"ป้าเจี๊ยบ Longboard" จากผู้ป่วยมะเร็งสู่นักกีฬาเอ็กซ์ตรีมทีมชาติไทย

วันที่ 29 ก.ค. 2562 เวลา 16:08 น.
"ป้าเจี๊ยบ Longboard" จากผู้ป่วยมะเร็งสู่นักกีฬาเอ็กซ์ตรีมทีมชาติไทย
จากผู้ป่วยมะเร็งมาเป็นนักกีฬาเอ็กซ์ตรีมทีมชาติไทย เปิดใจ "ป้าเจี๊ยบ-นงลักษณ์ ชัยฤทธิไชย" หญิงผู้เริ่มเล่น Longboard ในวัยใกล้ 60 จนก้าวขึ้นมาเป็นตัวแทนประเทศไปแข่งกีฬาซีเกมส์  

*********************

โดย...รัชพล ธนศุทธิสกุล

“ป้าเจี๊ยบ-นงลักษณ์ ชัยฤทธิไชย” หรือคุณแม่ของนักร้องนำแห่งวงมิราคูลัส “ดี้-โสธีระ ชัยฤทธิไชย” อาจมีเพียงแฟนคลับดนตรีหรือคนในกลุ่มรู้จัก แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นภาพคุณป้าผมสีดอกเลาวัย 62 ปี สวมชุดเซฟตี้ สวมหมวกกันน็อคใส่ถุงมือ ถือสเก็ตบอร์ดคู่ใจไถลงจากเนินเขาจ.แพร่ (สถานที่เก็บตัว) อาจเป็นภาพที่หลายคนเคยเห็นผ่านตาผ่านสังคมออนไลน์

ปัจจุบัน ป้าเจี๊ยบ คือ นักกีฬาเอ็กซ์ตรีมประเภท ลองบอร์ด (longboard) ทีมชาติไทยที่เตรียมจะไปสู้ศึกซีเกมส์ที่ ฟิลิปปินส์ ในช่วงปลายปีนี้

กว่าจะมาถึงวันนี้ เธอต้องต่อสู้กับโรคร้ายอย่างมะเร็งเต้านม เอาชนะคำปรามาสเรื่องอายุและความชราเพื่อยืนยันในการเล่นสิ่งที่รักอย่างลองบอร์ด ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นตัวแทนประเทศได้ในที่สุด

นี่คือคือเรื่องราวของ "แม่เจี๊ยบ"  และ "ป้าเจี๊ยบ" หรือ "พี่เจี๊ยบ" ที่น่าจะสร้างแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนลุกขึ้นมาทำสิ่งที่ฝันได้เป็นอย่างดี

กลัวเท่ากับ ‘คนตาย’ ที่ยังหายใจ

“กลัวก็เท่ากับว่าเราตายไปแล้ว คือคำว่ามะเร็งทุกคนคิดว่าเป็นมะเร็งแล้วตาย แต่เราคิดอีกทางหนึ่ง มะเร็งมันก็อะไรสักอย่างที่มาอาศัยเรา ถ้าเราตายเขาตายด้วย อย่างนั้นถ้าเราไม่ตาย เขาจะตายไม่ตายเราไม่รู้ แต่เรายังอยู่ได้” ป้าเจี๊ยบเปิดฉากสนทนาถึงเส้นทางชีวิต

เธอเล่าว่า รู้จักกีฬาเอ็กซ์ตรีมตั้งแต่สมัยวัย 7-8 ขวบ โดยพี่ชายนักดนตรีที่เดินทางจากบ้านมาเรียนต่อกรุงเทพฯ เมื่อถึงช่วงโรงเรียนปิดเทอมเธอก็มักจะขึ้นมาเที่ยวและได้มีโอกาสตามพี่ชายไปเล่นดนตรีที่โคลีเซียม ที่นี้ทำให้เท้าของเด็กผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งโลดแล่นไปกับล้อของ ‘โรลเลอร์เบลด’ 

