2 โจรจับป้าวัย 65 กระชากผมโขกพื้นชิงเอาเงินไป 50 บาท

วันที่ 21 มิ.ย. 2563 เวลา 17:17 น.
2 โจรจับป้าวัย 65 กระชากผมโขกพื้นชิงเอาเงินไป 50 บาท
บุรีรัมย์-ตำรวจเร่งแกะรอยภาพวงจรปิดล่า 2 คนร้ายบุกทำร้ายป้าวัย 65 มัดมือ-เท้าใช้ผ้าปิดปากกระชากผมจับหัวโคกพื้นเหยื่อบอกมีแค่ 50 บาทก็ยังเอา เผยโดนมาแล้ว 2 ครั้ง

เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.เกิดเหตุคนร้ายเป็นชาย 2 คน บุกทำร้ายนางมาลี นิลขาว อายุ 65 ปี ขณะนอนดูทีวีอยู่ภายในห้องเช่าตั้งอยู่ริมสระหนองบัว  ต.สตึก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ตามลำพัง เพื่อหวังชิงทรัพย์ โดยคนร้ายได้จับป้ามาลีนอนคว่ำหน้าก่อนใช้เชือกฟางมัดมือและเท้าใช้ผ้าปิดปากไม่ให้ส่งเสียงร้อง ทั้งยังกระชากผมจับหัวโคกพื้นที่เพื่อขู่บังคับเอาเงิน เหยื่อบอกมีเงินแค่ 50 บาทก็ยังเอาก่อนจะหลบหนีไป

จากนั้น นางมาลีผู้เสียหายพยายามดิ้นจนเชือกฟางที่มัดมือหลุดออก จึงโทรศัพท์บอกคนในหมู่บ้านให้มาช่วย ขณะนี้นางมาลีพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลสตึก เพื่อรอดูอาการหากไม่มีอะไรน่าห่วงก็จะอนุญาตให้กลับบ้านในวันพรุ่งนี้

นางมาลี ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุเวลาประมาณ 18.00 น.เมื่อวานนี้กำลังนอนดูทีวีอยู่ในห้องเช่า ตอนนั้นไม่ได้ล็อกประตูจู่ ๆ ก็มีชายฉกรรจ์ 2 คนอายุประมาณ 30- 35 ปี เดินเข้ามาในห้องเช่าจับตนเองคว่ำหน้าลงกับพื้นใช้มือกระชากผม ตบหน้า จับหัวโขกพื้น บังคับให้บอกที่ซ่อนเงิน ตนก็บอกว่าไม่มีเงิน คนร้ายไม่พอใจจึงเอาเชือกฟางมามัดมือ ขู่จะฆ่าให้ตาย ด้วยความกลัวจึงบอกว่ามีเงินอยู่ 50 บาท คนร้ายยังเอาเสื้อยัดปากแล้วรื้อค้นหาทรัพย์สิน แต่ไม่มีของมีค่าอะไรมีแค่เงิน 50 บาทเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อคนร้ายออกไปตนก็พยายามดิ้นจนเชือกที่มัดมือหลุดออก จึงโทรไปบอกหลานให้มาช่วย ยังโชคดีที่คนร้ายไม่ได้ทำร้ายสาหัส หรือเอาชีวิต แต่ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่โดนคนร้ายมาขู่บังคับเอาเงิน ครั้งแรกประมาณต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้เงินไปไม่ถึง 3,000 บาท  แต่ก็ไม่กล้าแจ้งความเพราะคนร้ายขู่เอาไว้หากแจ้งตำรวจจะกลับมาฆ่าให้ตาย

ด้านนางอ้วน เสาเนียม อายุ 52 ปี เพื่อนบ้านกล่าวว่า วันเกิดเหตุนางมาลีได้โทรศัพท์ไปบอกหลานในหมู่บ้าน  และบอกตนว่าถูกคนมาบุกทำร้ายเพื่อหวังชิงทรัพย์ จึงรีบไปรับสามีแล้วขับรถไปดู ตอนไปถึงก็เห็นคนเต็มห้องเช่าที่เกิดเหตุแล้ว พบสภาพนางมาลีอยู่ในอาการตื่นตกใจอ่อนเพลีย  ชาวบ้านจึงพากันนำส่งโรงพยาบาล จากการสอบถามนางมาลีบอกว่าโดนแบบนี้มา 2 ครั้งแล้ว แต่ไม่กล้าแจ้งความเพราะกลัวจะถูกทำร้าย เท่าที่สอบถามรูปพรรณคนร้ายก็บอกว่าไม่คุ้นหน้าจึงเชื่อว่าไม่น่าจะเป็นคนในพื้นที่ แต่ก็น่าจะมาดูลาดเลาแล้วอาศัยช่วงปลอดคนลงมือก่อเหตุ

ขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สภ.สตึกก็ได้ลงพื้นที่หาข้อมูลเบาะแสจากชาวบ้านใกล้จุดเกิดเหตุ และแกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิดพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย