จอมนางข้าวหมูทอด “เจ๊จง” ทัพหลังทีมแพทย์รบไวรัส Covid-19

วันที่ 25 มี.ค. 2563 เวลา 19:05 น.
จอมนางข้าวหมูทอด “เจ๊จง” ทัพหลังทีมแพทย์รบไวรัส Covid-19
“เราจะเดินเอาตัวรอดไปคนเดียวมันไม่ใช่” เปิดใจ “จงใจ กิจแสวง” เจ้าของร้านหมูทอดชื่อดังอาสาทำข้าวกล่องส่งบุคลากรแพทย์สถาบันบำราศนราดูรกับโรงพยาบาลราชวิถี วันละ 1,200 กล่อง เป็นกำลังใจทีมแพทย์ในการปฏิบัติหน้าที่

เรื่อง : วิรวินท์ ศรีโหมด เรียบเรียง : รัชพล ธนศุทธิสกุล

ภาพ : สมชาย ลักษณมณี,ปัณณธร แจ้งประโคน

“จงใจ กิจแสวง” หรือ “เจ๊จง” ในแวดวงคนทำอาหารไม่มีใครที่ไม่รู้จัก เพราะตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาทั้งชื่อเสียงและคุณภาพอาหารเป็นตัวการันตรีเป็นอย่างดีให้ชื่อหมูทอดย่านพระราม 4 เป็นที่รู้จัก

แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ใครๆ ต่างพูดถึงเธอในเวลาต่อมาและ ณ เวลานี้ คือการเป็นโรงครัวจิตอาสาช่วยเหลือสังคมที่เกิดวิกฤต ล่าสุดอาสาทำข้าวกล่องส่งบุคลากรแพทย์สถาบันบำราศนราดูรและโรงพยาบาลราชวิถี เพื่อเป็นกำลังใจทีมแพทย์ในการปฏิบัติหน้าที่สู้ไวรัสโควิด-19 ที่กำลังระบาดในเมืองไทย

และนี่ก็คือเรื่องราวดีๆ ที่ช่วยจรรโลงสังคมอันน่าชื่นชม

จุดประกายไฟแห่งการช่วยเหลือ

จุดเริ่มต้นของการทำอาหารเสิร์ฟมื้อเช้าและมื้อบ่ายให้กับทีมแพทย์สู้โควิด-19 ที่สถาบันบําราศนราดูรและโรงพยาบาลศิริ เกิดมาจาก ดร.ศิริกุล เลากัยกุล ซึ่งผู้ใหญ่ที่เคารพของเจ๊จงชักชวน หลังจากที่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้ก่อตั้งโครงการ ‘Chefs For Chance’ ที่เป็นการร่วมตัวของบรรดาเชฟทำอาหารเมืองไทยไปสอนอาชีพให้กับนักโทษในเรือนจำ เพื่อให้วันหนึ่งที่ออกมาจากเรือนจำแล้วจะได้มีอาชีพ

“พอผ่านมาไม่เท่าไหร่ เกิดวิกฤตโควิด-19 พี่หนุ่มดร.ศิริกุล โทรมาถามว่าพอจะทำข้าวกล้องไปช่วยคุณหมอและพยาบาลที่โรงพยาบาลไหวไหมค่าใช้จ่ายหลายหมื่นบาท ทันทีที่ได้ยินก็ตอบตกลงเพราะคิดว่าถ้าเราลุกขึ้นมาเป็นแบบอย่างสักคนหนึ่ง เชื่อว่ามีคนไทยอีกเยอะมากที่อยากจะร่วมสมทบทุน ขอเพียงแค่ให้เรากล้าลุกขึ้นมา”

เพราะบางคนไม่รู้จะเริ่มยังไง? จะเริ่มไปให้ความช่วยเหลือที่ไหน? แต่จากประสบการณ์จิตอาสาก่อนหน้านี้ในหลายๆ ครั้ง ตั้งแต่ครั้งแรกที่นายหลวงร.9 ทรงพระประชวรที่โรงพยาบาลศิริราช, น้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯ ปีพ.ศ.2554 และในปีพ.ศ.2560 งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพนายหลวงร.9 ณ ท้องสนามหลวง ทำให้เจ๊จงลุกขึ้นมาเพื่อเป็นตัวแทนพี่น้องคนไทยใจดีเหล่านี้

“มีหลายคนที่อยากทำจริงๆ อย่างที่เราเชื่อ เพราะวันแรก 24 มี.ค. ช่วยกนท่วมทนมากทั้งทักเข้ามา โทรเข้ามาหาทั้งๆ ที่ยังไม่ได้โพสต์หมายเลขบัญชีลงไปเลยพอเราลุกมาทำ หรืออย่างพี่วินมอเตอร์ไซค์ที่มาช่วยตั้งแต่สมัยน้ำท่วม เขาขับมาหาให้เงิน1,000 บาทร่วมสมทบแล้วเขาก็น้ำตาไหล

“ตรงนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่เราก็อยากให้หลายๆ คนช่วยกันจับมือกัน ทุกวิกฤตเราต้องลุกขึ้นมาช่วยเหลือกัน เพราะคนเราจะเดินเอาตัวรอดไปคนเดียวมันไม่ใช่ เราต้องจับมือแล้วเดินไปด้วยกัน”

ภารกิจทัพหลังทีมแพทย์รบ Covid-19

‘เหนื่อยแต่สุขใจ’

หลังจากวางใจช่วยเหลือแม้จะมีอาการป่วยจากโรคหมอนรองกระดูก แต่เจ๊จงก็เต็มที่ช่วยเหลือเป็นทัพหลังทีมแพทย์และพยาบาลร่วมด้วยช่วยสู้รบเชื้อไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงหัวเช้าตี 4 มาเปิดร้านทำและคอยควบคุมพนักงานในร้านเพื่อให้จัดข้าวกล่องทั้งหมด 1,200 กล่อง ได้ทันเวลาในช่วงมื้อเช้าเวลา 9.00น. และในช่วงบ่ายเวลา 14.00น.