“ตั้งแต่เด็กๆ เป็นคนเล่นอะไรดื้อๆ มันอาจจะเป็นดีเอ็นเอเด็กต่างจังหวัด เล่นตามเพื่อน มีหัวโจก รุ่นพี่ชวนกันปั่นจักรยานไปเล่นน้ำลำตะคอง  พากันไปขึ้นเขาเป็นปกติ แต่มีปิดเทอมภาคเรียนขึ้นกรุงเทพฯ ไปหาพี่ชายที่มาเรียน และเขาไปเล่นดนตรีที่โคลีเซียม เราตามไปด้วยก็ไปเห็นโรลเลอร์เบลด มันดูน่าสนุกมากก็ขอเขาเล่น ทีนี้พอเปิดเทอมกลับไปบ้านก็ได้กลับไปคู่หนึ่ง เล่นไถ่ไปไถ่มา สักพักเราเล่นได้ทีละคน เพื่อนมาเล่นเราก็ต้องนั่งดู มันก็ไม่สนุก พอพังก็เลิกไป”

ป้าเจี๊ยบจบด้านอักษรศาสตร์ภาคพิเศษจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เติบโตเป็นพนักงานด้านการโรงแรม ก่อนจะมาเปิดบริษัททัวร์นำเที่ยวชาวต่างชาติเป็นของตัวเอง และสร้างครอบครัวจนมีลูกๆ 2 คน

“ไม่ได้เล่นอีกเลยตั้งแต่นั้น จะมีไปเล่นไอซ์สเก็ตบ้างสมัยสาวๆ  เล่นเอาสนุก จนมีลูก “ดี้-โสธีระ ชัยฤทธิไชย” นักร้องนำวงมิราคูลัส ก็คิดว่ากีฬาประเภทนี้มันสนุกดี ยิ่งมีเปิดให้เล่นในสถานที่ไม่ใช่ถนนแบบเด็กที่เราเล่นมันก็น่าจะปลอดภัย เราพาลูกไปเล่นเลยและสักพักพี่ชายก็ส่งสเก็ตบอร์ดจากอเมริกามาให้ก็พาเขาไปเล่นที่สวนสาธารณะแถวบ้านที่บางกะปิ ลูกเขาก็เล่นโดยที่เราเดินตามเขา จนเขา 3-4 ขวบ เราก็ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม”

โลกทั้งใบที่เคยกว้างแคบลงเหลือเพียงรั้วบ้าน ทิ้งงานและอดีตคนสนุกสนานชอบท่องเที่ยว ด้วยเหตุผลของโรคมะเร็งที่ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ การออกไปสถานที่นอกบ้านพัก เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคโดยง่าย จึงต้องยุติกิจกรรมทั้งหมดถึง 2 ปี 

“เบื่อมากในระหว่างที่รักษามะเร็งอยากจะออกไปจากบ้าน ซึ่งพอเรามีพละกำลังออกไปได้ก็ตามลูกไปเล่นสเก็ตบอร์ดในสวนสาธารณะ เราก็ออกไปเดินเป็นเพื่อนเขา เดินๆ ไป หลายครั้งเราเบื่ออีก พอเขาพักเราก็เลยลองหยิบสเก็ตบอร์ดมาไถเล่นบ้าง ปรากฏว่ามันสนุกดีกว่าเดินตั้งเยอะ ไถ 1 ทีเหมือนเดิน 10 ก้าว”   

“ก็บอกลูกเลยว่าสอนแม่เล่นทีซิ” ตั้งแต่วันนั้นสุขภาพขอป้าเจี๊ยบที่เคยอ่อนแรงเหมือนใบสีไม้เข้มปลายกิ่งรอวันแห้ง ค่อยๆ กลับมาแข็งแรงสะพรั่งอย่างดอกแรกแย้มอีกครั้ง

“คือนอกจากมันสนุก สุขภาพมันก็ดีด้วยอย่างที่เขาบอกแค่ขยับก็เท่ากับออกกำลังกาย แต่การเล่นลองบอร์ดร่างกายมันได้ขยับในทุกส่วน ไม่ใช่แค่ใช้เท้าหนึ่งขึ้นไปยืนแล้วเอาเท้าหนึ่งไถ แต่เราต้องทั้งทรงตัวบนกระดาน เจอโค้งก็ต้องเอี้ยวตัวเลี้ยว เอามือราพื้นเพื่อควบคุมความเร็ว และการจะทำความเร็วเราก็ต้องย่อตัวและเกร็งกล้ามเนื้ออีก ผลลัพธ์คือหัวใจมันได้ทำงาน พอหัวใจมันทำงานทุกอย่างมันก็ดี  แรกๆ ก็แค่เคล็ดขัดยอก แต่ตอนนี้ 6-7 ปี ไม่มีอาการป่วยโรคอะไรอีกเลย มะเร็งหาย เบาหวาน ความดัน โรคคนแก่ไม่มี”

