ญาติเหยื่อกระสุนกราดยิงวอนสังคมอย่าประณามพ่อแม่ทหารคลั่ง

วันที่ 10 ก.พ. 2563 เวลา 10:40 น.
ญาติเหยื่อกระสุนกราดยิงวอนสังคมอย่าประณามพ่อแม่ทหารคลั่ง
บุรีรัมย์-ญาติเหยื่อทหารคลั่งกราดยิงวอนเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสีย เรียกร้องให้ต้นสังกัดดูแลบุคลากรและคลังอาวุธให้เข้มงวดรัดกุม เผยไม่กล้าไปเดินห้างหรือที่คนพลุกพล่านหวั่นเกิดเหตุซ้ำรอย วอนสังคมอย่าประณามพ่อแม่ผู้ก่อเหตุเพราะไม่ได้รู้เห็นกับการกระทำของลูก

เมื่อวันที่ 10 ก.พ. บรรยากาศที่บ้านเลขที่ 53/2  บ้านบุขี้เหล็กใหม่พัฒนา ต.แสลงพัน อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นบ้านของนายวันชัย เวชวรรณ์ หรือใหญ่ อายุ 41 ปี หัวหน้าพนักงานคาร์แคร์แห่งหนึ่งภายในห้างเทอร์มินอล 21 จ.นครราชสีมา หนึ่งในผู้บริสุทธิ์ที่ถูก จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา ใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงเสียชีวิต  ยังคงมีญาติและเพื่อนบ้านเดินทางมาให้กำลังนางบังอร พิมพ์อุบล อายุ 40 ปี ภรรยาของนายวันชัยอย่างต่อเนื่องที่ยังอยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจหลังจากสูญเสียสามีไปแบบกะทันหันโดยไม่ทันได้ร่ำลา ส่วนศพของนายวันชัยทางปู่และย่ากำลังเดินทางไปติดต่อรับศพ ที่โรงพยาบาลมหาราช จ.นครราชสีมา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานไหนมาติดต่อเรื่องการดูแลจัดงานศพ หรือช่วยเหลือเยียวยาแต่อย่างใด 

นางพลอยนารี ยอดเยี่ยม อายุ 44 ปี  ญาติของนายวันชัย กล่าวว่า รับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งโหดร้ายรุนแรงมาก  มีผู้เสียชีวิตมากถึง 30 ศพ และบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก ที่ผ่านมาเคยเห็นแต่ในภาพยนตร์และในต่างประเทศไม่คิดว่าเหตุการณ์รุนแรงแบบนี้จะเกิดในประเทศไทย และยิ่งมาเจอกับญาติของตัวเองที่ต้องมาสูญเสียชีวิตทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วย ก็อยากให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือเยียวยาวครอบครัวด้วย

ทั้งนี้ อยากเรียกร้องให้ทางต้นสังกัดได้ดูแลบุคลากรกำลังพลและคลังอาวุธให้เข้มงวดรัดกุมมากกว่านี้ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก และหลังเกิดการณ์ดังกล่าวก็รู้สึกหวาดระแวงไม่กล้าไปเที่ยวห้างสรรพสินค้าหรือแหล่งที่มีผู้คนพลุกพล่าน เพราะเกรงจะไม่ปลอดภัย

นางพลอยนารี กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้จะรุนแรงโหดร้ายมาก แต่ผู้ก่อเหตุก็ได้รับกรรมที่เขาก่อแล้ว จึงไม่รู้จะไปเรียกร้องอะไรกับใคร ทางครอบครัวก็อโหสิกรรมให้  แม้ 1 ชีวิตจะไม่สามารถแลกกับอีกหลายชีวิตที่สูญเสียไปได้ และอยากวิงวอนสังคมอย่าไปประณามพ่อแม่ของทหารที่ก่อเหตุ เพราะเขาไม่ได้เกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับการกระทำของลูก และคงไม่ได้อยากให้ลูกก่อเหตุแบบนี้