อดีตผู้สมัครส.ส.-เสี่ยร้านทองรุกป่าเขาค้อโค่นยางนาอายุกว่า100ปี
เพชรบูรณ์-ศปป.4จับมือพยัคฆ์ไพรสนธิกำลังตรวจยึดพื้นที่รุกป่าเขาค้อพบ 2 นายทุนใหญ่ อดีตผู้สมัครส.ส.และเสี่ยร้านทองเป็นผู้ครอบครอง
เมื่อวันที่ 30 เมษายน 63 เวลา 11.00 น. พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน. ร่วมกับชุดพยัคฆ์ไพร และนายภาคภูมิ ภูมี นายอำเภอเขาค้อลงพื้นที่ตรวจสอบการบุกรุกยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาปางก่อ-ป่าวังชมภูของนายทุนรายใหญ่ หมู่ที่ 3 บ้านมุกโต ต.หนองแม่นา อ.เขาค้อ พบต้นไม้ยางนาขนาดใหญ่ อายุกว่า100ปี รวม12ต้นถูกโค่นล้มและเผาสุมไฟโคนต้นเพื่อเอาน้ำมันยางและทำให้ต้นไม้ยืนต้นตาย เพื่อใช้ประโยชน์ในที่ดิน เจ้าหน้าที่ได้ยึดพื้นที่ 2 แปลง พื้นที่รวม 436 - 1 - 32 ไร่ มูลค่าความเสียหาย 29,777,000บาท
แปลงที่ 1 เป็นของอดีตผู้สมัคร สส.เพชรบูรณ์รายหนึ่ง เข้ามากว๊านซื้อที่ดินจากชาวบ้าน ปัจจุบันให้ชาวม้งเช่าปลูกขิง และสับปะรด เมื่อตรวจสอบข้อมูลการสำรวจการถือครองที่ดินตามมติ ครม.วันที่ 30 มิถุนายน 2541 พบว่ามีการซื้อขายเปลี่ยนมือไม่เข้าเงื่อนไขตามมติครม.ดังกล่าว และบางส่วนไม่มีการสำรวจการถือครองจึงตรวจยึดพื้นที่มีเนื้อที่ 311 - 1 - 32 ไร่ คิดค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน จำนวน 21,246,473 บาท
แปลงที่ 2 เป็นของเสี่ยใหม่นายทุนร้านค้าทองชื่อดังแห่งหนึ่งในเมืองเพชรบูรณ์ มีคนดูแลอยู่ในบ้านมุกโต ปัจจุบันให้ชาวม้งเช่าปลูกขิงและข้าวไร่ บางส่วนไม่มีการสำรวจการถือครอง จึงตรวจยึดพื้นที่มีเนื้อที่ 125 - 0 - 00ไร่ คิดค่าเสียหายของรัฐเป็น 8,530,527 บาท
คณะเจ้าหน้าที่ลงความเห็นว่าเป็นกระทำผิดกฎหมายว่าพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 54 มาตรา 55 , พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2559 มาตรา 14 มาตรา 26/4 จากนั้นทำบันทึกการตรวจยึดโดยมอบหมายให้ นายสมชาย ฉิมแย้ม เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส หน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสภ.เขาค้อ ให้ติดตามนายทุนทั้ง 2 รายและผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีต่อไป
พ.อ.พงษ์เพชรกล่าวว่า มั่นใจว่าหลักฐานที่พบจะสามารถโยงไปถึงนายทุนได้ โดยพบมีการทำสัญญาการเช่าและยังมีหลักฐานประจักษ์พยานอย่างอื่นด้วยที่ชี้ให้เห็นว่าไม่ใช่เป็นพื้นที่ชาวบ้านแต่ละราย รวมทั้งพยานแวดล้อมให้การตรงกันหมด
ส่วนต้นยางนาขนาดใหญ่อายุเป็นร้อยปีต้องถูกโค่นล้มตอนนี้เท่าที่ตรวจนับได้เหลือเพียงแค่ 12 ต้น โดยที่โคนต้นยางนาทุกต้นมีการสุมไฟเอาน้ำมัน จนทำให้ยืนต้นตายและแปรรูปไม้ไม่พอ ยังเป็นการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ที่บุกรุกอย่างเต็มที่ด้วย ซึ่งยังพบตอไม้ที่ถูกสุมไฟอีกหลายสิบตอกระจายทั่วพื้นที่เห็นแล้วน่าเสียดายมาก
นายภาคภูมิ กล่าวว่า ก็พยายามจะเน้นย้ำทางผู้ใหญ่บ้านในเรื่องการดูแลพื้นที่ และในเรื่องการให้ข้อมูลข่าวสารต่างๆด้วย สำหรับการบุกรรุกพื้นที่ป่าเขาค้อมีปัญหามาอย่างยาวนาน ในฐานะที่เพิ่งย้ายมาตำแหน่งใหม่ก็พร้อมจะบังคับใช้กฎหมายกับนายทุนและผู้บุกรุกรายใหม่