วันนี้มีแต่ "คุณป้า" สุดเฟี้ยวและนักกีฬาทีมชาติวัยเก๋า 

นอกจากสุขภาพที่กลับมาแข็งแรง ล้อของกระดานบอร์ดได้ขยี้ลบความเชื่อที่ว่า “แก่แล้วก็ควรอยู่ส่วนแก่” โดยป้าเจี๊ยบได้กลายมาเป็นหนึ่งในบุคคลวัย 62 ปี ที่วัยรุ่นเคารพและนับถือในความเฟี้ยวคนหนึ่งในเมืองไทย 

“พอเล่นไปสักพักมันก็หลงรัก เราก็ไปเล่นกับลูกทุกที่ ชวนกันกลับบ้านไปเล่นที่ปากช่องที่ภูมิประเทศเหมาะบ้าง ไม่ก็พากันไปเล่นที่สะพานพระประแดงยังสร้างไม่เสร็จ ขึ้นกันไปแล้วก็ไถลองบอร์ดลงมา ช่วงปีประมาณปี พ.ศ. 2556 บ้านเราได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน world skateboard ให้นักเล่นมาเล่นสเก็ตบอร์ดกันในเมืองเยอะๆ เราก็ไปไถจากสวนรมณีนาถไปพระราม 8  คนก็แปลกใจป้าแก่มากแล้วป้ามาไถกับเขาที่อายุเฉลี่ยอยู่ 30 ปีลงมาทั้งนั้น เขาก็ชมบอกว่าป้าเฟี้ยว”

ป้าเจี๊ยบเผยด้วยว่า มีบ้างที่คนใกล้ชิดต่างห้ามปรามด้วยความหวังดีในสุขภาพ

“เขาบอกว่ารุ่นนี้อะไหล่ไม่มีเปลี่ยนแล้วนะทั้งเพื่อนทั้งคุณแม่ เราเข้าใจทุกคนเตือนเพราะหวังดี แต่เรามองอีกมุมจากที่เราสัมผัสมันไม่ใช่ จริงๆ จักรยานอันตรายเท่ากันเพียงคนนิยมมากกว่าก็เลยชินตา สเก็ตบอร์ดมีคนเล่นน้อยภาพมันก็เลยเป็นมายเซ็ตว่าอันตราย จริงๆ เรื่องอันตรายมีทุกที่ อยู่บ้านนอนตกเตียงก็อันตราย  มีคนเป็นอัมพาตเพราะการนอนตกเตียงก็มี  มะเร็งที่อยู่ๆ เรายังเป็นได้ เราคิดแค่นั้น คิดว่าทำอะไรก็ได้ที่เรามีความสุข ดีที่สุด เราก็เลยไม่ค่อยไปกังวลกับคำพูดที่ว่าแก่แล้วอย่าเล่นเลย”

“จากที่เล่นไปเอาสนุกและร่างกายแข็งแรงแถมยังได้ใช้ชีวิตกับลูก เสน่ห์อีกอย่างของลองบอร์ดคือเราต้องไปเล่นบนเขา เราได้วิวทิวทัศน์ที่สวยงามเราได้อากาศที่ดี ได้เที่ยวพักผ่อนไปในตัว และก็ไปมีกิจกรรมร่วมกันกับเพื่อนๆ ต่างวัย ที่มีความรักความชื่นชอบในสิ่งเดียวกัน ออกทริปกลุ่มต่างๆ อย่าง จ.ชัยภูมิ จ.เพชรบูรณ์ จ.เชียงใหม่ พากันกางเต้นท์ มันก็กลายเป็นความชอบและรัก ต่อมาเกิดความชำนาญ พอซีเกมส์ที่ประเทศฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพซีเกมส์ปีนี้ประกาศบรรจุกีฬาลองบอร์ดประเภทดาวน์ฮิลล์เป็นครั้งแรกในกีฬานานาชาติ ทางสมาคมกีฬาเอ็กซ์ตรีมเลยประกาศหานักกีฬา” 

