ลำปางออกประกาศห้ามคนเข้าป่า ป้องกันคนจุดไฟเผา หวังช่วยลดค่าฝุ่น

วันที่ 20 ก.พ. 2563 เวลา 07:06 น.
ลำปางออกประกาศห้ามคนเข้าป่า ป้องกันคนจุดไฟเผา หวังช่วยลดค่าฝุ่น
ลำปาง - ผู้ว่าฯ ออกหนังสือด่วน ประกาศห้ามคนเข้าป่า มาตรการป้องกันคนจุดไฟเผาป่า หวังช่วยลดค่าฝุ่น หมอกควัน หลังสถานการณ์ไฟป่าแนวโน้มรุนแรงขึ้น

เมื่อวันที่ 20 กพ. มีรายงานว่า นายสุรพล บุรินทร์ทราพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ปฎิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้ออกหนังสือด่วนที่สุด ไปยังนายอำเภอทั้ง 13 พื้นที่ใน จ.ลำปาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทราบ และแจ้งประชาชน ให้ทราบถึงประกาศจังหวัดลำปาง โดย นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้ลงนามประกาศจังหวัดลำปาง ห้ามมิให้บุคคลหนึ่ง บุคคลใดเผาป่า หรือเข้าไปกระทำการใดๆ ในเขตป่าในพื้นที่ จ.ลำปาง ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์ไฟป่า และหมอกควันจะดีขึ้น และเข้าสู่ภาวะปกติ

โดยทางจังหวัดประเมินว่า สถานการณ์ไฟป่า และหมอกควันในพื้นที่ จ.ลำปาง มีแนวโน้มทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากความแห้งแล้ง การเผาเศษวัชพืช และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ตลอดจนการเผาที่มิได้มีการป้องกัน จนเกิดการลุกลามเข้าไปในเขตป่า หรือเจตนาจุดไฟเผาป่า เพื่อหวังประโยชน์อื่นใด สร้างความเสียหายต่อพื้นป่าไม้โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเป็นบริเวณกว้าง ก่อให้เกิดปัญหาไฟป่า และหมอกควัน รวมทั้งปริมาณค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือค่า PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ปกคลุมพื้นที่ และมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนโดยตรง

ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย แก้ไขปัญหาไฟป่า และหมอกควันของจังหวัดลำปาง จึงอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 มาตรา 15 (4) และมาตราม 21 (5) มาตรา 22 ประกอบกับพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 25 และประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เรื่องการแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุม และรักษาป่าสงวนแห่งชาติ ตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 , พ.ศ.2559 จึงประกาศห้ามมิให้บุคคลหนึ่ง บุคคลใดเผาป่า หรือเข้าไปกระทำการใด ในเขตป่าในพื้นที่ จ.ลำปาง โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือมีเหตุอันควร จำนวน 33 ป่า สำคัญในพื้นที่ จ.ลำปาง ครอบคลุมพื้นที่ 13 อำเภอ

หากราษฎรรายใด มีความประสงค์จะเข้าพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อดำเนินกิจการใดๆ ที่ไม่ขัดต่อกฎหมายความสงบเรียบร้อย ต้องแสดงตนต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือหน่วยงานป่าไม้ในท้องที่แล้วแต่กรณี และแจ้งเหตุผลความจำเป็น เวลาเข้า และออก และจะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งหากพบว่าเกิดไฟไหม้ป่าในบริเวณดังกล่าว ให้สันนิษฐาน ว่า เป็นผู้กระทำผิดตามกฎหมาย ต้องมีการแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ในท้องที่นั้น เพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดเป็นรายๆ ไป ส่วนกรณีที่ตรวจพบผู้เข้าไปในป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต มีอุปกรณ์ และมีพฤติกรรม พร้อมที่จะทำให้เกิดไฟป่า หรือทำให้เสื่อมสภาพต่อป่าสงวนแห่งชาติ ให้เจ้าหน้าที่สอบถามเหตุผลความจำเป็น พร้อมบันทึกรายชื่อไว้ทุกครั้ง แต่หากอยู่ในข่ายที่เป็นการกระทำผิดกฏหมายให้มีการดำเนินคดีโดยเด็ดขาดทุกราย