ชาวบ้านฮือจะรุมตืบไอ้ฤทธิ์ผู้ต้องหาฆ่าสาว18 ขณะทำแผน

  • วันที่ 26 พ.ค. 2562 เวลา 14:21 น.

ชาวบ้านฮือจะรุมตืบไอ้ฤทธิ์ผู้ต้องหาฆ่าสาว18 ขณะทำแผน

สุราษฎร์ธานี-ชาวบ้านนับร้อยลุกฮือจะประชาทัณฑ์“ไอ้ฤทธิ์ ”ผู้ต้องหาบีบคอฆ่าเผาชิงสร้อยทองสาว 18 ขณะตำรวจพาทำแผนประกอบคำรับสารภาพจนต้องรีบพาตัวกลับทันที ญาติไม่ยอมรับศพไปเผารอผลสอบเชื่อไม่ได้ก่อเหตุคนเดียว

ความคืบหน้ากรณี น.ส.จรินยา ช่วยพยัคฆ์ อายุ 18 ปี ถูกเผาคาซากรถจักรยานยต์อยู่ในป่าละเมาะถนนสายบ้านศรีควนทอง - บ้านควนราชา หมู่ 8 ต.ช้างซ้าย อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี โดยญาติแจ้งหายไปตั้งแต่วันที่ 13 พ.ค.หลังแต่งงานกับนายศรายุทธ คงคล้าย อายุ 35 ปี ได้เพียง 5 เดือน และ ตำรวจนำนายศรายุทธไปสอบปากคำแต่ไม่พบข้อสงสัย ต่อมา ตำรวจเข้าค้นบ้านเลขที่ 223 หมู่ที่ 8 ต.ช้างซ้าย ห่างจากที่เกิดเหตุ 50 เมตร นำตัวนายพีระพล หรือ ฤทธิ์ นวลเสน่ห์ อายุ 27 ปี ไปสอบหลังพบมีน้ำกะท่อม และตามลำตัวมีบาดแผลรอยขีดข่วนโดยอ้างเกิดจากไล่จับตัวตะกวด แต่จนมุมด้วยหลักฐานนำสร้อยทองผู้เสียชีวิตไปขายและดีเอ็นเอตรงในที่เกิดเหตุจนยอมรับสารภาพฆ่าเพื่อชิงทรัพย์ ซึ่งตำรวจแจ้งง 3 ข้อหนัก

เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ที่ศูนย์ปฎิบัติการตำรวจภูธรจ.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 พร้อม พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 พ.ต.อ.เชิดพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี และ พ.ต.อ.สมบัติ ฉ่ำแสง ผกก.สภ.กาญจนดิษฐ์ ได้สอบปากคำนายพีระพล เพิ่มเติมโดยให้ปากคำยืนยันประสงค์เหตุต่อทรัพย์เท่านั้น โดยนำสร้อยคอทองคำ นำหนัก 1 บาท และแหวน น้ำหนัก 1 สลึง ไปขายได้ 22,000 บาท นำไปให้ภรรยา 5,000 บาท และนำไปใช้จ่ายเหลือ 2,000 บาท

พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ กล่าวว่า เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุจริงโดยมีเหตุจูงใจประสงค์ต่อทรัพย์ แต่ก็ต้องสอบปากคำและพิจารณาจากหลักฐานอื่นมาประกอบ เพราะไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหาทั้งหมด ซึ่งได้ลงมาดูการสอบสวนของตำรวจภูธรจ.สุราษฎร์ธานีและ สภ.กาญจนดิษฐ์ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยครบถ้วนทุกประเด็นหรือไม่ เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ และผู้ต้องหาก่อเหตุอย่างโหดเหี้ยมก่อเหตุชิงทรัพย์แล้วถึงกับฆ่าและเผาเป็นคดีที่สะเทือนขวัญ