การประกาศคัดตัวเมื่อวันที่  20 เมษายนที่ผ่านมา จากผู้ลงสมัครประมาณ 30 คน ซึ่งป้าเจี๊ยบติด 1 ใน 3 ทัพนักกีฬาหญิงตัวแทนประเทศไทยเข้าแข่งขันประลองความเร็วในการดิ่งลองบอร์ดจากยอดภูเขาในระยะทาง 2-3 กิโลเมตรตามหลักกติกาสากลเพื่อมายังเส้นชัยด้วยระยะเวลาที่น้อยที่สุด ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 30 ช่วงวันที่ 30 พ.ย.-11 ธ.ค. 2562 นี้

“เราก็เริ่มจากตรงนั้นเราไม่ได้มีเป้าหมายว่าเราจะต้องมาให้ถึงวันนี้ แต่เราก็จะทำให้เต็มที่แม้ว่าทางเจ้าภาพเขาจะได้เปรียบที่กีฬาลองบอร์ดเข้ามาประเทศเข้าก่อนเรา ขณะที่บ้านเราเพิ่งจะเล่นกันราวๆ 10 ปี” ป้าเจี๊ยบกล่าวด้วยรอยยิ้มเต็มดวงหน้าพร้อมกับคำสัญญาว่าจะทำเต็มที่ในศึกครั้งนี้เพื่อนำชัยชนะฝากพี่น้องชาวไทย 

‘คำตอบ’ ของชะตาถูกกำหนดจากวันนี้

เบื้องลึกของความสามารถทั้งหมดทั้งมวลของป้าเจี๊ยบ เกิดขึ้นได้เพราะ "ทัศนคติ" ในการดำเนินชีวิตที่ผลักดันให้มาถึงวันนี้

“จริงๆ เราเจ๋งได้ทุกอายุ อยู่ที่จะกล้าทำให้มันเกิดขึ้นหรือไม่ ความเจ๋งมันไม่จำกัดอายุ แต่เราไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมสังคมถึงไปจำกัดว่าคนกลุ่มนี้เป็นวัยรุ่น วัยชรา วัยผู้ใหญ่ ซึ่งจริงๆ แล้วมันรวมกันได้ คนแก่ยังอยู่กับเด็กเล็กๆ เลี้ยงหลานได้เลย แต่ทีนี้วัยรุ่นมีชีวิตที่อยู่นอกบ้านเยอะ คนแก่ชีวิตอยู่แต่ในบ้าน ถ้าเราออกไปนอกบ้านอย่างสยามเราก็เจอวัยรุ่น เราไปเดินปะปนกับเขา เขาไม่ได้มองเราด้วยซ้ำว่าเป็นคนแก่ที่มาเดินปนกับเขา”

ป้าเจี๊ยบบอกต่ออีกว่า “แค่อิสระ ชีวิตเป็นอิสระ” คือสิ่งที่จะปลดล็อคทุกๆ อย่างในชีวิต ทั้งคนต่างวัยที่เป็นเพื่อนกันได้โดยที่คนพูดกันมานมนานว่ามันไม่มีทางเข้ากันได้ การเข้าใจวัยรุ่น การมีเพื่อนต่างวัยที่ห่างกันกว่าครึ่งอายุอย่างเธอ

“ชีวิตเราไม่รู้วันพรุ่งนี้จะเป็นยังไง ก็ทำวันนี้ให้ดีที่สุดให้เรามีความสุขมากที่สุด” เธอย้ำ

“ปล่อยชีวิตให้มันทำเท่าที่ใจอยากจะทำ ทำเท่าที่เรามีความสุข ชีวิตคนบางคนยังไม่ได้ทำเลยมีความทุกข์ไปแล้ว เพราะกลัว  พอกลัวไปแล้วเราก็จะไม่ลงมือทำ  แต่เราไม่กลัว ป้ามีแฮชแท็กประจำตัวว่า เฟี้ยว เฟี้ยว ไม่ต้องเดี๋ยวก่อน คือเราคิดว่าไอ้นี้น่าทำ ทำเลย แล้วเราจะได้คำตอบว่าไอ้ที่เราคิดว่ามันน่ากลัว มันอย่างนั้นหรือไม่ ทีนี้ก็อยู่ที่คุณ คำตอบของคุณคืออะไร” 

ภาพประกอบ : JeabSae Chairidchai Miraculous Ninety-Nine และZazuSk8 Bangkok Longboard Bar แผ่นลองบอร์ด