนโครงการแผนปฏิบัติการ 90 วันปลูกผักสวนครัว สู่ระยะที่ 2 ที่เริ่มในเดือนมหามงคลวันที่ 1 ก.ค. และไปสิ้นสุดความสำเร็จวันที่ 5 ธ.ค.ซึ่งเป็นห้วงเวลามหามงคล เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ทำให้แผ่นดินนี้เกิดวัฒนธรรมการปลูกพืชผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับบ้านเมือง และนำพาประเทศชาติสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน” อธิบดีพช.กล่าว

พร้อมกันนี้ อธิบดีพบ. และ ประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ ยังได้เยี่ยมชมกิจกรรมต่างๆ ภายในงาน โดยนายสุทธิพงษ์ ได้มอบพืชสวนครัวคู่ชีวิตได้แก่ต้นกล้วย 5 หน่อ มะละกอ 5 ต้น แก่พัฒนาการจังหวัดภาคกลางเพื่อนำไปขยายผลการสร้างวัฒนธรรมการปลูกพืชผักสวนครัว และดร.วันดี มอบต้นอินทนิลให้แก่ผู้นำสตรีและผู้นำเครือข่ายต่างๆ ตามกิจกรรมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี อีกทั้งร่วมปลูกต้นรวงผึ้งและต้นอินทนิล และร่วมปรุงอาหารกับผู้เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้อีกด้วย