"บิ๊กอู๊ด"สวมชุดพีพีอีตรวจห้องกักตม.กาญจน์ วางมาตรการคุมโควิดต่างด้าว

วันที่ 05 ส.ค. 2564 เวลา 15:40 น.
"บิ๊กอู๊ด"สวมชุดพีพีอีตรวจห้องกักตม.กาญจน์ วางมาตรการคุมโควิดต่างด้าว
ผบ.ตร.สั่ง“บิ๊กอู๊ด”ลงพื้นที่กาญจน์ หลังข่าวต่างด้าวทะลักเข้าไทยหนีโควิด ให้ประสานหน่วยชายแดนส่งกลับทันทีจับขบวนการนำพาต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) เดินทางไปที่จ.กาญบุรีหลังได้รับคำสั่งจากพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.เพราะเกิดกระแสข่าวว่าชาวเมียนม่าจะหลบหนีการติดเชื้อโควิด-19 ที่มีการระบาดหนักในประเทศเข้ามายังชายแดนไทยด้านตะวันตก

พล.ต.ท.สมพงษ์ เปิดเผยว่า ได้เรียกประชุมและวางมาตรการป้องกันการทะลักเข้าประเทศของชาวเมียนม่า หนีเข้าเมือง เพราะในสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ก็เหมือนกับภาวะสงคราม เป็นที่ทราบดีว่าชาวเมียนม่าก็พยายามเข้ามาหลบภัยในเมืองไทยผ่านทางช่องทางธรรมชาติ และบางส่วนก็ติดเอาเชื้อไวรัสเข้ามาด้วย ดังนั้นจึงร่วมกับหน่วยงานชายแดนทั้งปกครอง ทหาร ตำรวจ จนท.เมียนม่า ร่วมกันประสานส่งกลับคนต่างด้าวให้กลับประเทศ เพราะสตม. และจังหวัดไม่สามารถนำมากักตัวในสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ได้แล้วเนื่องจากจำนวนที่พักและสถานกักกันโรคมีไม่เพียงพอ

“ถึงเวลาที่แต่ละหน่วยต้องเอาความจริงมาคุยกันและต้องทำงานเป็นทีมเวิร์ค ตนเห็นด้วยกับฝ่ายปกครองที่มีแนวทางเป็นแนวทางเดียวกันคือการประสานประเทศเพื่อนบ้านเพื่อส่งคนต่างด้าวกลับประเทศ เพื่อป้องกันการระบาดในไทย” พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าว

มีรายงานด้วยว่า ในที่ประชุมทุกฝ่ายทั้ง สตม. ฝ่ายปกครอง ทหาร และแพทย์ ได้ข้อสรุปไปในทิศทางเดียวกันว่า เจ้าหน้าที่ชายแดนหากพบเห็นการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองก็ให้ดำเนินการประสานหน่วยงานชายแดนเมียนม่าส่งคนต่างด้าวกลับออกนอกประเทศทันที อย่างไรก็ตามหากพบว่ามีผู้นำพาโดยผิดกฎหมายให้ดำเนินการจับกุมเฉพาะผู้นำพานั้นมาดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดทันที ส่วนผู้ที่ลักลอบเข้าเมืองมาก็ให้ประสานส่งกลับไปทางเดิม เพื่อเป็นมาตรการสูงสุดในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

สำหรับสถานการณ์ในห้องกักของ ตม.จังหวัดกาญจนบุรี พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่า เบื้องต้นพบว่ามีผู้ที่ติดเชื้อ 34 คน โดยแยกตัวออกจากผู้ต้องกักคนอื่นๆที่มีอยู่รวมกว่า 300 คนแล้ว และได้มีการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามขึ้นที่ห้องกัก โดยประสานกับแพทย์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้แล้ว เพราะผู้ป่วยไม่มีอาการหนัก ขอประชาชนอย่าตกใจเพราะผู้ติดเชื้อนั้นอยู่ในห้องกักที่มีมาตรการป้องกันอย่างรัดกุมระดับสากล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.สมพงษ์ ได้เข้าไปตรวจภายในห้องกัก ตม.จังหวัดกาญจนบุรี ด้วยตนเอง โดยมีการสวมชุดพีพีอีและอุปกรณ์ป้องกันอย่างมิดชิด ร่วมกับแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในส่วนของห้องกักตัวคนต่างด้าวด้วย

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 3 (ผบก.ตม.3 ฝ) เซ็นคำสั่งกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 ลงวันที่ 31 กรกฎาคม ใจความว่า ด้วยปรากฏข้อมูลข่าวสารทางสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2564 ว่าตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดกาญจนบุรี มีข้าราชการตำรวจและบุคลากรในสังกัด รวมถึงผู้ต้องกักในความรับผิดชอบ ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ประกอบกับอาจจะมีการปล่อยปละละ เลย ขาดการควบคุม กำกับดูแลเอาใจใส่ รวมถึงช่วยเหลือ ผู้ใต้บังคับบัญชาจึงให้ พ.ต.อ.จักษ์ ยังให้ผล ผกก.ตม.จว.กาญจนบุรี ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 โดยให้ขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเดิม และให้ พ.ต.อ.หฤษฎ์ เอกอุรุ รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 รักษาราชการแทน ผกก.ตม.จว.กาญจนบุรี ตั้งแต่ 31 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ สตม. ได้เผยแพร่เอกสารข่าวชี้แจงตามที่ปรากฏข่าวตามสื่อออนไลน์ กรณี ตม.จว.กาญจนบุรี รับ 4 ต่างด้าว โดยไม่ผ่านจุดคัดกรองโรค ทำให้มีผู้ต้องกักอื่นติดเชื้อโควิด-19 นั้น สตม. ขอย้ำว่า คนต่างด้าวทั้ง 4 ราย ผ่านจุดคัดกรองโรคและมีใบรับรองผลการตรวจว่าไม่พบเชื้อ ต่อมาพบว่ามีผู้ต้องกักติดเชื้อ จึงได้แยกตัวผู้ต้องกักที่ติดเชื้อไปยังห้องแยกจากผู้ต้องกักอื่น เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ และ ตม.จว.กาญจนบุรี ได้ประสานไปยังโรงพยาบาลให้มาตรวจหาเชื้อผู้ต้องกักทั้งหมด พบว่ามีผู้ติดเชื้อ 34 ราย ซึ่งทางสตม. ได้ตั้ง รพ.สนาม โดยนำบุคลากรที่มีความรู้และประสบการณ์จากการจัดตั้ง รพ.สนามที่ อ.สะเดา จว.สงขลาและ รพ.สนามของ สตม. ที่โรงยิม สโมสรตำรวจ มาร่วมดำเนินการจัดตั้งเพื่อรองรับผู้ที่ติดเชื้อต่อไป