posttoday
เปิดผลสำรวจคนกทม.อยากฉีดไฟเซอร์มากสุดตามด้วยโมเดอร์นา

เปิดผลสำรวจคนกทม.อยากฉีดไฟเซอร์มากสุดตามด้วยโมเดอร์นา

29 กรกฎาคม 2564

กรมควบคุมโรคเผย คนกทม.อยากฉีดวัคซีนไฟเซอร์มากสุด รองลงมาเป็นโมเดอร์นา พบ79%มองว่าควรไปฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง ขณะที่ 21% ไม่อยากไปฉีดเนื่องจากกลัวผลข้างเคียงจากวัคซีนที่มีอยู่

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรค ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนผ่านดีดีซีโพล (DDC Poll) เรื่อง วัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ในพื้นที่กรุงเทพฯ” จากกลุ่มตัวอย่าง 1,500 คน ช่วงอายุตั้งแต่ 15- 60 ปีขึ้นไป จาก 50 เขตในจังหวัดกรุงเทพฯ วันที่ 24 - 25 ก.ค.64

ผลสำรวจพบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 76.5 ได้รับวัคซีนโควิด 19 แล้ว โดยเป็นวัคซีน 1 เข็ม ร้อยละ 44 ครบ 2 เข็ม ร้อยละ 32.3 และเข็มที่ 3 ร้อยละ 0.3 โดยเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีน AstraZeneca คิดเป็น 47.3% Sinovac 28.3% และอีก 1% เป็น Sinopharm

กลุ่มตัวอย่างเข้าถึงบริการฉีดวัคซีนด้วยช่องทาง ดังนี้ ประกันสังคม/โควตา หน่วยงาน ร้อยละ 32.1 หมอพร้อม ร้อยละ 19.5 และไทยร่วมใจ ร้อยละ 11.4 ซึ่งกว่าครึ่งของการสำรวจ จำนวน 59.1% ได้ตอบว่าเข้าถึงระบบการจองยาก และอีกส่วนหนึ่งจำนวน 22% ยังไม่ได้ลองเข้าไปทำการจอง

เมื่อถามถึงชนิดวัคซีนที่คนกรุงเทพฯ ต้องการมากที่สุด 46.3% คือ Pfizer อันดับสอง Moderna 27.5% และ Johnson & Johnson 9.3% มีผู้ตอบว่ายี่ห้ออะไรก็ได้ขอให้ได้ฉีดในสถานการณ์ที่มีคนติดเชื้อในปริมาณมาก (2.8%)

กลุ่มผู้ตอบ ร้อยละ 79 เห็นว่า ควรไปฉีดวัคซีนโควิด 19 เนื่องจาก 1) เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง 2) กลัวการติดเชื้อและผลข้างเคียงที่เกิดจากการเจ็บป่วย 3) จะได้ใช้ชีวิตปกติ 4) กลัวรัฐบาลไม่ให้ความช่วยเหลือ 5) ไม่มีทางเลือก 6) ลงทะเบียนจองโดยโอนเงินจองไปแล้ว

อีก 21% ที่ไม่อยากไปฉีดสาเหตุจาก 1.กลัวผลข้างเคียงของวัคซีนที่มีอยู่ 2.อยากฉีดวัคซีนทางเลือกที่มีประสิทธิภาพแต่ยังไม่เข้ามาในไทย

จากสถานการณ์ที่มีการระบาดในปัจจุบัน มาตรการใดที่เป็นมาตรการสำคัญที่ทำให้ควบคุมการระบาดได้ ผู้ตอบเห็นว่า 55.93% มาตรการทางกฎหมาย ร่วมกับมาตรการวัคซีน 44.53% คิดว่า มาตรการส่วนบุคคลร่วมกับ มาตรการฉีดวัคซีน 31.53% คิดว่า มาตรการส่วนบุคคลร่วมกับ มาตรการทางกฎหมาย ขณะที่ 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสำรวจ คิดว่าต้องใช้ทุกมาตรการร่วมกัน

ในส่วนของความวิตกกังวลในสถานการณ์ การระบาดระลอกใหม่นี้ ผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 80% มีความวิตกกังวลมาก โดยสาเหตุ คือ กลัวติดเชื้อโควิด 19 เรื่องปัญหารายได้ลดลงและขาดรายได้ ด้านการเรียนไม่ต่อเนื่อง และกังวลเรื่องผลข้างเคียงของวัคซีน/ได้รับวัคซีนที่ไม่มีประสิทธิภาพ

นายแพทย์โอภาส กล่าวเพิ่มเติมว่า จากจำนวนกลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบสอบถาม ซึ่งกลุ่มดังกล่าวมีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ในครอบครัวด้วย คิดเป็น 65.7% ซึ่งผู้สูงอายุกลุ่มนี้ได้รับวัคซีนแล้ว คิดเป็น 79.92% ซึ่งยังต้องเร่งฉีดวัคซีนให้แก่กลุ่มผู้สูงอายุให้ครอบคลุมถึง 80% ต่อไป

จากความร่วมมือระหว่างกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขกับกรุงเทพมหานคร ในการสนับสนุนวัคซีน โดยผ่านคณะอนุกรรมการการบริหารจัดการ การให้วัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 โดยจัดสรรให้มีการกระจายผ่านสำนักอนามัยไปยังพื้นที่ต่างๆ ในจังหวัดกรุงเทพฯ นั้น มีการฉีดสะสม ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-28 ก.ค. 64 จำนวน 5,533,406 โดส เป็นการฉีดเข็มที่ 1 จำนวน 4,643,227 โดส คิดเป็น 60.31% เข็มที่ 2 จำนวน 1,025,493 โดส คิดเป็น 13.32% (ประชากรกรุงเทพฯ 7,699,174 คน)

ซึ่งความครอบคลุมในการฉีดวัคซีนโควิด 19 ในพื้นที่กรุงเทพฯ นั้นเป็นไปตามแผนการบริหารการให้วัคซีนที่ทาง ศบค. ได้กำหนดไว้ และสอดคล้องกับผลการสำรวจความคิดเห็นของ DDC Poll ที่เห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการเข้ารับบริการฉีดวัคซีน โดยเฉพาะกลุ่ม 607 คือ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง ผู้มีโรคอ้วนและหญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ได้เข้ารับบริการฉีดวัคซีนเพื่อลดอาการรุนแรง ลดการเสียชีวิต

ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำมาตรการป้องกันตนเอง สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือทำความสะอาดด้วยเจลแอลกอฮอล์ เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล ยึดหลักมาตรการห้ามเคลื่อนย้ายในพื้นที่สีแดงเข้ม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

ข่าวล่าสุด

ติดสปีด EEC Medical Hub!  สธ. ลงนาม ATMPs Sandbox รพ.ชลบุรี สร้างฐานผลิตยาขั้นสูงครั้งแรกในภาคตะวันออก

ติดสปีด EEC Medical Hub! สธ. ลงนาม ATMPs Sandbox รพ.ชลบุรี สร้างฐานผลิตยาขั้นสูงครั้งแรกในภาคตะวันออก