มทภ.2แจงแก๊งวีระถอนหมุดเขตแดนไทย-เขมร

วันที่ 06 ก.ค. 2553 เวลา 21:00 น.
แม่ทัพภาค 2 แจงหมุดปักเขตแดนหายเป็นฝีมือของ "วีระ สมความคิด" นำพวกขุดไปตั้งแต่ 30 เม.ย.ไม่ใช่ฝีมือทหาร เผยแจ้งความตำรวจดำเนินคดีแล้ว

พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 (มทภ.2) กล่าวชี้แจงกรณีที่กลุ่มกลุ่มเครือข่ายทวงคืนแผ่นดินแม่, ภาคีเครือข่ายผู้ติดตามสถานการณ์ปราสาทพระวิหาร และ สมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย ออกมาระบุว่าทางเจ้าหน้าที่ทหารของกองทัพภาคที่ 2 เป็นผู้นำหลัก จีพีเอส ออกจากพื้นที่เดิมที่เคยมีการปักไว้บนสันเขื่อนห้วยเมฆา อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ จนอาจะเป็นเหตุนำไปสู่การสูญเสียดินแดนบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา กว่า 1.5 ล้านไร่ให้แก่ทางกัมพูชาเมื่อวันที่ 2 ก.ค.2553 ที่ผ่านมาว่า ข้อเท็จจริงส่วนนี้เป็นเรื่องที่น่าจะมีการเข้าใจผิด และยืนยันว่าทหารไม่ได้เป็นผู้ถอนหมุดหลักจีพีเอสดังกล่าวออกจากพื้นที่

"สาเหตุที่หายไปเป็นฝีมือของ นายวีระ สมความคิด ประธานคณะกรรมการเครือข่ายต่อต้านคอรัปชั่น ที่นำสมาชิกประมาณ 100 คน ไปรื้อถอนออกมาจาก สันเขื่อนห้วยเมฆา อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 เม.ย.2553 ที่ผ่านมา แล้วนำไปเก็บไว้ที่ เมฆาอโศก"พล.ท.วีร์วลิตกล่าว 

พล.ท.วีร์วลิต

ทั้งนี้ทางกองทัพภาคที่ 2 ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีทางกฏหมายแล้ว โดยหมุดหลักดังกล่าวเป็นหมุดหลักโครงข่ายจีพีเอส ที่ทางคณะกรรมการปักปันเขตแดน กรมแผนที่ทหาร ได้ทำการปักขึ้น ซึ่งก็จะมีทั้งในฝ่ายไทย และฝ่ายกัมพูชา โดยฝ่ายไทยจะมีอยู่ 2 แห่ง คือที่ จังหวัดสระแก้ว ส่วนฝ่ายกัมพูชาก็จะอยู่ที่ "ปันเตียเมียงเจย"  และอีกแห่งของไทยอยู่ที่สันเขื่อนเมฆา อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ส่วนฝ่ายกัมพูชาจะอยู่ที่ "บ้านนำปึน"

หมุดหลัก จีพีเอสทั้ง 4 จุด คือในฝ่ายไทย 2 จุด และฝ่ายกัมพูชา 2 จุด เป็นหมุดหลักจีพีเอสที่ใช้สำหรับการขยายงานโครงข่ายงานแผนที่ของทั้ง 2 ประเทศ เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาเชื่อมโยงไปยังแนวเขตแดน ไทย-กัมพูชาที่กำลังมีปัญหาพิพาทกันอยู่ เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาตกลงเกี่ยวกับการปักปันเขตแดนที่ชัดเจนต่อไปในอนาคต 

"หมุดหลักทั้งหมดก็จะเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่มีความชัดเจนเรื่องเขตแดนของทั้ง 2 ประเทศ ไม่ได้ปักเข้ามาในพื้นที่พิพาทแต่อย่างใด และไม่ได้มีการยึดถือหมุดหลักจีพีเอสเป็นหมุดหลัก หรือใช้เป็นการปักปันแนวเขตแดน  เป็นเพียงหมุดหลักที่ใช้ในการประกอบการพิจารณาด้านแผนที่เพื่อนำไปใช้ประกอบในการพิจารณาปักปันเขตแดนระหว่าง ไทย - กัมพูชาต่อไปเท่านั้น" พล.ท.วีร์วลิต กล่าว 

ส่วนกรณีการที่นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ เลขาธิการสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย ออกมาระบุว่า ขณะนี้หมู่บ้านบางหมู่บ้านซึ่งเคยอยู่ในแผ่นดินไทยมาโดย  ถูกทางการไทยสั่งย้ายให้เคลื่อนมาอยู่ในแดนไทยใหม่ และต้องเสียพื้นที่หมู่บ้านของไทยลงไปนั้น แม่ทัพภาคที่ 2 ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีการขยับหรือย้ายหมู่บ้านใดๆออกจากพื้นที่ตามที่ได้มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด ทั้งในส่วนของพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ , สุรินทร์ , ศรีสะเกษ หรือแม้แต่อุบลราชธานี ก็ยังไม่มีหมู่บ้านใดที่ย้ายออกมาจากเส้นเขตแดนทั้งสิ้น เพราะหมู่บ้านของประชาชนไทยที่อยู่ตามแนวเขตแดนไม่ได้อยู่บนเส้นเขตแดนหรือรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่พิพาทอยู่แล้ว และส่วนใหญ่จะอยู่ห่างชายแดนลงมาในพื้นที่ที่เป็นเขตประเทศไทยชัดเจน เพราะฉะนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำการอพยพหรือให้ย้ายออกจากพื้นที่ ซึ่งตนเองขอยืนยันในเรื่องนี้ 

พล.ท.วีร์วลิต กล่าวอีกว่า ในฐานะที่เป็นแม่ทัพภาคที่ 2 ขอยืนยันเพื่อให้ประชาชนคนไทยสบายใจได้ว่า จนถึงวันนี้ประเทศไทยไม่ได้มีการสูญเสียประเทศไปให้ทางกัมพูชาแม้แต่ตารางนิ้วเดียว  และทางกองทัพยังคงทำหน้าที่ในการรักษาอธิปไตยของประเทศอย่างเต็มที่ และยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้ประเทศอื่นเข้ามายึดครองแผ่นดินที่เป็นของไทยได้อย่างแน่นอน