ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยะลาตายเพิ่มอีก 1 รายมีประวัติเคยเดินทางไปมาเลเซีย

วันที่ 29 มี.ค. 2563 เวลา 15:42 น.
ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยะลาตายเพิ่มอีก 1 รายมีประวัติเคยเดินทางไปมาเลเซีย
ยะลา-สาธารณสุขเผยผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยะลาเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 รายอายุ 54 ปี มีประวัติเดินทางไปประเทศมาเลเซีย ทำให้ยอดรวมยืนยันสะสมทะลุ 35 รายแล้ว

เมื่อวันที่ 29 มี.ค. นายสงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา ได้ออกประกาศสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา ฉบับที่ 2 กรณี ผู้ป่วยโควิด-19 จังหวัดยะลาเสียชีวิตรายแรก โดยมีข้อความว่า สถานการณ์จังหวัดยะลา ข้อมูล ณ วันที่ 29 มีนาคม 2563 (11.00 น.) ผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันสะสม 35 ราย รายใหม่ 7 ราย รักษาหายสะสม 3 ราย เสียชีวิต 1 ราย นอนรักษาที่โรงพยาบาล จำนวน 31 ราย (รพ.ยะลา 16 ราย, บันนังสตา 11 ราย, รามัน 3 ราย,รพ.ยะหา 1 ราย)

ทั้งนี้ กรณีผู้ป่วยโควิด-19 จังหวัดยะลาที่มีรายงานเสียชีวิต 1 ราย นับเป็นการเสียชีวิตของผู้ป่วย รายแรกของจังหวัดยะลา ผู้เสียชีวิตเป็นเพศชาย อายุ 54 ปี อาชีพ ค้าขาย สัญชาติไทย นับถือศาสนาอิสลาม อาศัยอยู่ใน อ.เมือง จ.ยะลา ผู้ป่วยมีประวัติเดินทางไปประเทศมาเลเซียเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2563 เพื่อส่งบุตรสาวที่เมืองโกตาบารู รัฐกลันตัน และเดินทางกลับ วันที่ 13 มีนาคม 2563

เริ่มป่วยวันที่ 15 มีนาคม 2563 และไปพบแพทย์ในวันที่ 16 มีนาคม 2563 ด้วยอาการไข้ 37.6 องศาเซียลเซียส ไอเจ็บคอ หายใจลำบาก อาการปอดอักเสบระยะรุนแรง ผู้ป่วยมีโรคประจำตัวเป็นโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง

ผลตรวจยืนยันเป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2563 ทีมแพทย์ให้การรักษาอย่างเต็มที่ ดูแลอย่างต่อเนื่อง รักษาด้วยยาต้านไวรัสและยาปฏิชีวนะ ใส่เครื่องช่วยหายใจ อาการไม่ดีขึ้นและเสียชีวิต

สำหรับ ผู้สัมผัสร่วมบ้าน มีจำนวน 5 คน พบ 2 ราย เป็นผู้ป่วยยืนยันนอนพักรักษาตัวใน รพ.อีก 3 รายไม่พบเชื้อและแยกกักตัวเองอยู่ที่บ้าน

ในส่วนของข้อแนะนำจากสำนักจุฬาราชมนตรีถึงแนวทางการป้องกันในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ในการปฏิบัติศาสนกิจรวมถึงข้อปฏิบัติในพีธีทางศาสนา กรณีมุสลิมเสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 ให้ประสานกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ในการจัดการมัยยิตและให้บุคคล ที่เป็นมุสลิมทำการ ตะยัมมุม แทนการอาบน้ำมัยยิต ในห้องปลอดเชื้อ และผู้มีหน้าที่ตะยัมมุมต้องสวมชุดป้องกันการติดเชื้อ(ขั้นตอนที่1:ตบฝุ่น ลูบใบหน้ามัยยิต ขั้นตอนที่ 2:ตบฝุ่น ลูบมือจนถึงข้อศอกทั้งสองข้าง) แล้วทำการปิดถุงบรรจุศพ ถือเป็นการแทนการกะฝิ่น ย้ำ ห้ามญาติหรือผู้มาเยี่ยมสัมผัสหรือจูบมัยยิต (อ้างอิงจากประกาศสำนักจุฬาราชมนตรี ฉบับที่3/2563)