เจ้าของอู่แท็กซี่ถอนแจ้งความ"ลุงสิทธิ์ชัย"ยอมใช้หนี้คืนแล้ว

วันที่ 13 พ.ค. 2563 เวลา 19:17 น.
เจ้าของอู่แท็กซี่ถอนแจ้งความ"ลุงสิทธิ์ชัย"ยอมใช้หนี้คืนแล้ว
สมุทรปราการ- เจ้าของอู่แท็กซี่มังกรเจ้าพระยาที่ออกมาแฉลุงขับแท็กซี่ลวงโลกได้เงินบริจาคจากคนเห็นใจกว่า 8 ล้านในคืนเดียวขึ้นโรงพักถอนแจ้งความแล้ว ระบุ"ลุงสิทธิ์ชัย"ให้คนโอนเงินที่ค้างเช่าแท็กซี่คืนแล้ว จึงไม่ติดใจ

จากกรณีนายปรีชา ชุ่มสมบัติ เจ้าของอู่แท็กซี่มังกรเจ้าพระยา ได้ออกมาแฉพฤติกรรมของลุงสิทธิ์ชัย ใกล้ชิด อายุ 72 ปี คนขับแท็กซี่ที่ให้สัมภาษณ์ทั้งน้ำตาว่า รายได้มันหดหายช่วงวิกฤตโควิด-19 ชีวิตเหมือนหนังในละคร ต้องผันตัวมาส่งของพัสดุ กระทั่งมีคนแห่บริจาคช่วยภายในคืนเดียวมียอดเงินบริจาคมากกว่า 8 ล้านบาท ส่วนที่นายปรีชาออกมาขอความเป็นธรรมเนื่องจากลุงสิทธิชัยและลูกชาย ติดค้างค่าเช่ารถแท็กซี่อยู่จำนวน  14,970  บาทจึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ พร้อมกับแฉพฤติกรรมลวงโลกในครั้งนี้

เมื่อวันที่ 13 พ.ค.ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วินรถแท็กซี่ ภายในลายจอดรถห่างโลตัสบางปู ซึ่งลูกชายของลุงสิทธิ์ชัยขับรถอยู่เพื่อสอบถาม แต่ได้รับแจ้งจากเพื่อนร่วมวินว่าโดยส่วนตัวรู้จักกับลุงสิทธิ์ชัย แต่ลุงสิทธิ์ชัยไม่ได้ขับอยู่ที่วินนี้มีเพียงลูกชายที่มาขับเท่านั้น แต่ก็ขับได้ประมาณครึ่งเดือน หลังจากมีคนบริจาคเงินมาช่วยลุงสิทธิ์ชัย ลูกช่ายก็ไม่ได้มาขับแท็กซี่ที่วินอีกเลย

นายลาภิษ เพชรแย้ม อายุ 48 ปี คนสนิทลูกชายลุงสิทธิ์ชัย กล่าวว่า หลังจากทราบข่าวลุงประสิทธิ์ได้รับเงินบริจาคมา ก็ไม่เคยเห็นลูกชายอีกเลยได้ข่าวว่าเอารถไปคืนที่อู่มังกรเจ้าพระยาแล้วก็หายตัวไป ล่าสุดได้ยินข่าวจากเพื่อนที่ขับแท็กซี่ว่าได้พบเห็นลุงสิทธิ์ชัย ขับรถแท็กซี่ป้ายแดงอยู่ย่านคลองขุดบางพลี และในหมู่บ้านพฤกษา 15 ล่าสุดไม่มีใครติดต่อทั้งสองคนได้เลย 

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อช่วงบ่าย นายปรีชา ชุ่มสมบัติ เจ้าของอู่แท็กซี่มังกรเจ้าพระยา เดินทางมาที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อถอนแจ้งความแล้วหลังจากลุงสิทธิ์ชัยได้ให้เพื่อนสนิทโอนเงินจำนวน 15.000 บาทเข้ามาใช้หนี้ในบัญชีของลูกชาย แต่นายปรีชาได้โอนเงินส่วนเกิน 30 บาทคืนกลับเข้าไปในบัญชีที่โอนมา เนื่องจากทั้งสองค้างค่าเช่าตนเพียงแค่ 14,970 บาท โดยกล่าวว่า เรื่องของลุงสิทธิ์ชัยกับลูกชายจบแล้วเพราะได้เงินที่ค้างไว้คืนมา ส่วนเรื่องอื่นไม่ขอเกี่ยวข้อง