“ถามว่าเหนือยไหม เหนื่อยมาก แต่ในความเหนื่อยหนักเรามีความสุข มีความสุขที่ได้ทำ”

เจ๊จงที่จากปกติตื่นสายที่สุด แต่ตอนนี้ตื่นตี4 ลงมาสั่งงานว่าวันนี้ทำอะไรบ้าง เพราะจะทำแต่เมนูเดียวไม่ได้ หมูทอดอย่างเดียวทานก็อาจจะเบื่อ ในทุกวันๆ จึงมีการทำเมนูอื่นๆ ใหม่ๆ เช่น ปีกไก่ทอดน้ำปลา เมนูกุ้งจ๋า ฯลฯ หลังสั่งของทำช่วยเหลือล็อตใหม่ในตอนเย็น

“คิดจัดทำเมนูใหม่กับลูกว่าพรุ่งนี้จะทำอะไรดีให้คุณหมอและพยาบาล เนื่องจากเวลาที่เราแจกของ เราอยากให้คนรับของเรากินแล้วรู้สึกดีกับสิ่งที่เขารับกับเราไป” เธอกล่าว

และนอกจากเมนูอาหารที่เปลี่ยนใหม่ที่แสดงให้เห็นถึงจิตใจอาสาอันเต็มเปี่ยม ลึกลงไปเจ๊จงยังคำนึงถึงความสะอาดและหลักอนามัยทุกขั้นตอนที่ผลิตบุคลากรพนักงานสวมใส่หน้ากากอนามัย ถุงมืออนามัย แถมยังคัดสรรแต่วัตถุดิบที่ดีในจำนวนปริมาณอาหารที่อิ่มท้องมากกว่าตอนที่ทำขายลูกค้าเสียอีก

“ไข่ต้มตัด 6 ชิ้นขาย สั่งลูกน้องตัดไข่ต้มใบหนึ่ง 4 ส่วนใส่เมนูให้ทีมแพทย์ จะสั่งเนื้อหมูโทรไปคุยกับเจ้าของขอแบบวีไอพี ไม่ดีไม่ได้ เพราะหมอและพยาบาลถ้าทานแล้วเกิดปัญหาก็จะยิ่งพากันแย่ลงไป ก็เลยต้องให้ดีที่สุด เพื่อเป็นกำลังใจให้เขา ให้คนที่ได้กินมีความสุข จะได้มีกำลังลุกขึ้นมาช่วยเหลือคนไข้สู้กับโรคโควิด-19”

สร้างภาพดี ใครจะว่าก็ช่าง!

“เราอยากจะทำดีไม่ต้องกลัวและไม่ต้องกลัวใครจะมาหาว่าเราสร้างภาพ ถ้าเราสร้างภาพแล้วมันออกมาดีเราก็ทำ มันเป็นความสุข จริงๆ ความสุขมันสำคัญที่สดยิ่งกว่าดเงินที่เราแสวงหาอีก” เจ๊จงเผยความรู้สึกในการเป็นแม่ครัวช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ต้านโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดในเมืองไทย

“มีหลายๆ คนไม่กล้าที่จะลุกขึ้นมาทำกลัวคนว่า ลุกขึ้นมาในสถานการณ์แบบนี้ วิกฤตแบบนี้กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ อย่างเมื่อวานนี้มีน้องผู้หญิงคนหนี่งโทรมาร้องไห้ เขาไม่ได้ต้องการอะไรเลย แค่อยากได้ยินเสียงเรา เราก็คุยๆ กับเขาจนเขาหัวเราะได้

“เราร่วมช่วยกันทำได้ อย่างที่บอกไปทุกวิกฤตเราต้องลุกขึ้นมาช่วยเหลือกัน เพราะคนเราจะเดินเอาตัวรอดไปคนเดียวมันไม่ใช่ เราต้องจับมือแล้วเดินไปด้วยกัน”

และสำหรับใครที่อยากร่วมด้วยช่วยกันช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์สู้กับภัยเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ 2 ช่องทาง 1.เดิมทางมาหาที่ร้านหมูทอดเจ๊จงสาขาพระราม 4 2.สมทบทุนผ่านบัญชีเจ๊จงที่เพจเฟซบุ๊กหมูทอดเจ๊จงสาขาพระราม 4 เพื่อป้องกันมิจฉาชีพฉวยโอกาส โดยเงินของทุกคนที่ร่วมสบทบทุนในส่วนดังกล่าว หากคงเหลือจากการทำข้าวให้ทีมแพทย์และพยาบาล จะถูกนำไปช่วยเหลือพี่น้องคนไทยที่ป่วยโรคโควิด-19 ทุกบาททุกสตางค์

“ฝากทิ้งท้ายอีกโครงการหนึ่ง ในช่วงโรคโควิด-19ระบาด พี่ๆ น้องๆ พ่อค้าแม่ค้าที่ขายของไม่ได้ แพ็คอาหารใส่กล่องสามารถมาฝากขายที่หน้าร้านได้โดยที่ไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เรายินดีช่วยเหลือคะ”

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต