โฆษก สธ. เผยแบบจำลอง ไม่ล็อกดาวน์เข้มข้นอีก 3-4 เดือน ป่วยใหม่เกิน 4 หมื่นต่อวัน ดับ 500 ราย

วันที่ 31 ก.ค. 2564 เวลา 13:24 น.
โฆษก สธ. เผยแบบจำลอง ไม่ล็อกดาวน์เข้มข้นอีก 3-4 เดือน ป่วยใหม่เกิน 4 หมื่นต่อวัน ดับ 500 ราย
โฆษก สธ. ชี้ สถานการณ์โรคโควิด 19 ทั่วโลกกลับมาระบาดรุนแรงขึ้น ส่วนประเทศไทยเริ่มทรงตัว พร้อมเผยแบบจำลอง 3-4 เดือนข้างหน้า ไม่ล็อกดาวน์เข้มข้น ติดเชื้อใหม่เกิน 4 หมื่นต่อวัน เสียชีวิต 500 ราย

เมื่อวันที่ 31 ก.ค 64 นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกรวง (รก.11) และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "โฆษกกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข" ระบุว่า ความจริง …โควิด 19 วันเสาร์ที่ 31 กรกฎาคม 2564…สถานการณ์ มาตรการ การฉีดวัคซีนไฟเซอร์ และเร่งฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยง พื้นที่เสี่ยง

1) สถานการณ์โรคโควิด 19 ทั่วโลกกลับมาระบาดรุนแรงขึ้นอีกครั้ง สถานการณ์ประเทศไทยเริ่มทรงตัว

• มาตรการต่างๆ เพื่อลดการติดเชื้อและเสียชีวิต ต้องดำเนินการอย่างเข้มข้น

• กำกับนโยบายให้ยาฟาวิพิราเวียร์โดยเร็วที่สุด ซึ่ง 2 เดือนจากนี้จะมียาประมาณ 80 ล้านเม็ด จัดส่งไปสำรองที่ภูมิภาค เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยทั้งในโรงพยาบาล และผู้ป่วยที่แยกกักตัวที่บ้านและชุมชน

• หน่วยปฏิบัติการเชิงรุกในชุมชน CCR Team ดูแลรักษาพยาบาล ตรวจคัดกรองด้วย Antigen Test Kit (ATK) ฉีดวัคซีนกลุ่มเปราะบาง

• กทม.ฉีดครอบคลุมแล้ว 61.67% เฉพาะผู้สูงอายุใน กทม.ฉีดแล้ว 70%

• เดือนสิงหาคมที่จะมีวัคซีนอีก 10 ล้านโดส จะปรับการจัดสรรให้ต่างจังหวัดเพิ่มมากขึ้น

2) การคาดการณ์สถานการณ์โรคโควิด 19 โดยใช้แบบจำลองคณิตศาสตร์ SEIR ใน 3-4 เดือนข้างหน้าหากไม่มีการล็อกดาวน์อย่างเข้มข้น …

• ผู้ติดเชื้อรายใหม่อาจเกิน 4 หมื่นรายต่อวัน สูงสุดวันที่ 14 กันยายน 2564 และเสียชีวิตมากกว่า 500 รายต่อวัน

• หากมีมาตรการล็อกดาวน์ โดยผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายรวมถึงประชาชนให้ความร่วมมือกันอย่างเต็มที่ และระยะเวลานานขึ้นจะช่วยลดการติดเชื้อและผู้เสียชีวิตลงได้

• หากการล็อกดาวน์เข้มข้น ร่วมกับการค้นหาผู้ป่วยและฉีดวัคซีนในกลุ่มเสี่ยง จะยิ่งช่วยลดการติดเชื้อและเสียชีวิตลงได้อีก

• มาตรการล็อกดาวน์ในช่วงต้นจะยังไม่เห็นตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงมากนัก แต่จากนั้น 2-4 สัปดาห์จะเห็นผู้ติดเชื้อลดลงชัดเจน โดยจะมีการประเมินเป็นระยะและเสนอ ศบค.พิจารณาต่อไป

3) กระจายวัคซีนเดือนสิงหาคม

• เน้นกลุ่มเสี่ยง 608 คือ

- ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป

- 7 โรคเรื้อรัง

- หญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์

- อสม.

• วัคซีนใช้เพื่อควบคุมการระบาด และในพื้นที่เป้าหมายพิเศษ พื้นที่ท่องเที่ยว

• ใช้สูตร SA คือ ซิโนแวคเข็มแรก เว้น 3 สัปดาห์ฉีดแอสตร้าเซนเนก้าเป็นเข็มที่สอง จะมีภูมิคุ้มกันขึ้นสูงใกล้เคียงแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็ม พบว่ามีความปลอดภัย

- (แอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็ม ต้องใช้เวลาถึง 12 สัปดาห์ในการฉีดเข็มสอง)

4) วัคซีนไฟเซอร์ที่สหรัฐอเมริกาบริจาค 1.5 ล้านโดส

• ขณะนี้อยู่ในคลังอุณหภูมิ -70 องศาเซลเซียส

• หลังผ่านการตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัย

• เริ่มส่งล็อตแรกไปหน่วยบริการวันที่ 5-6 สิงหาคม และเริ่มฉีดให้กลุ่มเป้าหมายได้วันที่ 9 สิงหาคม ประกอบด้วย ….

4.1) บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ดูแลผู้ป่วยโควิด 19 ทั่วประเทศ เป็นเข็มกระตุ้น 7 แสนโดส

4.2) ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรังที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป หญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ใน 13 จังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (กทม. สมุทรปราการ สมุทรสาคร นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม ชลบุรี ฉะเชิงเทรา พระนครศรีอยุธยา สงขลา ปัตตานี ยะลา และ นราธิวาส) 645,000 โดส

4.3) คนต่างชาติในประเทศไทยที่เป็นกลุ่มเสี่ยงเช่นเดียวกับคนไทย รวมถึงคนไทยที่ต้องไปต่างประเทศและจำเป็นต้องฉีดวัคซีน เช่น นักเรียน นักศึกษา 1.5 แสนโดส

4.4) การศึกษาวิจัย ติดตามมาตรการ 5 พันโดส

5) การควบคุมโรคโควิด 19 และการรักษา

• เน้นการตรวจด้วย ATK รู้ผลรวดเร็ว จัดระบบดูแลผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการที่บ้านและชุมชน โดยเชื่อมต่อกับสถานบริการ

• ฉีดวัคซีนให้กลุ่มเปราะบางที่เข้าถึงบริการลำบาก และการให้ยารักษาอย่างรวดเร็วเพื่อลดอาการรุนแรงและเสียชีวิต

• บุคลากรสาธารณสุขในภูมิภาคเข้ามาร่วมทีม CCR Team ระหว่างวันที่ 4-10 สิงหาคมนี้ อย่างน้อย 50 ทีม ทีมละ 10 คน เพื่อทำงานเชิงรุกในชุมชนพื้นที่กทม. ร่วมกับศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. 69 แห่ง ตั้งเป้าหมายตรวจคัดกรองเชิงรุกได้ 4-5 แสนราย คาดว่าจะพบผู้ติดเชื้อนำเข้าสู่ระบบการรักษาได้อย่างน้อย 7-8 หมื่นราย