"บิ๊กโจ๊ก"เผยไม่มีข้อมูลชี้ชัดแหม่มอังกฤษถูกข่มขืนบนเกาะเต่า

  • วันที่ 28 ส.ค. 2561 เวลา 14:47 น.

"บิ๊กโจ๊ก"เผยไม่มีข้อมูลชี้ชัดแหม่มอังกฤษถูกข่มขืนบนเกาะเต่า

สุราษฎร์ธานี-พล.ต.ต.สุรเชษฐ์เผยไม่มีข้อมูลชี้ชัดแหม่มอังกฤษถูกข่มขืนบนเกาะเต่าไม่ตัดสิทธิผู้เสียหายมาแจ้งความหากมีหลักฐานใหม่ ผบก.สุราษฎร์ธานีตำรวจไม่รับแจ้งความเสี่ยงคดีอาญาวินัยร้ายแรง

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า กรณี น.ส.อีสเบล วิคตอเรีย แบคเตอร์ อายุ 19 ปี นักท่องเที่ยวสัญชาติอังกฤษ อ้างว่า ระหว่างมาเที่ยวที่เกาะเต่า ได้ถูกวางยาไม่รู้สึกตัวและถูกข่มขืนหลังจากนั่งดื่มที่บาร์แห่งหนึ่งเมื่อคืนวันที่ 25 มิ.ย.61 โดยไปแจ้งกับตำรวจ สภ.เกาะพะงัน น เเต่ตำรวจไม่ลงข้อมูลเรื่องการข่มขืนเพียงลงว่า โทรศัพท์ไอโฟน 7พลัส กับเงินสด 3,000 บาทและบัตรเดบิต จำนวน 4 ใบหายไป ได้ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด หลักฐาน ปากคำพยาน และร่องรอย และสารที่อ้างว่าถูกมอมยา ต่างๆ ยังไม่พบว่ามีเหตุการณ์การข่มขืนเกิดขึ้น แต่หากผู้เสียหายมาพบ มาแจ้งความ มีหลักฐานใหม่อื่นๆ ว่า มีการข่มขืนเกิดขึ้นจริงตำรวจจะดำเนินคดีมห้ถึงที่สุด ขณะนี้ได้ประสานสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ก็ระบุว่า ยังติดต่อกับผู้เสียหายไม่ได้

"ขอฝากถึง นักท่องเที่ยว หากมาเที่ยวที่ประเทศไทยแล้วเกิดเหตุต่างๆ ให้มาแจ้งความ เจ้าหน้าที่ยืนยันจะให้ความเป็นธรรม" พล.ต.ต.สุรเชษฐ์

พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี(ผบก.ภ.จว.)เปิดเผยว่า ผู้เสียหายไม่ยอมแจ้งความตั้งแต่วันแรก และนำเรื่องไปแจ้งให้เจ้าของที่พักทราบซึ่งเจ้าของที่พักได้พยายามชักชวนให้ไปแจ้งความแต่ได้รับการปฏิเสธ แต่กลับไปเที่ยวงานฟูลมูนปาร์ตี้ที่เกาะพะงัน และไปแจ้งความทรัพย์สินสูญหายที่ สภ.เกาะพะงัน ในช่วงบ่ายวันที่ 27 มิ.ย.61 สภ.เกาะพะงันยืนยันชัดเจนว่าผู้เสียหายไมได้เล่าเรื่องข่มขืนให้ฟังซึ่งเชื่อว่า หากบอกเจ้าหน้าที่ตำรวจพนักงานสอบสวนคงไม่กล้าปกปิดเอาไว้ เนื่องจาก สภ.เกาะพะงัน ไม่ใช่เจ้าของพื้นที่ต้องรับผิดชอบการสอบสวนสืบสวนเหตุดังกล่าว

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุในช่วงเวลานั้นยังมีนักท่องเที่ยวและผู้คนเดินพลุกพล่าน เนื่องจากเป็นช่วงที่มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก และใกล้บริเวณดังกล่าวมีชุดสายตรวจเกาะเต่าที่เข้าตรวจในเวลา 03.00 น.ใช้ระบบคิวอาร์โค๊ดที่ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ ฉะนั้นเหตุจะเกิดจริงหรือไม่นั้นต้องตรวจสอบ และกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวในระยะ 300 เมตรมีอยู่ 7 ตัวยังใช้ได้ทั้งหมด

“จึงไม่มีเหตุผลที่จะไม่รับแจ้งความและเป็นการเสี่ยงที่จะไม่ทำ จะถือเป็นการละเว้นปฏิบัติหน้าที่และถูกดำเนินคดีทางอาญากับวินัยร้ายแรงได้ คดีนี้จะสรุปได้เร็วมากน้อยแค่ไหนต้องขอความร่วมมือจากผู้เสียหาย จึงขอให้เข้าใจหน้าที่ของพนักงานสอบสวน และความเดือดร้อนของชาวเกาะเต่า เกาะพะงัน ถ้าไปให้ข่าวในทำนองเช่นนี้จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ซึ่งขณะนี้ผู้นำท้องถิ่น ผู้ประกอบการ ได้เร่งชี้แจงเพราะเหตุไม่ได้รุนแรงตามที่เป็นข่าวและยังท่องเที่ยวได้ตามปกติ ” พล.ต.ต.อภิชาติ กล่าว

พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 4 (ผบ.บชร.4) กล่าวว่า พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้เข้าตรวจสอบร่วมกับตำรวจ และฝ่ายปกครองในพื้นที่เกาะเต่า ขอยืนยันและให้มั่นใจกระบวนการตรวจสอบดังกล่าว ซึ่งทหารมีหน้าที่ในการบูรณาการกำลังที่มีอยู่ในการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว  และที่ผ่านมาอย่างที่ทราบว่า ที่เกาะเต่าเรื่องปัญหาอาชญากรรมไม่เคยเกิดขึ้น ฉะนั้นท้องที่สามารถดูแลนักท่องเที่ยวให้ปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพ

จุดตั้งกล้องวงจรปิดบนเกาะเต่า

 

 

ข่าวอื่นๆ