ภูเก็ตเข้มประกาศปิดพื้นที่รอยต่อทุกตำบลสกัดโควิดตั้งแต่ 13-26 เม.ย.

วันที่ 09 เม.ย. 2563 เวลา 21:00 น.
ภูเก็ตเข้มประกาศปิดพื้นที่รอยต่อทุกตำบลสกัดโควิดตั้งแต่ 13-26 เม.ย.
ภูเก็ต-ผู้ว่าฯหวังคุมโควิดให้อยู่หมัดออกประกาศคำสั่งปิดพื้นที่รอยต่อทุกตำบลตั้งแต่ 13-26 เม.ย.นี้ พร้อมเข้าฉีดฆ่าเชื้อทุกหลังคาเรือน

เมื่อวันที่ 9 เม.ย.นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ลงนามคำสั่งจังหวัดภูเก็ต ที่ 1908/2563 เรื่อง ปิดสถานที่และกำหนดมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด19 จังหวัดภูเก็ต โดย สาระสำคัญ คำสั่งฉบับนี้ ระบุว่า จากการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดในจังหวึดภูเก็ต พบว่ายังคงมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและกระจายเป็นวงกว้างทั่วบริเวณจังหวัดภูเก็ต คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ขอยกเลิกคำสั่งปิดพื้นที่ตำบลป่าตอง พื้นที้ตำบลกะรน พื้นที่ตำบลราไวย์ พื้นที่ตำบลกะทู้ พื้นที่ตำบลฉลอง พื้นที่ตำบลศรีสุนทร

ให้ใช้ข้อความดังนี้แทน ให้ปิดพื้นที่รอยต่อระหว่างตำบลทุกตำบลเพื่อควบคุมให้มีการเคลื่อนย้ายบุคคลและยานพาหนะให้น้อยที่สุด ให้พิจารณากำหนดจุดตรวจคัดกรองให้เกิดความเหมาะสมไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อยานพาหนะที่สัญจรไปมา ตั้งแต่เวลา 00.01น.ของวันที่ 13 เมษายน 2563 ถึงเวลา 23.59น.ของวันที่ 26 เมษายน 2563 รวมทั้งสิ้น 14 วัน หรือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาบ ขอความร่วมมือให้ประชาชนพักอยู่ในเคหสถานหรือที่พำนักของตน โดยให้มีการเดินทางออกนอกเขตเคหสถานให้น้อยที่สุด เพื่อลดการแพร่กระจายของโรคโควิด19

มอบหมายให้อำเภอร่วมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดเตรียมความพร้อมเพื่อการดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว โดยให้ประชาชนมีผลกระทบน้อยที่สุด ห้ามมิให้มีการกักตุนสินค้าอุปโภคบริโภคหรือสินค้าที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีพ หากพบผู้กระทำผิดให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการตามกฎหมายโดยเคร่งครัด ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร่วมอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดบุคลากรเข้าตรวจวัดไข้ประชาชนในพื้นที่ตำบลทุกคน หากพบผู้ใดมึอาการเข้าข่ายที่ต้องเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสโควิด19 จะต้องถูกส่งไปแยกกัก กักกัน หรือคุมไว้สังเกตอาการ ยังสถานที่ที่จังหวัดกำหนด

ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่รับผิดชอบทำความสะอาดสถานที่สาธารณะ ถนน บ้านพักอาศัย ร้านค้าในเขตพื้นที่รับผิดชอบโดยฉีดฆ่าเชื้อทั้งหมดทุกหลังคาเรือน ให้อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ทราบและจัดเตรียมเครื่องอุปโภคบริโภค ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพในระยะเวลาประมาณ 14 วัน โดยให้ชี้แจงทำความเข้าใจถึงเหตุผลความจำเป็นที่ต้องขอความร่วมมือใหัประชาชนอาศัยอยู่ในเคหสถาน หรือที่พำนักของตนอย่าให้เกิดความตระหนกต่อการดำเนินการในครั้งนี้

การดำเนินการตามคำสั่งฉบับนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตทุกคนเพื่อให้การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ยุติลงโดยเร็วที่สุด หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้ อาจเป็นความผิดตามมาตรา 52 แห่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558: ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน1 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจได้รับโทษตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ.2548ตามข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 1) ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน พ.ศ.2563ถึงวันที่ 26 เมษายน 2563 หรือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย