คดีสวมสิทธิวัคซีนโควิด11ยูสเซอร์ให้การปฎิเสธ

วันที่ 31 ก.ค. 2564 เวลา 16:30 น.
คดีสวมสิทธิวัคซีนโควิด11ยูสเซอร์ให้การปฎิเสธ
“บิ๊กต่อ” ตั้งชุดทำงานคลี่คลายปมสวมสิทธิวัคซีนโควิด รองผบช.ก. เป็นหัวหน้า ไล่สอบเรียงตัว 11 ยูสเซอร์ เบื้องต้นให้การปฎิเสธ

จากกรณีเจ้าหน้าที่กรมการแพทย์จับทุจริตผู้ที่เข้ามารับบริการฉีดวัคซีนที่สถานีกลางบางซื่อ เขตจตุจักร กทม. หลังพบว่ามีบุคคลทุจริตระบบผ่าน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และเข้าร่วมลงทะเบียนบุคคลให้เข้ามารับวัคซีนนำโควตาไปขายสิทธิ์ โดยเบื้องต้นพบว่ามีความผิดปกติใน 11 ยูสเซอร์นั้น

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) กล่าวว่า หลังทราบเรื่องพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางดำเนินการสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดโดยเร็ว ซึ่งขณะนี้ได้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดแล้ว ซึ่งพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง โดย พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ ผู้บังคับการตำรวจรถไฟ (ผบก.รฟ.) ได้ประมวลเรื่องเสนอ บช.ก.พิจารณา ตนเห็นว่าคดีนี้เป็นคดีสำคัญที่ประชาชนและสื่อมวลชนให้ความสนใจ และเพื่อให้การสืบสวนสอบสวนเป็นไปด้วยความรอบคอบ ต่อเนื่อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ จึงได้ลงนามในคำสั่ง156/2564 ลงวันที่ 30 ก.ค. แต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนเพื่อรับผิดชอบสอบสวนคดีดังกล่าว โดยมอบหมายให้ พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น รองผบช.ก. เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน ,พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผู้บังคับการกองปราบปราม ( ผบก.ป.) , พ.ต.อ.มนตรี เทศขัน รองผบก.ป., พ.ต.อ. วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ รองผบก.อก.บช.ก. เป็นรองหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน และพนักงานสืบสวนสอบสวนของบก.รฟ ,กอปงราบฯ และบก.ปอท. 29 คนเป็นคณะทำงาน

แหล่งข่าวระบุว่า ในรายละเอียดคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ได้ระบุพฤติการณ์ของคดีนี้ว่า หลังเกิดเหตุ นางศิริลักษณ์ อุบลเหนือ รองผู้อำนวยการศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางชื่อ ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจรถไฟนพวงศ์ กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจรถไฟ ให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด เนื่องจากการตรวจสอบมีเหตุการณ์ผิดปกติเกี่ยวกับการลงทะเบียนผู้มีสิทธิ์เข้ารับการฉีดวัคชีนของจุดให้บริการ บริเวณประตูหมายเลข 4 ซึ่งอยู่ในความดูแลของบริษัท ทรูคอร์เปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน)

นางศิริลักษณ์ ได้ระบุกับพนักงานสอบสวนว่า เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติ หลังพบว่ามีคิวผู้ใช้บริการมากกว่าปกติ อีกทั้งมีการแจ้งแผ่นพับแนะนำการเดินทางเข้าฉีดวัคซีน ซึ่งโดยปกติจะไม่มีการแจกจ่ายแผ่นพับแต่อย่างใด โดยในแผ่นพับดังกล่าวมีการระบุเนื้อหาว่าต้องเข้าทางประตู 4เท่านั้น ทางศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ จึงได้มีการเรียกผู้เกี่ยวข้องทางบริษัท ทรูคอร์เปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน) มาให้ข้อมูล ทราบว่า ทางบริษัท จะทำการลงทะเบียนให้กับประชาชนหรือบุคคลทั่วไป เฉพาะที่ใช้บริการเครือข่ายมือถือกับบริษัท เท่านั้น โดยในการกรอกข้อมูลการลงทะเบียนจะใช้ Username และ Password ของบริษัท ซึ่งได้มาจากกรมการแพทย์ แต่ปรากฎว่ามีผู้เข้าทำการกรอกข้อมูลผิดปกติในการลงทะเบียน ทั้งหมด 11 Username ซึ่งกรอกข้อมูลนอกเวลาทำการ โดยปกติจะทำการกรอกลงทะเบียนข้อมูลในเวลา 07.00-18.00 น.เท่านั้น และตรวจพบมีการกระทำดังกล่าวตั้งแต่ วันที่ 24-28 กรกฎาคม ซึ่งพบมีข้อมูลผิดปกติเกี่ยวกับผู้ได้รับการฉีดวัคซีนและน่าเชื่อว่ามีการเรียกรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด เพื่อให้ได้รับสิทธิ์การเข้าฉีดวัคซีน เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหายจากการกระทำดังกล่าว

แหล่งข่าวด้วยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยในส่วนของยูสเซอร์ทั้ง 11 ราย ยังคงให้การปฎิเสธ ซึ่งในส่วนนี้ได้มอบหมายให้ทางบก.ปอท. ดำเนินการแกะรอยทางเทคนิคแล้ว