อาการหลวงพ่อคูณดีขึ้น

วันที่ 05 ก.ค. 2555 เวลา 11:26 น.
อาการหลวงพ่อคูณดีขึ้น
แพทย์รพ.มหาราชฯ เผย อาการอาพาธหลวงพ่อคูณดีขึ้นตามลำดับ ยัน ต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ หวั่นทรุดหากโรคเก่ากำเริบ

ภายหลังจากที่พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ด้วยอาการสะอึกและมีเสมหะในลำคอ เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งคณะแพทย์ได้ตรวจเช็คร่างกายพบว่าหลวงพ่อคูณมีอาการหลอดลมอักเสบเฉียบพัน  ซึ่งจำวัดพักรักษาตัวที่ห้องพักผู้ป่วยพิเศษ วีไอพี 9821 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 8 โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาอยู่ที่โรงพยาบาลฯ ไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์นั้น  ล่าสุด เวลาประมาณ 09.30 น. ที่ห้องประชุมนครชัยขนส่ง ชั้น 8 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา น.พ.ณรงค์ อภิกุลวณิช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา พร้อมด้วยน.พ.พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ  และคณะแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าอาการหลวงพ่อคูณว่า อาการของหลวงพ่อคูณครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากที่ท่านเคยเป็นวัณโรคปอดมาก่อน ถึงแม้ว่าจะหายดีแล้ว แต่ยังมีผังผืดอยู่ในปอด ซึ่งกลับมากำเริบอีกครั้ง ทำให้มีอาการไอ มีเสมหะ และมีอาการหลอดลมอักเสบเฉียบพลัน ทั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติของผู้ที่เคยเป็นโรคถุงลมโป่งพอง แต่เนื่องจากว่าหลวงพ่อคูณมีอายุมากถึง 88 ปีแล้ว จึงออกอาการมากกว่าคนอายุน้อย แต่ทั้งนี้ภายหลังจากที่แพทย์ให้การรักษาด้วยการให้ยาปฏิชีวนะ ยาละลายเสมหะ ยาขยายหลอดลม และรักษาแบบประคับประคอง ปรากฏว่าอาการของหลวงพ่อคูณดีขึ้น เสมหะลดลง ซึ่งคณะแพทย์ให้ความเห็นว่า ภายใน 48 ชั่วโมง หากไม่มีไข้และอาการโดยรวมดีขึ้นตามลำดับ น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีจะได้กลับไปรักษาตัวต่อที่วัดบ้านไร่ โดยคาดว่าทางโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จะดูแลอาการสักระยะประมาณ 1 สัปดาห์ จึงจะอนุญาตให้กลับวัดบ้านไร่ได้ และหลังจากนั้นขอความร่วมมือประชาชนงดการเยี่ยมอาการอาพาธ เพื่อให้ท่านได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ นายแพทย์ณรงค์ฯ กล่าว

 ต่อมาน.พ.พินิศจัย นาคพันธ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด และแพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ ได้นำคณะแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เข้าตรวจอาการอาพาธของหลวงพ่อคูณ พบว่าวันนี้(5ก.ค.55)หลวงพ่อคูณมีการตอบสนองปกติ และมีสีหน้าสดชื่นกว่าเมื่อวาน(4ก.ค.55) และจากการตรวจอย่างละเอียด พบว่าระดับความดันปกติวัดได้ที่ 145/55, อุณหภูมิร่างกาย 36.8 องศาเซลเซียส ,ระดับการเต้นของหัวใจ 68 ครั้งต่อนาที ,ระดับการหายใจ 20 ครั้งต่อนาที และมีน้ำหนักตัว 45 กิโลกรัม แต่หลวงพ่อคูณยังคงมีสภาพร่างกายที่อ่อนเพลียเล็กน้อย ทั้งนี้คณะแพทย์ก็ยังให้งดเยี่ยมอาการอาพาธของหลวงพ่อคูณโดยเด็ดขาดเพื่อต้องการให้หลวงพ่อคูรมได้พักผ่อนให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายและเพื่อเป็นการป้องกันการติดเชื้อซ้ำซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