ลูกสาวเสี่ยอู่ซ่อมรถ ยื่นค้านประกันตัว6ผู้ต้องหา หวั่นครอบครัวไม่ปลอดภัย

วันที่ 21 ม.ค. 2563 เวลา 14:09 น.
ลูกสาวเสี่ยอู่ซ่อมรถ ยื่นค้านประกันตัว6ผู้ต้องหา หวั่นครอบครัวไม่ปลอดภัย
ตรัง-ลูกสาวเจ้าของอู่ซ่อมรถ อ.รัษฎา เหยื่อคดีสังหารโหดยื่นศาลตรังคัดค้านการประกันตัว6ผู้ต้องหาหวั่นครอบครัวไม่ปลอดภัยมีผลต่อรูปคดี

กรณีคนร้าย 2 คน สวมไอ้โม่ง ใช้อาวุธปืนพกสั้น และอาวุธปืนสงคราม ชนิดอาก้า ยิงถล่ม นายธวัชชัย กลับขันท์ อายุ 53 ปี เจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ ชาว อ.รัษฎา จ.ตรัง จนเสียชีวิตคารถกระบะส่วนตัว ส่วน นางอำภา กลับขันท์ ภรรยา และนายสมชาย สนมน้อย ลูกจ้าง ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะกำลังกลับมาจากไปงานศพ เหตุเกิดที่บริเวณหน้าอู่ธวัชชัยการช่าง เลขที่ 152 ม.1 ต.คลองปาง อ.รัษฎา จ.ตรัง เมื่อคืนวันที่ 17 ธันวาคม 2562

กระทั่งต่อมาตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 7 คน ประกอบด้วย นายจิราวุธ ศรีวิรัตน์ หรือโกยัง พี่ชายของนายกเทศมนตรีตำบลคลองปาง อ.รัษฎา จ.ตรัง และยังป็นเพื่อนกับผู้ตาย มีอาชีพขายอะไหล่รถยนต์ ซึ่งเป็นผู้จ้างวาน และนายสุชาติ จิตติศักดิ์ อดีตกำนันคนดัง ต.สามตำบล อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช ผู้รับงาน, ผู้จัดหาทีมงาน, ผู้สั่งการ ส่วนที่เหลือ ประกอบด้วย มือปืน คนชี้เป้า คนจัดหามือปืน และคนขับรถ

ล่าสุด ที่ศาลจังหวัดตรัง นางสาวอัมพวรรณ์ กลับขันท์ อายุ 29 ปี บุตรสาวผู้ตาย พร้อมด้วยทนายความ ได้เดินทางเข้ายื่นเรื่องต่อศาลจังหวัดตรัง เพื่อขอคัดค้านการประกันตัวกลุ่มผู้ต้องหา 6 คน จาก 7 คนที่ตำรวจจับกุมได้ เนื่องจากล่าสุดได้ปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นพนักงานสอบสวนไปแล้ว 1 คน เพราะผู้ต้องหาคนดังกล่าวถูกหลอกให้เปิดซิมโทรศัพท์มือถือให้ นายสมศักดิ์ กุศลสุข อายุ 51 ปี ซึ่งเป็นมือปืนรายสำคัญ โดยเป็นคนใช้อาวุธปืนพกสั้นร่วมยิง นายธวัชชัย ตามภาพที่วงจรปิดบันทึกได้ และเป็นผู้ต้องหามีหมายจับติดตัวในคดีในลักษณะเดียวกันในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช อีก 2 คดี แต่อยู่ระหว่างการหลบหนี และออกมาก่อเหตุซ้ำกับนายธวัชชัย ซึ่งขณะนี้ศาลจังหวัดตรังได้ออกหมายจับเพิ่มแล้วเป็นคนที่ 8

ลูกสาวผู้ตาย ระบุว่า เหตุที่ต้องเดินทางมายื่นคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาที่เหลืออีก 6 คน เนื่องจากเกรงจะเกิดความไม่ปลอดภัย พร้อมกับเรียกร้องให้ตำรวจจับคนร้ายที่เหลือให้ได้โดยเร็ว อย่างไรก็ตาม สำหรับคดีนี้กลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดจัดเป็นผู้กว้างขวาง มีเงิน และมีอิทธิพล รวมทั้งมีสายสัมพันธ์อันแนบแน่นกับนายตำรวจใหญ่นายหนึ่ง ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และมีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับบิ๊กตำรวจ ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติมายาวนาน จึงทำให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตไม่มีความมั่นใจ และได้เดินทางไปยื่นเรื่องต่อกองบังคับการปราบปราม เพื่อขอให้รับโอนคดีไปทำ เพราะไม่มั่นใจตำรวจท้องที่ หวั่นจะไม่ได้รับความเป็นธรรม และครอบครัวจะไม่ปลอดภัย