ผู้ว่าฯปิดคอนโดฯ 1 แห่งในพิษณุโลกชั่วคราวหลังพบผู้ติดเชื้ออาศัยอยู่

วันที่ 26 มี.ค. 2563 เวลา 13:08 น.
ผู้ว่าฯปิดคอนโดฯ 1 แห่งในพิษณุโลกชั่วคราวหลังพบผู้ติดเชื้ออาศัยอยู่
ผู้ว่าฯสั่งปิดคอนโดฯ 1 แห่ง ในอ.เมืองพิษณุโลก ชั่วคราวตั้งแต่ 25 มี.ค.-8 เม.ย.นี้ หลังพบ ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อาศัยอยู่ 1 ราย

เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 63 เวลา 7.00 น. นายเจษฎา ลิ้มศรีตระกูล นายอำเภอเมืองพิษณุโลก พร้อมด้วยเจ้าหน้าฝ่ายปกครอง ตำรวจ สาธารณสุข ลง แอททรีคอนโด ถนนบึงพระจันทร์ ตำบลวังจันทร์ อำเภอเมืองพิษณุโลก หลังจากก่อนหน้านี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก มีคำสั่งปิดคอนโดฯดังกล่าวชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2563 เวลา 23.00 น. จนถึงวันที่ 8 เมษายน 2563 เวลา 23.00 น. และห้ามผู้ใดเข้าไป หรือออกจากสถานที่ดังกล่าว เว้นแต่จะได้รับการอนุญาตจากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ หลังจากพบว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสอาศัยอยู่

สำหรับบรรยากาศช่วงเช้าที่ แอททรีคอนโด มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และ อสม.ได้เข้าพ่นยาฆ่าเชื้อ และทำความสะอาดบริเวณแอททรีคอนโด รวมทั้งตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของผู็อาศัย

ทั้งนี้คำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เรื่องปิดคอนโดฯดังกล่าว มีเนื้อหาดังนี้

เนื่องจากพบผู้ป่วยยืนยันในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นผู้พักอาศัยอยู่ในอาคารชุดแอททรีคอนโด จึงมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากสถานที่ดังกล่าว ด้วยคำสั่งปิดสถานที่พักของ ผู้ติดเชื้อหญิงรายแรก ของจังหวัดพิษณุโลก โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22 มาตรา 35 (1) (3) แห่งพระราชบัญญัติ พ.ศ.2548 ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิษณุโลก จึงมีคำสั่ง

ข้อ 1 ปิดอาคารชุด แอททรีคอนโด ถ.บึงพระจันทร์ ต.วัดจันทร์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2563 เวลา 23.00 น. จนถึงวันที่ 8 เมษายน 2563 เวลา 23.00 น. และห้ามผู้ใดเข้าไป หรือออกจากสถานที่ดังกล่าว เว้นแต่จะได้รับการอนุญาตจากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ (นายอำเภอเมืองพิษณุโลก หรือผู้ที่นายอำเภอเมืองพิษณุโลกมอบหมาย) และให้บุคคลซึ่งอยู่ในบังคับตามคำสั่งปฏิบัติตามมาตรการ/แนวทางที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิษณุโลกกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558