งามไส้! ผบช.ภ.4 สั่งจัดการเด็ดขาด ร.ต.ท.เมาแอ๋จับของสงวนนร.

วันที่ 12 พ.ค. 2563 เวลา 16:13 น.
งามไส้! ผบช.ภ.4 สั่งจัดการเด็ดขาด ร.ต.ท.เมาแอ๋จับของสงวนนร.
ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 สั่งดำเนินคดีทั้งอาญาและวินัยอย่างเด็ดขาด ร.ต.ท.กินเหล้าเมาขณะปฎิบัติหน้าที่บนโรงพัก สภ.สหัสขันธ์ แล้วลวนลามนักเรียนหญิงที่มาเสียค่าปรับไม่สวมหมวกกันน็อก

เมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ห้องประชุมสถานีตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้ากรณีมีการร้องเรียนตำรวจสภ.สหัสขันธ์ยศ ร.ต.ท.ลวนลามนักเรียนหญิงวัย 15 ปีในห้องเปรียบเทียบปรับบนโรงพักที่เดินทางมาจ่ายค่าปรับในข้อหาไม่สวมหมวกกันน็อก

พล.ต.ท.เจริญวิทย์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า ร.ต.ท.คนดังกล่าวกระทำความผิดจริงทั้งการดื่มสุราในสถานที่ราชการ และการลวนลามหญิงสาวภายในสภ.สหัสขันธ์ ขณะนี้ทาง พล.ต.ต.สมนึก มิควาฬ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ออกคำสั่งให้ ร.ต.ท.ย้ายมาปฏิบัติราชการที่สถานีตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยขาดจากต้นสังกัด และจะได้ดำเนินคดีเกี่ยวกับคดีอาญา ส่วนด้านวินัยทางผู้บังคับการก็ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน

สำหรับ คดีอาญาทางตำรวจเราจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งการกระทำในครั้งนี้ทำให้สำนักงานตำรวจเสียหายเป็นอย่างมาก ส่วนนักเรียนหญิงชั้น ม.3 และน้องสาว พร้อมกับทางญาติ จะได้พาไปสอบปากคำกับที่สหวิชาชีพ ซึ่งประกอบไปด้วย ตำรวจ อัยการ สังคมสงเคราะห์ โดยทางเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างเฉียบขาด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับข้าราชการตำรวจรายอื่นต่อไป

"ตอนนี้ได้นำตัวออกจากต้นสังกัดมาช่วยราชการที่สถานีตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ก่อน แต่ถ้าตรวจสอบแล้วมีความผิดจริงก็จะออกจากราชการทันที จากการสอบถามนายตำรวจคนดังกล่าวให้การรับสารภาพว่ามีการดื่มสุราจริงโดยได้นั่งดื่มสุราที่บ้านพักและเพื่อนมาขอให้เข้าเวรแทน ระหว่างเข้าเวรมีอาการเมาสุราและได้ก่อเหตุโดยไม่รู้ตัว ซึ่งถือเป็นการกระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรง มีโทษถึงไล่ออก ส่วนทางคดีอาญามีโทษจำคุก 10 ปี เบื้องต้นจะดำเนินการทุกฝ่ายตั้งแต่ผู้ที่ก่อเหตุ รวมไปถึง ผู้บังคับบัญชาที่ปล่อยให้เจ้าหน้าที่มาปฏิบัติงานขณะมึนเมา"พล.ต.ท.เจริญวิทย์

อย่างไรก็ตาม หากถ้าประชาชนได้รับความเดือดร้อนในเรื่องของตำรวจไปกระทำความผิดหรือถูกข่มเหงรังแก ขอให้ได้แจ้งตามช่องทางต่างๆ ทั้งการโทรศัพท์แจ้งหรือทางเฟซบุ๊ก ของทางตำรวจภูธรภาค 4 ซึ่งดูแลทั้ง 12 จังหวัด โดยยืนยันว่า หากตรวจสอบพอข้อมูลทางเราจะดำเนินการอย่างเฉียบขาดทันที