“ ในเรื่องนี้ปล่อยไว้ไม่ได้ต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด จากการสอบถามผู้ต้องหาเบื้องต้นอ้างว่าที่ก่อเหตุชิงทรัพย์เนื่องจากติดการพนัน และก่อเหตุคนเดียว ซึ่งจะต้องสอบสวนให้ครบถ้วนทุกประเด็น ขณะนี้ยังไม่ได้ตัดข้อสมมุติฐานในการก่อเหตุประเด็นใดทิ้ง และไม่ได้เชื่อในคำให้การของผู้ต้องหาจะต้องทำการสอบพยาน และให้เอาผลทางนิติวิทยาศาสตร์กับพยานหลักฐานอื่นเพิ่มเติมในที่เกิดเหตุมาประกอบด้วย ” พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ กล่าว

ต่อมา ตำรวจได้คุมตัวนายพีระพล ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยไปที่ร้านทองแม่จำเริญ เลขที่ 5/79 หมู่ 1 ต.ขุนทะเล ถนนสุราษฎร์-นาสาร อ.เมืองสุราษฎร์ธานี ที่นายพีระพล นำสร้อยคอทองคำและแหวนทองที่ปลดจากศพนำมาขายได้เงิน 22,000 บาท จากนั้นได้นำตัวไปทำแผนที่จุดเกิดเหตุถนนสายบ้านศรีควนทอง - บ้านควนราชา หมู่ 8 ต.ช้างซ้าย อ.กาญจนดิษฐ์ ที่อยู่ห่างจากบ้านนายพีระพลเพียง 50 เมตร โดยมีชาวบ้านกว่า 300 คนทราบข่าวมาปักเฝ้ารอดูการทำแผน ซึ่งมีตำรวจหน่วยปฎิบัติการพิเศษภูธร จ.สุราษฎร์ธานี , สภ.กาญจนดิษฐ์ กว่า 50 นายกันเขตดูแลความปลอดภัย และ มีนายศรายุทธ คงคล้าย อายุ 35 ปี สามี น.ส.จรินยา มายืนรอดูการทำแผนด้วยใบหน้าที่โกรธแค้นและมีญาติช่วยจับมือไว้ โดยตำรวจต้องนำหมวกนิรภัย สวมใส่คลุมศรีษะนายพีระพลไว้ แต่เมื่อรถตำรวจนำตัวมาถึงชาวบ้านได้ส่งเสียงตะโกนเป็นช่วงๆ

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านหลายร้อยคนที่ดูการทำแผนอยู่แสดงความไม่พอใจที่นายพีระพลกระทำการอย่างโหดเหี้ยมทั้งที่เป็นเพื่อนบ้านกัน จนมีการลุกฮือจะเข้ามาใกล้ ตำรวจเกรงจะไม่ปลอดภัยจึงรีบนำตัวนายพีระพลขึ้นรถตู้ตำรวจฝ่าฝูงชนหลบหนีออกจากพื้นที่กลับไปยัง สภ.กาญจนดิษฐ์ ทันทีจนต้องยกเลิกการทำแผนในขั้นตอนของการบีบคอปลดสร้องคอทองคำกับแหวนทองและการเผาทำลายศพ โดยใช้เวลาไม่ถึง 30 นาที

ข่าวแจ้งว่า ตำรวจแจ้งข้อหานายพีระพล เบื้องต้น 3 ข้อหาหนัก มีข้อหาก่อเหตุชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและซ่อนเร้นทำลายศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตายและทำให้เสียหายทำลายซึ่งศพโดยไม่มีเหตุอันสมควร โดยมีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต

ด้านนางจรรยา สังข์ทอง อายุ 38 ปี มารดา น.ส.จรินยา กล่าวว่า จะยังไม่ไปรับศพลูกสาวกลับมาทำพิธี โดยจะรอผลการสอบสวนของตำรวจ เพราะยังไม่เชื่อว่านายพีระพล ทำเพียงคนเดียว ซึ่ง พ.ต.อ.สมบัติ ฉ่ำแสง ผกก.สภ.กาญจนดิษฐ์ ได้มาชี้แจงการสอบสวนแล้ว แต่ขอกลับไปปรึกษากับญาติๆ ก่อน

ข่าวอื่นๆ