พบพิรุธยื่นกู้เงินแบงก์6แสนไม่มีลายเซ็นทหารเกษียณอายุ

วันที่ 29 พ.ค. 2563 เวลา 12:49 น.
พบพิรุธยื่นกู้เงินแบงก์6แสนไม่มีลายเซ็นทหารเกษียณอายุ
ตรัง-คืบหน้าทหารเกษียณอายุเป็นหนี้แบงก์6แสนบาททั้งที่ไม่เคยยื่นกู้ ไม่มีเอกสารคำร้องในแฟ้มคลังจังหวัด แถมเจ้าหน้าที่การเงินของสัสดีจังหวัดโผล่รับหนังสือแแทน

กรณีร.ต.ทักษิณ สัมฤทธิ์ อายุ 60 ปี ข้าราชการบำนาญ (อดีตเคยรับราชการทหารสังกัดกองทัพบก) อยู่บ้านเลขที่ 143 ม.5 ต.นาโยงเหนือ อ.นาโยง ได้ออกมาร้องเรียนผู้สื่อข่าวว่า ตกเป็นหนี้เงินกู้ธนาคารกรุงเทพ สาขาตรัง จำนวนมากถึง 600,000 บาท มาตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2562 โดยทางธนาคารส่งเรื่องให้กรมบัญชีกลาง หักหนี้เงินกู้จากเงินบำนาญเดือนละ 3,950 บาท ซึ่งเจ้าตัวยืนยันมีการปลอมแปลงเอกสารหลักฐานเพื่อยื่นกู้ดังกล่าว ทั้งที่ไม่เคยเข้าไปทำธุรกรรมใดๆ กับธนาคารกรุงเทพมาก่อน และเมื่อเข้าไปสอบถามข้อเท็จจริงจากทางธนาคาร ได้รับคำตอบว่าตนเองเข้ามายื่นเรื่องขอกู้เอง พร้อมกับเจ้าหน้าที่หญิง สำนักงานสัสดีจังหวัดตรัง ต่อมาเมื่อวันที่ 27 พ.ค.63 ร.ต.ทักษิณ จึงเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองตรัง เพื่อให้มีการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

ด้าน พ.อ.ชยพล โชคจิรบวรเดช สัสดีจังหวัดตรัง กล่าวว่า เรื่องเกิดขึ้นตั้งแต่ยังไม่ได้ย้ายมารับตำแหน่ง แต่เมื่อวันที่ 26 พ.ค.63ได้สอบถาม ร.ต.ทักษิณแล้วยืนยันว่าาไม่เคยไปทำธุรกรรมใดๆ กับธนาคาร และไม่ทราบด้วยซ้ำว่า สำนักงานตั้งอยู่ที่ใด ไม่เคยยื่นเรื่องขอกู้เงิน และไม่เคยได้รับเอกสารเงินกู้ใดๆ จากธนาคาร นอกจากนี้ได้สอบถามเจ้าหน้าที่การเงินสัสดีจังหวัดตรัง ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ธนาคาร ยืนยันว่าร.ต.ทักษิณ ไปยื่นเรื่องขอกู้ด้วยตนเองโดยไปพร้อมกัน

พ.อ.ชยพล โชคจิรบวรเดช

แต่อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบเบื้องต้นสังเกตเห็นความผิดปกติหลายประการ เช่น 1.หนังสือคำร้องที่คนขอจะต้องมาเขียนคำร้องด้วยลายมือตนเอง ในที่นี้ของ ร.ต.ทักษิณ ไม่มีคำร้องดังกล่าวในแฟ้มเก็บเอกสาร 2.คนที่ลงไปรับหนังสือจากห้องคลังจังหวัด เจ้าหน้าที่ห้องคลังจังหวัดยืนยันว่าไม่ใช่ ร.ต.ทักษิณ แต่เป็นเจ้าหน้าที่การเงิน 3.หลักฐานลายมือชื่อที่ยื่นกู้กับธนาคาร เป็นลักษณะการเขียน ไม่มีลายเซ็นกำกับ แต่กรณี ร.ต.ทักษิณ มาทำเอกสารเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลและค่าเล่าเรียนบุตร ร.ต.ทักษิณ จะลงลายมือชื่อทั้งตัวเขียน และลายเซ็นกำกับทุกครั้ง 4.การส่งเอกสารสำคัญของธนาคาร ไม่ได้ส่งไปตามที่อยู่ ร.ต.ทักษิณ ที่ อ.นาโยง แต่ส่งไปที่บ้านของเจ้าหน้าที่การเงินคนที่ อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช

สำหรับขั้นตอนการยื่นกู้เจ้าของเงินจะต้องมาเขียนคำร้องขอรับหนังสือรับรองสิทธิในบำเหน็จตกทอด เพื่อใช้เป็นหลักทรัพย์ประกันการกู้ จากสำนักงานสัสดีจังหวัด เมื่อเจ้าหน้าที่รับเรื่องก็จะลงบันทึกคำร้องทางคอมพิวเตอร์ จากนั้นจะประสานไปยังสำนักงานคลังจังหวัด เพื่อให้ออกหนังสือ โดยผู้กู้จะต้องลงไปติดต่อขอรับหนังสือด้วยตนเองจากห้องคลังจังหวัด แล้วไปดำเนินการยื่นกู้ และหากกู้ผ่านธนาคารจะเป็นฝ่ายแจ้งไปยังกรมบัญชีกลาง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการยื่นกู้ปกติทั่วไปพนักงานการเงินและบัญชี หรือเจ้าหน้าที่ประจำ สำนักงานสัสดีจังหวัด จะต้องไปธนาคารกับผู้กู้ด้วยหรือไม่ พ.อ.ชยพล โชคจิรบวรเดช สัสดีจังหวัดตรัง กล่าวว่า เป็นเรื่องของผู้กู้จะต้องไปติดต่อยื่นกู้ด้วยตนเอง จะไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่การเงินแต่อย่างใด แต่กรณีนี้ก็ต้องหาความจริงทั้งหมดต่อไป เพราะ ร.ต.ทักษิณ ยืนยันว่าไม่เคยไปธนาคารกรุงเทพ ไม่เคยยื่นกู้เงิน ทั้งนี้ ได้ขอให้ธนาคารเร่งนำหลักฐานกล้องวงจรปิด และหลักฐานการเบิกจ่ายเงินทั้งหมดมายืนยัน โดยจะเร่งหาความจริง และช่วยทางตำรวจทำความจริงให้ปรากฏเร็วที่สุด พร้อมยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

บทความแนะนำ