ภูเก็ตพบผู้ป่วยโควิด-19 เป็นแม่บ้านไม่มีประวัติสัมผัสกลุ่มเสี่ยง
ภูเก็ต-พบผู้ป่วยโควิด-19เพิ่ม2ราย ยอดป่วยสะสม 172 รักษาหาย 56 อาการรุนแรง3 ผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นแม่บ้าน ไม่มีประวัติสัมผัสกลุ่มเสี่ยง และแม่ค้าขายอาหารอีสานที่ป่าตอง
เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2563คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต แจ้งสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จังหวัดภูเก็ต ประจำวันที่ 11 เมษายน 2563 ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม – 10 เมษายน 2563 จังหวัดภูเก็ตมีผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 แล้วจำนวน 172 ราย (ตรวจคัดกรองเชิงรุก 2 ราย) โดยผู้ป่วยรักษาหายกลับบ้าน 56 ราย จำหน่าย 1 ราย (จำหน่าย เนื่องด้วยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์) กำลังรักษาพยาบาลอยู่ 115 ราย ในจำนวนนี้ อาการรุนแรง 3 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ที่เหลืออาการอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ทั้งนี้ผู้ป่วยทั้ง 172 รายนี้รวมอยู่ในรายงานผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันที่กระทรวงสาธารณสุขได้แถลงไปก่อนหน้านี้แล้ว
ผู้มีอาการเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 2,167 ราย (รายใหม่ 108 ราย) โดยยังคงรักษาพยาบาล 184 ราย ในจำนวนนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ 69 ราย กลับบ้านแล้ว 1,983 ราย
สำหรับผู้ติดเชื้อยืนยันโรคโควิด-19 รายใหม่ทั้ง 2 ราย ประกอบด้วย1 ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2 ราย2 จากการตรวจเชิงรุก 0 ราย?
ผู้ติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 2 ราย (ลำดับที่ 1 – 2 )- ลำดับที่ 1 ผู้ป่วยรายที่171 ผู้หญิงไทย อายุ 64 ปีอาชีพ แม่บ้าน ไม่มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยันหรือประวัติเสี่ยงอื่น พักอาศัยแถวหาดสุรินทร์ ต.เชิงทะเล อ.ถลาง โดยเริ่มมีอาการป่วยวันที่ 2 เมษายน 2563 มีผู้สัมผัสความเสี่ยงสูง 6 ราย
- ลำดับที่ 2 ผู้ป่วยรายที่172 ผู้หญิงไทย อายุ 36 ปีอาชีพ ขายอาหารอีสานในป่าตอง ต.ป่าตอง อ.กะทู้ เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดของผู้ป่วยยืนยันรายที่ 146 และ 147 พักอาศัยในเขตป่าตอง มีผู้สัมผัสความเสี่ยงสูง 3 ราย
ทั้งนี้ผู้ป่วยทุกราย ทีมงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตและผู้เกี่ยวข้องได้ดำเนินการสอบสวนควบคุม ป้องกันโรคตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข
สำหรับผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 ที่พบเพิ่มในวันนี้เป็นผู้ป่วยที่อยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง และผู้สัมผัสของผู้ป่วยยืนยัน
จากข้อมูลนี้จะเห็นได้ว่าโรคโควิด-19นี้สามารถติดต่อจากคนไปสู่คนได้ง่ายโดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ที่เดียวกัน ทำงานใกล้ชิดกัน มีการพูดคุย สัมผัส หรือใช้สิ่งของร่วมกัน จึงอยากจะเน้นย้ำ เรื่องมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ถึงแม้จะไม่มีอาการป่วยก็ควรแยกตัวเองออกจากบุคคลอื่น งดกิจกรรมที่ไม่จำเป็น ไม่เข้าไปในที่ชุมชน ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา หมั่นล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์บ่อยๆ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไปสู่บุคคลที่เรารัก และถ้าหากมีอาการไข้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ เหนื่อย จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ปวดศีรษะ ถ่ายเหลว ให้รีบไปพบแพทย์ สำหรับประชาชนทั่วไป ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด


